พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๘๓320 มาตรา52 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 90 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 4db811fa… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ กระบวนพิจารณาตั้งแต่ขอให้ล้มละลายจนถึงปลดจากล้มละลายมาตรา ๗–๘๑/๔ · 81 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ การขอให้ล้มละลายและการสั่งพิทักษ์ทรัพย์มาตรา ๗–๒๙ · 24 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้มาตรา ๓๐ · 1 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ การประชุมเจ้าหนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๓๑–๓๖ · 6 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ กรรมการเจ้าหนี้มาตรา ๓๗–๔๑ · 5 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ การไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยมาตรา ๔๒–๔๔ · 3 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๖ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลายมาตรา ๔๕–๖๐ · 16 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๗ คำพิพากษาให้ล้มละลายมาตรา ๖๑–๖๒ · 2 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๘ การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๖๓ · 1 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๙ การควบคุมตัวและทรัพย์สินของลูกหนี้และการจำกัดสิทธิมาตรา ๖๔–๖๗/๑ · 5 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๑๐ การปลดจากล้มละลายมาตรา ๖๘–๘๑/๔ · 18 มาตรา
  12. หมวด ๒ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้ตายมาตรา ๘๒–๘๗ · 6 มาตรา
  13. หมวด ๓ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๘๘–๙๐/๑๒๘ · 131 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๑ บทนิยามมาตรา ๙๐/๑ · 1 มาตรา
  15. ส่วนที่ ๒ การขอและการให้ฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๒–๙๐/๑๕ · 14 มาตรา
  16. ส่วนที่ ๓ การตั้งผู้ทำแผนมาตรา ๙๐/๑๖–๙๐/๒๕ · 10 มาตรา
  17. ส่วนที่ ๔ การขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๒๖–๙๐/๓๓ · 8 มาตรา
  18. ส่วนที่ ๕ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้มาตรา ๙๐/๓๔–๙๐/๓๙ · 6 มาตรา
  19. ส่วนที่ ๖ การเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๙๐/๔๐–๙๐/๔๑ · 2 มาตรา
  20. ส่วนที่ ๗ การประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๔๒–๙๐/๕๕ · 14 มาตรา
  21. ส่วนที่ ๘ การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๕๖–๙๐/๕๙ · 4 มาตรา
  22. ส่วนที่ ๙ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๖๐–๙๐/๗๖ · 17 มาตรา
  23. ส่วนที่ ๑๑ การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดมาตรา ๙๐/๗๗–๙๐/๗๘ · 2 มาตรา
  24. ส่วนที่ ๑๒ การอุทธรณ์๕๖มาตรา ๙๐/๗๙ · 1 มาตรา
  25. ส่วนที่ ๑๓ บทกำหนดโทษว่าด้วยกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้มาตรา ๙๐/๘๐–๙๐/๙๐ · 11 มาตรา
  26. ส่วนที่ ๑ บทนิยามมาตรา ๙๐/๙๑ · 1 มาตรา
  27. ส่วนที่ ๒ การขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๙๒–๙๐/๙๘ · 7 มาตรา
  28. ส่วนที่ ๓ การพิจารณาคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๙๙–๙๐/๑๐๕ · 7 มาตรา
  29. ส่วนที่ ๔ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๑๐๖–๙๐/๑๑๕ · 10 มาตรา
  30. ส่วนที่ ๕ การยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน และการยกเลิกการฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๑๑๖–๙๐/๑๒๑ · 6 มาตรา
  31. ส่วนที่ ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๙๐/๑๒๒–๙๐/๑๒๘ · 7 มาตรา
  32. หมวด ๔ วิธีจัดการทรัพย์สินของลู หนี้มาตรา ๙๑–๑๓๘ · 50 มาตรา
  33. ส่วนที่ ๑ การขอรับชำระหนี้มาตรา ๙๑–๑๐๘ · 19 มาตรา
  34. ส่วนที่ ๒ ทรัพย์สินซึ่งอาจเอามาชำระหนี้มาตรา ๑๐๙ · 1 มาตรา
  35. ส่วนที่ ๓ ผลของการล้มละลายเกี่ยวกับกิจการที่ได้กระทำไปแล้วมาตรา ๑๑๐–๑๑๖ · 7 มาตรา
  36. ส่วนที่ ๔ การรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินมาตรา ๑๑๗–๑๒๓ · 7 มาตรา
  37. ส่วนที่ ๕ การแบ่งทรัพย์สินมาตรา ๑๒๔–๑๓๒ · 10 มาตรา
  38. ส่วนที่ ๖ การปิดคดีมาตรา ๑๓๓–๑๓๔ · 2 มาตรา
  39. ส่วนที่ ๗ การยกเลิกการล้มละลายมาตรา ๑๓๕–๑๓๘ · 4 มาตรา
  40. หมวด ๕ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มาตรา ๑๓๙–๑๔๘/๑ · 12 มาตรา
  41. ส่วนที่ ๑ การแต่งตั้งและถอดถอนมาตรา ๑๓๙–๑๓๙/๑ · 2 มาตรา
  42. ส่วนที่ ๒ อำนาจหน้าที่มาตรา ๑๔๐–๑๔๘/๑ · 10 มาตรา
  43. หมวด ๖ อำนาจศาลและกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมาตรา ๑๔๙–๑๕๙ · 11 มาตรา
  44. ส่วนที่ ๑ อำนาจศาลมาตรา ๑๔๙–๑๕๒ · 4 มาตรา
  45. ส่วนที่ ๒ กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมาตรา ๑๕๓–๑๕๙ · 7 มาตรา
  46. หมวด ๗ การสอบสวนและบทกำหนดโทษมาตรา ๑๖๐–๑๗๕ · 17 มาตรา
  47. ส่วนที่ ๑ การสอบสวนมาตรา ๑๖๐ · 1 มาตรา
  48. ส่วนที่ ๒ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๖๑–๑๗๕ · 16 มาตรา
  49. หมวด ๘ บทบัญญัติเบ็ดเสร็จมาตรา ๑๗๖–๑๘๑ · 6 มาตรา
  50. ส่วนที่ ๑ เงินค้างจ่ายมาตรา ๑๗๖ · 1 มาตรา
  51. ส่วนที่ ๒ การล้มละลายเกี่ยวกับต่างประเทศมาตรา ๑๗๗–๑๗๘ · 2 มาตรา
  52. ส่วนที่ ๓ ค่าธรรมเนียมมาตรา ๑๗๙–๑๘๑ · 3 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธิ ตราไว้ ณวันที่ ๓๐ธันวาคมพุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลักษณะล้มละลาย เสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้ จึ มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๑ การขอรับชำระหนี้

    19 มาตรา
  2. ๙๑

    เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายจะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณา คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแต่ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจัเจ้าพนักงานพิท ษ์ทรัพย์จะขยาย กำหนดเวลาให้อีกได้ไม่เกินสองเดือน คำขอรับชำระหนี้นั้นต้องทำตามแบบพิมพ์ โดยมีบัญชีแสดงรายละเอียดแห่งหนี้สิน และข้อความระบุถึงหลักฐานประกอบหนี้และทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดของลูกหนี้ที่ยึดไว้เป็น หลักประกัน หรือตกอยู่ในความครอบครองของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ให้แนบเอกสารที่เกี่ยวกับหนี้ที่ยื่นขอรับ ชำระหนี้มาด้วย๙๗

  3. ๙๑/๑

    ถ้าเจ้าหนี้ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง ให้เจ้าหนี้มีคำขอโดยทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลว่าเจ้าหนี้ประสงค์จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ และแสดงถึงเหตุสุดวิสัยที่ตนไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ทันภายในกำหนดเวลา เมื่อศาลเห็นว่า กรณีเป็นเหตุสุดวิสัยและมีเหตุผลอันสมควรที่จะให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาต ให้เจ้าหนี้รายนั้นยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด เจ้าหนี้ ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ตามวรรคหนึ่ง ให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ จากกอง ทรัพย์สินของลูกหนี้เฉพาะทรัพย์สินที่มีอยู่ภายหลังการแบ่งทรัพย์สินก่อนที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ทั้งนี้ ไม่กระทบถึงการใดที่ศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว

  4. ๙๒

    บุคคลใดได้ับความเสียหายเพราะสิ่งของของตนถู ยึดไปตามมาตรา ๑๐๙(๓) ก็ดี หรือเพราะการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆถูกเพิกถอนตามมาตรา ๑๑๕ก็ดี หรือเพราะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ยอมรับทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญาตามมาตรา ๑๒๒ก็ดี มีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับราคาสิ่ งของหรือหนี้เดิมหรือค่าเสียหายได้ แล้วแต่กรณี ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑แต่ให้นับจากวันที่อาจใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ได้ ถ้ามีข้อโต้เถียงเป็นคดี ให้นับจากวันคดีถึงที่สุด

  5. ๙๓

    ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีที่ค้างพิจารณาอยู่แทน ลูกหนี้ ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แพ้คดี เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิขอรับชำระหนี้ภายใน กำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑แต่ให้นับจากวันคดีถึงที่สุด

  6. ๙๔

    เจ้าหนี้ไม่ีประกันอาจขอรับชำระหนี้ได้ ถ้ามูลแห่ หนี้ได้เกิดขึ้นก่อน วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แม้ว่าหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็ตาม เว้นแต่

    (๑) หนี้ที่เกิดขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี หรือหนี้ที่จะ ฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ (๒)๙๙ หนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สิน ล้นพ้นตัว แต่ไม่รวมถึงหนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้กระทำขึ้นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ดำเนินต่อไปได้

  7. ๙๕

    เจ้าหนี้มีประกันย่อมมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลัประกันซึ่งลูกหนี้ ได้ให้ไว้ก่อนถูกพิทักษ์ทรัพย์โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ แต่ต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจดู ทรัพย์สินนั้น

  8. ๙๖

    เจ้าหนี้มีประกันอาจขอรับชำระหนี้ได้ ภายในเงื่อนไขดัต่อไปนี้

    (๑) เมื่อยินยอมสละทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายแล้ว ขอรับชำระหนี้ได้เต็มจำนวน

    (๒) เมื่อได้บังคับเอาแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้ว ขอรับชำระหนี้สำหรับ จำนวนที่ยังขาดอยู่

    (๓) เมื่อได้ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็น หลักประกันแล้ว ขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่

    (๔) เมื่อตีราคาทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยัง ขาดอยู่ ในกรณีเช่นนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจไถ่ถอนทรัพย์สินตามราคานั้นได้ ถ้าเห็นว่า ราคานั้นไม่สมควร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขายทรัพย์สินนั้นตามวิธีการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์และเจ้าหนี้ตกลงกัน ถ้าไม่ตกลงกัน จะขายทอดตลาดก็ได้แต่ต้องไม่ให้เสียหายแก่เจ้าหนี้นั้น และเจ้าหนี้หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดได้เมื่ อขายได้เงิน เป็นจำนวนสุทธิเท่าใด ให้ถือว่าเป็นราคาที่เจ้าหนี้ได้ตีมาในคำขอ ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่แจ้งโดยหนังสือให้เจ้าหนี้ทราบว่าจะใช้สิทธิไถ่ถอน หรือตกลงให้ขายทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันภายในกำหนดเวลาสี่เดือนนับแต่วันที่เจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับ ชำระหนี้ ให้ถือว่ายินยอมให้ทรัพย์สินนั้นเป็กรรมสิทธิ์แก่เจ้าหนี้ตามราคาที่เจ้าหนี้ได้ตีมา และ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมดสิทธิไถ่ถอนหรือขายทรัพย์สินนั้น บทบัญญัติแห่งมาตรานี้ไม่ให้ใช้บังคับในกรณีที่ตามกฎหมายลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดเกินกว่า ราคาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน

  9. ๙๗

    ถ้าเจ้าหนี้มีประกันขอรับชำระหนี้โดยไม่แจ้งว่าเป็เจ้าหนี้มีประกัเจ้าหนี้นั้นต้องคืนทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และสิทธิเหนือทรัพย์นั้น เป็นอันระงับ เว้นแต่เจ้าหนี้นั้นจะแสดงต่อศาลได้ว่า การละเว้นนั้นเกิดขึ้นโดยพลั้งเผลอ ในกรณีเช่นนี้ ศาลอาจอนุญาตให้แก้ไขข้อความในรายการแห่งคำขอรับชำระหนี้ โดยกำหนดให้คืนส่วนแบ่งหรือ กำหนดอย่างอื่นตามที่เห็สมควรก็ได้

  10. ๙๘

    ถ้าหนี้ที่ขอรับชำระได้กำหนดไว้เป็นเงินตราต่างประเทศ ให้คิดเป็น เงินตราไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

  11. ๙๙

    ถ้าเป็นหนี้ค่าเช่าหรือหนี้อย่างอื่นซึ่งมีกำหนดระยะเวลาให้ชำระและ วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ไม่ตรงกับวันกำหนด เจ้าหนี้อาจขอรับชำระหนี้ตามส่วนจนถึงวันที่ศาลมี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ได้

  12. ๑๐๐

    ดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการอื่นแทนดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์นั้น ไม่ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่จะขอรับชำระได้

  13. ๑๐๑

    ถ้าลูกหนี้ร่วมบางคนถูกพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้ร่วมคนอื่นอาจยื่นคำ ขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้าได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิขอรับ ชำระหนี้ไว้เต็มจำนวนแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บทบัญญัติในวรรคก่อนให้ใช้บังคับแก่ผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันร่วม หรือบุคคลที่อยู่ ในลักษณะเดียวกันนี้โดยอนุโลม

  14. ๑๐๒

    ถ้าเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ลูกหนี้ในเวลาที่มีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์ ถึงแม้ว่ามูลแห่งหนี้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีวัตถุเป็นอย่างเดียวกันก็ดี หรืออยู่ในเงื่อนไขหรือ เงื่อนเวลาก็ดี ก็อาจหักกลบลบกันได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้สิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ภายหลังที่มีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์แล้ว

  15. ๑๐๓

    เมื่อบุคคลซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้สำหรับหนี้ที่อยู่ในเงื่อนไขบังคับ ก่อนขอหักกลบลบหนี้ บุคคลนั้นจะต้องให้ประกันสำหรับจำนวนที่ขอหักกลบลบหนี้นั้น

  16. ๑๐๔

    เมื่อพ้นกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เด็ดขาดแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รีบ ดลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายมาพร้อมกัเพื่อตรวจคำขอรับ ชำระหนี้ โดยแจ้งความให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

  17. ๑๐๕

    ในการพิจารณาและมีคำสั่งคำขอรับชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ ตามคำพิพากษาหรือไม่ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจออกหมายเรียกเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือ บุคคลใดมาสอบสวนหรือให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับหนี้สินได้

  18. ๑๐๖

    คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ายใดถ้าเจ้าหนี้อื่ ลูกหนี้ หรือเจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์อื่นไม่โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้มีอำนาจเป็นผู้พิจารณาสั่งอนุญาตให้ ได้รับชำระหนี้ได้ เว้ แต่มีเหตุอันสมควรสั่งเป็อย่างอื่น คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายใด ถ้ามีผู้โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สอบสวนแล้วมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) ให้ยกคำขอรับชำระหนี้

    (๒) อนุญาตให้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน

    (๓) อนุญาตให้ได้รับชำระหนี้บางส่วน การคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้มีส่วน ได้เสียอาจยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลได้ภายในกำหนดสิบสี่วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ การพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องคัดค้านตามวรรคสามให้ศาลมีอำนาจเรีย สำนวนคำขอรับชำระหนี้มาตรวจและสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำคำชี้แจงในเรื่องที่เป็นปัญหา ตามที่เห็นสมควรได้ หากศาลเห็นสมควรไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็ให้ดำเนินการไต่สวนโดยเร็ว เท่าที่จำเป็น

  19. ๑๐๗

    (ยกเลิก)

  20. ๑๐๘

    คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคำสั่ง อนุญาตแล้วนั้นถ้าต่อมาปรากฏว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้สั่งไปโดยผิดหลงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มีอำนาจยกคำขอรับชำระหนี้ หรือลดจำนวนหนี้ที่ได้มีคำสั่งอนุญาตไปแล้วได้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส่วนที่ ๑๒การอุทธรณ์ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://cpd.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://cpd.go.th/images2/2021/document/2022/bankruptcy_law2483.pdf90 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:4db811fa914acaf306957657942d89501ea74cb44c65913034c5a92d50b53610ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:37:27.076Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR