พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๘๓320 มาตรา52 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 90 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 4db811fa… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ กระบวนพิจารณาตั้งแต่ขอให้ล้มละลายจนถึงปลดจากล้มละลายมาตรา ๗–๘๑/๔ · 81 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ การขอให้ล้มละลายและการสั่งพิทักษ์ทรัพย์มาตรา ๗–๒๙ · 24 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้มาตรา ๓๐ · 1 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ การประชุมเจ้าหนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๓๑–๓๖ · 6 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ กรรมการเจ้าหนี้มาตรา ๓๗–๔๑ · 5 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ การไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยมาตรา ๔๒–๔๔ · 3 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๖ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลายมาตรา ๔๕–๖๐ · 16 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๗ คำพิพากษาให้ล้มละลายมาตรา ๖๑–๖๒ · 2 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๘ การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๖๓ · 1 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๙ การควบคุมตัวและทรัพย์สินของลูกหนี้และการจำกัดสิทธิมาตรา ๖๔–๖๗/๑ · 5 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๑๐ การปลดจากล้มละลายมาตรา ๖๘–๘๑/๔ · 18 มาตรา
  12. หมวด ๒ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้ตายมาตรา ๘๒–๘๗ · 6 มาตรา
  13. หมวด ๓ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๘๘–๙๐/๑๒๘ · 131 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๑ บทนิยามมาตรา ๙๐/๑ · 1 มาตรา
  15. ส่วนที่ ๒ การขอและการให้ฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๒–๙๐/๑๕ · 14 มาตรา
  16. ส่วนที่ ๓ การตั้งผู้ทำแผนมาตรา ๙๐/๑๖–๙๐/๒๕ · 10 มาตรา
  17. ส่วนที่ ๔ การขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๒๖–๙๐/๓๓ · 8 มาตรา
  18. ส่วนที่ ๕ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้มาตรา ๙๐/๓๔–๙๐/๓๙ · 6 มาตรา
  19. ส่วนที่ ๖ การเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๙๐/๔๐–๙๐/๔๑ · 2 มาตรา
  20. ส่วนที่ ๗ การประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๔๒–๙๐/๕๕ · 14 มาตรา
  21. ส่วนที่ ๘ การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๕๖–๙๐/๕๙ · 4 มาตรา
  22. ส่วนที่ ๙ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๖๐–๙๐/๗๖ · 17 มาตรา
  23. ส่วนที่ ๑๑ การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดมาตรา ๙๐/๗๗–๙๐/๗๘ · 2 มาตรา
  24. ส่วนที่ ๑๒ การอุทธรณ์๕๖มาตรา ๙๐/๗๙ · 1 มาตรา
  25. ส่วนที่ ๑๓ บทกำหนดโทษว่าด้วยกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้มาตรา ๙๐/๘๐–๙๐/๙๐ · 11 มาตรา
  26. ส่วนที่ ๑ บทนิยามมาตรา ๙๐/๙๑ · 1 มาตรา
  27. ส่วนที่ ๒ การขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๙๒–๙๐/๙๘ · 7 มาตรา
  28. ส่วนที่ ๓ การพิจารณาคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๙๙–๙๐/๑๐๕ · 7 มาตรา
  29. ส่วนที่ ๔ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๑๐๖–๙๐/๑๑๕ · 10 มาตรา
  30. ส่วนที่ ๕ การยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน และการยกเลิกการฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๑๑๖–๙๐/๑๒๑ · 6 มาตรา
  31. ส่วนที่ ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๙๐/๑๒๒–๙๐/๑๒๘ · 7 มาตรา
  32. หมวด ๔ วิธีจัดการทรัพย์สินของลู หนี้มาตรา ๙๑–๑๓๘ · 50 มาตรา
  33. ส่วนที่ ๑ การขอรับชำระหนี้มาตรา ๙๑–๑๐๘ · 19 มาตรา
  34. ส่วนที่ ๒ ทรัพย์สินซึ่งอาจเอามาชำระหนี้มาตรา ๑๐๙ · 1 มาตรา
  35. ส่วนที่ ๓ ผลของการล้มละลายเกี่ยวกับกิจการที่ได้กระทำไปแล้วมาตรา ๑๑๐–๑๑๖ · 7 มาตรา
  36. ส่วนที่ ๔ การรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินมาตรา ๑๑๗–๑๒๓ · 7 มาตรา
  37. ส่วนที่ ๕ การแบ่งทรัพย์สินมาตรา ๑๒๔–๑๓๒ · 10 มาตรา
  38. ส่วนที่ ๖ การปิดคดีมาตรา ๑๓๓–๑๓๔ · 2 มาตรา
  39. ส่วนที่ ๗ การยกเลิกการล้มละลายมาตรา ๑๓๕–๑๓๘ · 4 มาตรา
  40. หมวด ๕ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มาตรา ๑๓๙–๑๔๘/๑ · 12 มาตรา
  41. ส่วนที่ ๑ การแต่งตั้งและถอดถอนมาตรา ๑๓๙–๑๓๙/๑ · 2 มาตรา
  42. ส่วนที่ ๒ อำนาจหน้าที่มาตรา ๑๔๐–๑๔๘/๑ · 10 มาตรา
  43. หมวด ๖ อำนาจศาลและกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมาตรา ๑๔๙–๑๕๙ · 11 มาตรา
  44. ส่วนที่ ๑ อำนาจศาลมาตรา ๑๔๙–๑๕๒ · 4 มาตรา
  45. ส่วนที่ ๒ กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมาตรา ๑๕๓–๑๕๙ · 7 มาตรา
  46. หมวด ๗ การสอบสวนและบทกำหนดโทษมาตรา ๑๖๐–๑๗๕ · 17 มาตรา
  47. ส่วนที่ ๑ การสอบสวนมาตรา ๑๖๐ · 1 มาตรา
  48. ส่วนที่ ๒ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๖๑–๑๗๕ · 16 มาตรา
  49. หมวด ๘ บทบัญญัติเบ็ดเสร็จมาตรา ๑๗๖–๑๘๑ · 6 มาตรา
  50. ส่วนที่ ๑ เงินค้างจ่ายมาตรา ๑๗๖ · 1 มาตรา
  51. ส่วนที่ ๒ การล้มละลายเกี่ยวกับต่างประเทศมาตรา ๑๗๗–๑๗๘ · 2 มาตรา
  52. ส่วนที่ ๓ ค่าธรรมเนียมมาตรา ๑๗๙–๑๘๑ · 3 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธิ ตราไว้ ณวันที่ ๓๐ธันวาคมพุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลักษณะล้มละลาย เสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้ จึ มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๓ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ

    3 มาตรา
  2. ๘๘

    ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วน จำกัดบริษัทจำกัดหรือนิติบุคคลอื่น นอกจากเจ้าหนี้จะฟ้องขอให้ล้มละลายได้ตามความในหมวด ๑แล้ว ผู้ชำระบัญชีของนิติบุคคลนั้น ๆ อาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้สั่งให้นิติบุคคลนั้นล้มละลายได้ ถ้าปรากฏว่าเงินลงทุ หรือเงินค่าหุ้นได้ใช้เสร็จหมดแล้วสินทรัพย์็ยังไม่พอกับหนี้สิน เมื่อศาลได้รับคำร้องขอแล้ว ให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นเด็ดขาดโดยทันที และให้ที่ประชุมเจ้าหนี้แต่งตั้งเจ้าหนี้คนหนึ่งขึ้น ให้มีสิทธิและหน้าที่เสมือนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์

  3. ๘๙

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียน หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดแล้ว เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้บุคคลซึ่งนำสืบได้ว่าเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนนั้นล้มละลายได้ โดยไม่ ต้องฟ้องเป็นคดีขึ้ ใหม่

  4. ๙๐

    เมื่อได้มีคำขอตามมาตราก่อนแล้วถ้าเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีคำขอฝ่ายเดียว โดยทำเป็นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของผู้เป็นหุ้นส่วนชั่วคราว และมี พยานหลักฐานแสดงให้พอใจศาลว่าคำขอมีมูล ศาลมีอำนาจสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของผู้นั้นชั่วคราวได้ แต่ก่อนจะมีคำสั่งดังว่านี้จะให้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ให้ประกันค่าเสียหายตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรก็ได้ ถ้าปรากฏภายหลังว่า บุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวไม่ใช่ผู้เป็นหุ้นส่วน ให้ศาลมีคำสั่งถอนการพิทักษ์ทรัพย์ และถ้าผู้นั้นมีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจสั่งให้ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ซึ่งขอให้พิทักษ์ทรัพย์ชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่เห็นสมควรให้ผู้นั้น หรือจะสั่งให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จ่ายจากสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนก็ได้ ถ้าเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลดังว่าไว้ในวรรคก่อน ศาลมีอำนาจบังคับ เจ้าหนี้นั้นเสมือนหนึ่งว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา หมวด ๓/๑ กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้๓๑

  5. ส่วนที่ ๑ บทนิยาม

    1 มาตรา
  6. ๙๐/๑

    ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “เจ้าหนี้”หมายความว่าเจ้าหนี้มีประกันหรือเจ้าหนี้ไม่มีประกัน “ลูกหนี้”หมายความว่า ลูกหนี้ที่เป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัดหรือนิติ บุคคลอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง “คำร้องขอ” หมายความว่าคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หมวด ๓/๑กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ มาตรา ๙๐/๑ถึงมาตรา ๙๐/๙๐เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๔๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา “ผู้ร้องขอ” หมายความว่าผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ “แผน”หมายความว่าแผนฟื้นฟูกิจการ “ผู้ถือหุ้นของลูกหนี้”หมายความว่า ผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชน จำกัดซึ่งเป็นลูกหนี้ และหมายความรวมถึ ผู้มีส่วนได้เสียในนิติบุคคลอื่นซึ่งเป็นลู หนี้ทำนอง เดียวกับผู้ถือหุ้น “ผู้ทำแผน” หมายความว่าผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ “ผู้บริหารแผน”หมายความว่า ผู้จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามแผน ฟื้นฟูกิจการ “ผู้บริหารของลูกหนี้ ”หมายความว่า กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจดำเนิน กิจการของลูกหนี้อยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ “ผู้บริหารชั่วคราว”หมายความว่า ผู้บริหารของลูกหนี้หรือบุคคลอื่นที่ศาลสั่งให้มี อำนาจจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ชั่วคราวในระหว่างที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแต่ยังไม่มี การตั้งผู้ทำแผน

  7. ส่วนที่ ๒ การขอและการให้ฟื้นฟูกิจการ

    14 มาตรา
  8. ๙๐/๒

    เจ้าหนี้หรือลูกหนี้หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔อาจร้อง ขอให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ตามบทบัญญัติแห่งหมวดนี้ ไม่ว่าลูกหนี้จะถู ฟ้องให้ล้มละลาย แล้วหรือไม่ กระบวนพิจารณาส่วนใดที่มิได้บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติใน หมวดอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  9. ๙๐/๓

    เมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตาม กำหนดได้และเป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันเป็นจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตามถ้ามีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะ ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ บุคคลตามมาตรา ๙๐/๔อาจยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีการฟื้นฟูกิจการได้

  10. ๙๐/๔

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙๐/๕บุคคลซึ่งมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ ฟื้นฟูกิจการ ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

    (๑) เจ้าหนี้ซึ่งอาจเป็นคนเดียวหรือหลายคนรวมกันและมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อย กว่าสิบล้านบาท

    (๒) ลูกหนี้ซึ่งมีลักษณะตามมาตรา ๙๐/๓

    (๓) ธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่ลู หนี้ ตามมาตรา ๙๐/๓ เป็ธนาคาร พาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

    (๔) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในกรณีที่ลูกหนี้ ตามมาตรา ๙๐/๓เป็นบริษัทหลักทรัพย์

    (๕) กรมการประกันภัย ในกรณีที่ลูกหนี้ตามมาตรา ๙๐/๓เป็นบริษัทประกันวินาศ ภัยหรือบริษัทประกัชีวิต

    (๖) หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการของลูกหนี้ตาม มาตรา ๙๐/๓ซึ่งเป็นนิติบุคคลหน่วยงานของรัฐและลูกหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง เจ้าหนี้ของลูกหนี้ตาม (๓) (๔) (๕) หรือ

    (๖) หรือลูกหนี้นั้นเอง จะยื่นคำร้องขอตาม มาตรา ๙๐/๓ด้วยตนเองได้เมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงาน ของรัฐตาม

    (๖) แล้วแต่กรณี การขอความยินยอมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่หน่วยงานตาม วรรคสองประกาศกำหนด เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตาม

    (๖) แล้วแต่กรณี ได้รับคำขอความยินยอม ให้หน่วยงานนั้นแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอทราบภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอในกรณีที่ ไม่ให้ความยินยอมให้แจ้งเหตุผลโดยย่อ และให้ผู้ขอมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล หน่วยงานนั้นภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาให้รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้น ภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

  11. ๙๐/๕

    บุคคลตามมาตรา ๙๐/๔จะยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้ไม่ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด

    (๒) ศาลหรือนายทะเบียนได้มีคำสั่งให้เลิกหรือเพิกถอนทะเบียนนิติบุคคลที่เป็ลูกหนี้ หรือมีการจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลนั้น หรือนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ต้องเลิกกันด้วยเหตุอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าการชำระบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าวจะเสร็จแล้วหรือไม่ (๓)๓๓ ศาลได้เคยมีคำสั่งยกคำร้องขอยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หรือยกเลิกการ ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ตามความในหมวดนี้ ภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนยื่นคำร้องขอ

  12. ๙๐/๖

    คำร้องขอของบุคคลตามมาตรา ๙๐/๔เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟู กิจการ จะต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง (๑)๓๔ ความมีหนี้สินล้นพ้นตัวของลูกหนี้หรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้

    (๒) รายชื่อและที่อยู่ของเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนที่ลูกหนี้เป็นหนี้อยู่รวมกันเป็น จำนวนไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท

    (๓) เหตุอันสมควรและช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

    (๔) ชื่อและคุณสมบัติของผู้ทำแผน

    (๕) หนังสือยินยอมของผู้ทำแผน ผู้ทำแผนอาจเป็นบุคคลธรรมดานิติบุคคล คณะบุคคลเจ้าหนี้หรือผู้บริหารของ ลูกหนี้ก็ได้ ถ้าเจ้าหนี้เป็นผู้ร้องขอ จะต้องแนบรายชื่อและที่อยู่ของเจ้าหนี้อื่นเท่าที่ทราบมา พร้อมคำร้องขอ ถ้าลูกหนี้เป็นผู้ร้องขอ จะต้องแนบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดที่ มีอยู่ รายชื่อและที่อยู่โดยชัดแจ้งของเจ้าหนี้ทั้งหลายมาพร้อมคำร้องขอ

  13. ๙๐/๗

    ในการร้องขอฟื้นฟูกิจการ ผู้ร้องขอต้องชำระค่าขึ้นศาลหนึ่งพันบาท และต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องขอต้องรับผิดชอบในการขอฟื้นฟูกิจการไว้ต่อศาลเป็นจำนวน ห้าหมื่นบาทในขณะยื่นคำร้องขอหากค่าใช้จ่ายนั้นไม่เพียงพอศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอวางเงิน ประกันค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามจำนวนที่เห็นสมควรก็ได้ ในกรณีที่ผู้ร้องขอไม่ยอมวางเงินประกันเพิ่มตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลยังไม่มีคำสั่งให้ ฟื้นฟูกิจการ ให้ถือว่าผู้ร้องขอทิ้งคำร้องขอ แต่ถ้าศาลได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายและธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ กำกับดูแลการประกอบกิจการของลูกหนี้ตามมาตรา ๙๐/๓ซึ่งได้ให้ความยินยอมตามมาตรา ๙๐/๔ แล้วแต่กรณี เพื่อแต่งตั้งเจ้าหนี้อื่นหรือลูกหนี้หรือผู้ให้ความยินยอมเป็นผู้ร้องขอแทนต่อไปโดยเร็วที่สุด ถ้าไม่มีผู้ร้องขอแทนหรือมีแต่ไม่วางเงิ ประกันดังกล่าวภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ผู้ร้องขอ ไม่ยอมวางเงินประกันดังกล่าวตามคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและให้จำหน่าย คดีออกจากสารบบความ ในกรณีที่เจ้าหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกัภัยหรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔(๖) แล้วแต่กรณี เป็นผู้ร้องขอ ให้ผู้ทำแผนชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากทรัพย์สินของลูกหนี้คืนให้แก่ผู้ร้องขอภายหลังที่ ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วโดยไม่ชักช้า ในการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อฟื้นฟูกิจการ ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงาน ของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔(๖) แล้วแต่กรณี มีฐานะเช่นเดียวกับเจ้าหนี้

  14. ๙๐/๘

    ผู้ร้องขอจะถอนคำร้องขอไม่ได้ เว้ แต่ศาลจะอนุญาตแต่ถ้าศาลได้มี คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว ศาลจะอนุญาตให้ถอนคำร้องขอไม่ได้ ในกรณีที่ผู้ร้องขอทิ้งคำร้องขอ หรือขาดนัดพิจารณาหรือศาลอนุญาตให้ถอนคำร้อง ขอก่อนที่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดี ให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ เพื่อให้เจ้าหนี้ทั้งหลายและลูกหนี้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

  15. ๙๐/๙

    เมื่อศาลสั่งรับคำร้องขอแล้ว ให้ดำเนินการไต่สวนเป็นการด่วนและ ให้ศาลประกาศคำสั่งรับคำร้องขอและวันเวลานัดไต่สวนในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งฉบับไม่น้อยกว่าสองครั้งห่างกันไม่เกินเจ็ดวัน กับให้ส่งสำเนาคำร้องขอแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายเท่าที่ ทราบและแก่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อนายทะเบียนจะได้ จดแจ้งคำสั่งศาลไว้ในทะเบียน และให้ส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔

    (๖) แล้วแต่กรณีด้วย ทั้งนี้ ให้ส่งก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ถ้าเจ้าหนี้เป็นผู้ร้องขอ ให้ผู้ร้องขอนำส่งสำเนาคำร้องขอให้ลูกหนี้ทราบก่อนวันนัด ไต่สวนไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และให้ลูกหนี้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่ รายชื่อและที่อยู่โดยชัดแจ้งของเจ้าหนี้ทั้งหลายต่อศาลก่อนวันนัดไต่สวนด้วย ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้อาจยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่าสามวัน ในกรณีที่เป็นการคัดค้านผู้ทำแผน ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้จะเสนอชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ทำแผนด้วยหรือไม่ก็ได้ การเสนอชื่อผู้ทำแผนต้องเสนอหนังสือยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ทำแผนด้วย ในกรณีที่ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวให้ผู้ร้องขอนำส่งสำเนาคำร้องขอแก่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ด้วย

  16. ๙๐/๑๐

    ในการไต่สวนคำร้องขอศาลต้องไต่สวนเอาความจริงตามที่บัญญัติ ไว้ในมาตรา ๙๐/๓ถ้าได้ความจริงและมีเหตุอันสมควรที่จะฟื้นฟูกิจการทั้งผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอโดย สุจริต ให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ มิฉะนั้นให้มีคำสั่งยกคำร้องขอ ในกรณีที่ไม่มีผู้คัดค้านคำร้องขอถ้าศาลเห็นสมควรจะงดการไต่สวนและมีคำสั่งให้ ฟื้นฟูกิจการก็ได้

  17. ๙๐/๑๑

    ให้ศาลดำเนินการไต่สวนคำร้องขอติดต่อกันไป โดยไม่ต้องเลื่อน จนกว่าจะเสร็จการไต่ วนและมีคำสั่ง เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิัย ให้ผู้ร้องขอและผู้คัดค้านมาศาลในวันนัดไต่สวนทุกนัด ฝ่ายใดมีหน้าที่นำสืบในนัดใด ให้เตรียมพยานหลักฐานมาให้พร้อม ถ้าผู้ร้องขอหรือผู้คัดค้านไม่มาหรือไม่เตรียมพยานหลักฐานมา ให้ถือว่าไม่ติดใจร้องขอหรือคัดค้าน หรือไม่ติดใจนำสืบพยานหลักฐานอีกต่อไป แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่นำสืบมีคำขอว่าไม่อาจนำพยานหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็น ข้อสำคัญในคดีมาศาลในนัดใดเพราะมีความจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้เกี่ยวกับพยานหลักฐานนั้น ถ้าศาลเห็นสมควร ศาลจะสั่งให้เลื่อนการสืบพยานหลักฐานนั้นไปก็ได้ แต่ให้สั่งเลื่อนได้เพียงครั้งเดียว ในกรณีที่ผู้ร้องขอหรือผู้คัดค้านไม่มีหน้าที่นำสืบในนัดใดเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแล้ว จะไม่มาศาลในนัดนั้นก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิถามค้านพยานที่นำสืบในนัดนั้น ในกรณีที่ผู้ร้องขอหรือผู้คัดค้านไม่มาศาลในนัดใด ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตจากศาล หรือไม่ ให้ถือว่าผู้นั้นได้ทราบกระบวนพิจารณาของศาลในนัดนั้นแล้ว

  18. ๙๐/๑๒

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙๐/๑๓และมาตรา ๙๐/๑๔นับแต่วันที่ศาล มีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณาจนถึ วันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนหรือวันที่ ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่ง ให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดตามความในหมวดนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

    (๑) ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้เลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ ถ้ามีการฟ้องหรือร้องขอคดีดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว ให้ศาลงดการพิจารณาคดีนั้นไว้

    (๒) ห้ามมิให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิกหรือจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ และห้ามมิให้นิติบุคคลนั้นเลิกกันโดยประการอื่น

    (๓) ห้ามมิให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔(๖) แล้วแต่กรณี สั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้หรือสั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ เว้นแต่จะ ได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ

    (๔) ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือเสนอข้อพิพาท ที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิดหรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลแห่งหนี้นั้นเกิดขึ้นก่อน วันที่ศาลมีคำสั่งเห็ชอบด้วยแผนและห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็คดีล้มละลาย ในกรณีที่มีการฟ้องคดี หรือเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดไว้ก่อนแล้ว ให้งดการพิจารณาไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้อง ขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

    (๕) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ถ้ามูลแห่งหนี้ ตามคำพิพากษานั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ในกรณีที่ได้ดำเนินการบังคับคดีไว้ ก่อนแล้วให้ศาลงดการบังคับคดีนั้นไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือการบังคับ คดีได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทราบว่าได้มีการยื่นคำร้องขอ หรือการบังคับ คดีตามคำพิพากษาให้ลูกหนี้ส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่งเสร็จก่อนวันดังกล่าวนั้น ในกรณีที่ทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้เป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็น การเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ขายได้โดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่สมควร แล้วให้กักเงินไว้ ถ้าศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนก็ให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีมอบเงินนั้นแก่ผู้บริหารแผนนำไปใช้จ่ายได้ ถ้าศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือ จำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี จ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแต่ถ้าศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดและยังเหลือ เงินอยู่ ให้ส่งมอบให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่อไป (๖)๓๕ ห้ามมิให้เจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอหรือเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง รับคำร้องขอ ระยะเวลาดังกล่าวศาลอาจขยายได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหกเดือน

    (๗) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ซึ่งบังคับชำระหนี้ได้เองตามกฎหมายยึดทรัพย์สินหรือขาย ทรัพย์สินของลูกหนี้

    (๘) ห้ามมิให้เจ้าของทรัพย์สินที่เป็นสาระสำคัญในการดำเนินกิจการของลูกหนี้ตาม สัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายหรือสัญญาอื่นที่มีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสัญญา เช่าที่ยังไม่สิ้นกำหนดเวลาที่ ได้ตกลงกัไว้ ติดตามและเอาคื ซึ่งทรัพย์สิ ดังกล่าวที่ อยู่ในความ ครอบครองของลูกหนี้หรือของบุคคลอื่นที่อาศัยสิทธิของลูกหนี้ รวมตลอดจนฟ้องร้องบังคับคดี เกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้ซึ่งเกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าว ถ้ามีการฟ้องคดีดังกล่าวไว้่อนแล้วให้ศาลงด การพิจารณาคดีนั้นไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่ง ให้ฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผนผู้บริหารแผนหรือ ผู้บริหารแผนชั่วคราว แล้วแต่กรณี ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ราคาค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์ หรือค่าเช่า ตามสัญญาสองคราวติดต่อกัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นสาระสำคัญ

    (๙) ห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอนให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้ หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน นอกจากเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของ ลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

    (๑๐) คำสั่งตามวิธีการชั่วคราวของศาลที่ ให้ยึ ด อายัด ห้ามจำหน่าย จ่าย โอน ทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว ซึ่งมีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้ เพื่อพิจารณานั้น ให้ศาลที่รับคำร้องขอมีอำนาจสั่งให้ระงับผลบังคับไว้ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็น อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ถ้าต่อมาศาลนั้นมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือ ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูิจการหรือยกเลิกการฟื้ ฟูกิจการก็ให้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีารชั่วคราวหรือคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวดังกล่าวตามที่เห็นสมควรต่อไป (๑๑)ห้ามมิให้ผู้ประกอบการสาธารณูปโภคเช่น ไฟฟ้าประปาโทรศัพท์ งดให้บริการ แก่ลูกหนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอหรือหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนหรือผู้บริหารแผนชั่วคราว แล้วแต่กรณี ไม่ชำระค่าบริการที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการสองคราวติดต่อกัน บทบัญญัติในวรรคหนึ่งไม่ห้ามผู้ประกอบการสาธารณูปโภคที่จะมีคำร้องให้ศาลที่ รับคำร้องขอมีคำสั่งเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องตามที่ศาลเห็นสมควร คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลหรือคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ขัดหรือแย้งกับ บทบัญญัติในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดของวรรคหนึ่งไม่มีผลผูกพันลูกหนี้ การออกคำสั่งของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท นายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับนิติบุคคลซึ่งเป็นลู หนี้ การทำนิติก หรือการชำระหนี้ใดๆที่ขัดหรือแย้ง กับบทบัญญัติในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดของวรรคหนึ่ง การนั้นเป็นโมฆะ

  19. ๙๐/๑๓

    เจ้าหนี้และบุคคลซึ่งถูกจำกัดสิทธิตามมาตรา ๙๐/๑๒อาจยื่นคำร้อง ต่อศาลที่รับคำร้องขอเพื่อให้มีคำสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อจำกัดสิทธิของตนตามมาตรา ๙๐/๑๒ได้ หากการจำกัดสิทธิของผู้ร้องนั้น

    (๑) ไม่มีความจำเป็นต่อการฟื้นฟูกิจการ หรือ

    (๒) มิได้ให้ความคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันอย่างเพียงพอ เมื่อได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลดำเนินการพิจารณาเป็นการด่วน หากปรากฏ เหตุตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็สมควรเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้อ และหากเป็นกรณี ตาม(๒) ศาลอาจมีคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เจ้าหนี้มีประกันได้รับความคุ้มครองอย่างเพียงพอก็ได้

  20. ๙๐/๑๔

    การดำเนินการดังต่อไปนี้ถือเป็นการให้ความคุ้มครองแก่เจ้าหนี้ มีประกันอย่างเพียงพอแล้ว

    (๑) มีการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้มีประกันในจำนวนเท่ากับมูลค่าที่ลดลงไปของ ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันที่ตกอยู่ภายใต้บังคับของการจำกัดสิทธิตามมาตรา ๙๐/๑๒(๖) เพราะเหตุ ของการจำกัดสิทธินั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

    (๒) มีการให้หลักประกันแก่เจ้าหนี้มีประกันเพื่อชดเชยหลักประกันเดิมในจำนวน เท่ากับมูลค่าที่ลดลงไปของทรัพย์สินอัเป็หลักประกันที่ตกอยู่ภายใต้บังคับของการจำกัดสิทธิตาม มาตรา ๙๐/๑๒(๖) เพราะเหตุการจำกัดสิทธินั้น หรือ

    (๓) มีการดำเนินการอื่นใดที่เจ้าหนี้มีประกั้นยินยอม หรือที่ศาลเห็ว่าจะทำให้ เจ้าหนี้มีประกันสามารถได้รับชำระหนี้ของตนตามมูลค่าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันในเวลาที่มี การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการพร้อมดอกเบี้ยและผลประโยชน์ตามสัญญา เมื่อการดำเนินการตาม ความในหมวดนี้สิ้นสุดลง มาตรา ๙๐/๑๔ทวิ๓๖ ในกรณีทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันมีสภาพเป็นของสดเสียง่าย หรือหากหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะเกินส่วนกับค่า ของทรัพย์สิน เจ้าหนี้ มีประกันอาจใช้สิทธิจำหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกัน ทางธุรกิจหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องแล้วเก็บเงินไว้แทน

  21. ๙๐/๑๕

    ถ้าอายุความหรือระยะเวลาเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณา และการบังคับคดี หรือระยะเวลาเกี่ยวกับการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการที่ถูกห้ามมิให้ ดำเนินการหรือถูกงดไว้ตามมาตรา ๙๐/๑๒ครบกำหนดก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือ ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้หรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ตามความในหมวดนี้ หรือจะครบกำหนดภายในหกเดือนนับแต่วันดังกล่าว ให้อายุความหรือ ระยะเวลานั้นยังไม่ครบกำหนดจนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันดังกล่าว แล้วแต่กรณี แต่ถ้า อายุความหรือระยะเวลานั้นตามกฎหมายมีน้อยกว่าหนึ่งปี ก็ให้นำอายุความหรือระยะเวลาที่สั้นกว่า ดังกล่าวนั้นมาใช้แทนกำหนดเวลาหนึ่งปีดังกล่าว

  22. ส่วนที่ ๓ การตั้งผู้ทำแผน

    10 มาตรา
  23. ๙๐/๑๖

    ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็นสมควรเพื่อประโยชน์ของการฟื้นฟูกิจการ รัฐมนตรีจะออกกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนและการกำหนดคุณสมบัติของผู้ ทำแผนและ ผู้บริหารแผนก็ได้

  24. ๙๐/๑๗

    ในการพิจารณาตั้งผู้ทำแผน ถ้าลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ผู้คัดค้านไม่ได้ เสนอบุคคลอื่นเป็ผู้ทำแผนด้วย เมื่อศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ศาลจะมีคำสั่งตั้งบุคคลที่ผู้ร้องขอเสนอ เป็นผู้ทำแผนก็ได้ ถ้าศาลเห็นว่าบุคคลที่ผู้ร้องขอเสนอไม่สมควรเป็นผู้ทำแผนก็ดี หรือลูกหนี้ เจ้าหนี้ผู้คัดค้านเสนอบุ คลอื่นเป็นผู้ทำแผนด้วยก็ดี ให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียก ประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายโดยเร็วที่สุดเพื่อพิจารณาเลือกว่าบุคคลใดสมควรเป็นผู้ทำแผน ในกรณีที่ลูกหนี้มิได้เสนอผู้ทำแผน มติเลือกผู้ทำแผนต้องเป็นมติของเจ้าหนี้ฝ่ายที่มี จำนวนหนี้ข้างมากซึ่งได้ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น แต่ในกรณีที่ลูกหนี้เสนอผู้ทำแผนด้วยให้ผู้ทำ แผนที่ลูกหนี้เสนอเป็นผู้ทำแผน เว้นแต่จะมีมติของเจ้าหนี้ฝ่ายที่มีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่าสองในสาม ของจำนวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ซึ่งได้ออกเสียงลงคะแนนในมติั้ นกำหนดให้บุคคลอื่นเป็นผู้ทำแผน ในการลงมติตามมาตรานี้ ให้เจ้าหนี้มีประกันออกเสียงได้เต็มตามจำนวนหนี้ ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทำแผน ถ้าที่ประชุมมีมติเลือกผู้ทำแผนได้ และศาลเห็นชอบด้วยให้ศาลตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทำแผน หากศาลไม่เห็นชอบด้วย ให้ศาลมีคำสั่ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดซึ่งเจ้าหนี้ หรือลูกหนี้เสนอชื่อเป็นผู้ทำแผน ถ้าที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่อาจมีมติเลือกผู้ทำแผนได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียก ประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทำแผนอี ครั้งหนึ่ง เว้ แต่ในกรณีที่เห็นสมควรศาลจะมีคำสั่ง ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการก็ได้ ในการประชุมเจ้าหนี้ในวรรคสามหรือวรรคสี่ ถ้าที่ประชุมมีมติเลือกผู้ทำแผนได้ ให้ศาลตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทำแผน เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควรที่จะไม่ตั้งบุคคลดังกล่าวเป็น ผู้ทำแผนหรือที่ประชุมไม่อาจมีมติเลือกผู้ทำแผนได้ ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานผลของการประชุมเจ้าหนี้ที่พิจารณาเลือกผู้ทำ แผนทุกครั้งต่อศาลภายในสามวันนับแต่วันประชุม เพื่อให้ศาลพิจารณาและมีคำสั่งต่อไป การเสนอชื่อผู้ทำแผนต่อที่ประชุมเจ้าหนี้ต้องเสนอหนังสือยินยอมของผู้ได้รับการ เสนอชื่อเป็นผู้ทำแผนด้วย

  25. ๙๐/๑๘

    เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องโฆษณากำหนดวัน เวลา และสถานที่ ที่จะประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทำแผนในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และต้องแจ้งไปยังลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายตามบัญชีรายชื่อที่ลูกหนี้หรือ เจ้าหนี้เสนอต่อศาลและเจ้าหนี้อื่นเท่าที่ทราบด้วย ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นประธานในการประชุมเจ้าหนี้ และให้มีรายงานการ ประชุมลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เก็บไว้เป็นหลักฐาน

  26. ๙๐/๑๙

    ในการพิจารณาของศาลและการประชุมเจ้าหนี้ทุกครั้งให้ลูกหนี้ไป ศาล ไปประชุมและตอบคำถามของศาลเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน ผู้บริหารแผนชั่วคราว หรือเจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สิน ของตนในกรณีเช่นนี้ลูกหนี้จะเสนอความเห็นอย่างหนึ่งอย่างใดต่อศาลหรือที่ประชุ ก็ได้ เมื่อลูกหนี้ร้องขอ ศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะอนุญาตให้ลูกหนี้ไม่ต้องไป ศาลหรือไม่ไปประชุ เจ้าหนี้ในนัดใดก็ได้ แล้วแต่กรณี ให้นำบทบัญญัติในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับแก่ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน และผู้บริหารแผนชั่วคราว ในการพิจารณาของศาลและการประชุ เจ้าหนี้ในระหว่างที่ บุคคลเหล่านี้ยังคงมีหน้าที่ตามตำแหน่งดังกล่าวด้วยโดยอนุโลม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  27. ๙๐/๒๐

    ในกรณีที่ศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแต่ยังไม่มีการตั้งผู้ทำแผน ให้อำนาจ หน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์ินของผู้บริหารของลูกหนี้สิ้นสุดลง ให้ศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลใด บุคคลหนึ่งหรือหลายคนหรือผู้บริหารของลูกหนี้เป็นผู้บริหารชั่วคราวมีอำนาจหน้าที่จัดการกิจการ และทรัพย์สินของลู หนี้ต่อไปภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์จนกว่าจะมีการตั้ง ผู้ทำแผน ในระหว่างที่ไม่สามารถมีคำสั่งตั้งผู้บริหารชั่วคราวได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจ จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ชั่วคราว ในการกำกับดูแลนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะกำหนดอำนาจหน้าที่ รวมทั้งสั่งให้ ผู้บริหารชั่วคราวทำคำชี้แจงในเรื่องบัญชี เรื่องการเงินหรือเรื่องใด ๆเกี่ยวกับการจัดการกิจการและ ทรัพย์สิน หรือจะสั่งให้กระทำหรือมิให้กระทำการใด ๆตามที่เห็นสมควรก็ได้ เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ ผู้บริหารชั่วคราวพ้ จากอำนาจหน้าที่ ในกรณีเช่นนี้ศาลจะสั่งตั้งผู้บริหารชั่วคราวใหม่ขึ้นทำหน้าที่ก็ได้ ถ้าศาลไม่มีคำสั่งตั้งผู้บริหารชั่วคราวใหม่ ก็ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจจัดการกิจการและ ทรัพย์สินของลูกหนี้ชั่วคราวไปตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลแจ้งคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและคำสั่งตั้งหรือให้ผู้บริหารชั่วคราวพ้นจากอำนาจ หน้าที่ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ในราชกิจจานุเบกษาและหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายไม่น้อยกว่าสองฉบับ และแจ้งคำสั่งดังกล่าว ไปยังนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เพื่อนายทะเบียนจะ ได้จดแจ้งคำสั่งศาลไว้ในทะเบียนและแจ้งไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔

    (๖) แล้วแต่กรณี เพื่อทราบด้วย

  28. ๙๐/๒๑

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙๐/๔๒และมาตรา ๙๐/๖๔ในกรณีที่ ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแต่ยังไม่มีการตั้งผู้ทำแผน ให้บรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้นของ ลูกหนี้ระงับลงเว้นแต่สิทธิที่จะได้รับเงินปันผลและให้สิทธิดังกล่าวตกแก่ผู้บริหารชั่วคราวหรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะมีการตั้งผู้ทำแผน ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๑๒(๙) มาใช้บังคับแก่ผู้บริหารชั่วคราวและเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์โดยอนุโลม เมื่อได้รับทราบคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว ผู้บริหารของลูกหนี้ต้องส่งมอบทรัพย์สิน ดวงตราสมุดบัญชี และเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สิน หนี้สิน และกิจการของลูกหนี้แก่ผู้บริหารชั่วคราว หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี โดยเร็วที่สุด เพื่อการนี้ให้ผู้บริหารชั่วคราวหรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจเรียกให้ผู้ครอบครองส่งมอบทรัพย์สิน ดวงตราสมุดบัญชี และเอกสารข้างต้นแก่ ตนได้ด้วย ให้ผู้บริหารชั่วคราวที่ศาลมีคำสั่งให้พ้นจากอำนาจหน้าที่มีหน้าที่ตามความในวรรคสาม ด้วยโดยอนุโลม

  29. ๙๐/๒๒

    เจ้าหนี้ที่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทำแผน ต้องเป็นเจ้าหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ และลูกหนี้ได้ก่อนิติสัมพันธ์ดังกล่าวนั้นขึ้น ก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ แม้ว่าหนี้นั้ นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็ตามโดยเจ้าหนี้ได้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แสดงความประสงค์จะเข้าประชุมตามแบบพิมพ์ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดและแสดงหลักฐาน แห่งความเป็นเจ้าหนี้จนเป็นที่พอใจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก่อนวันประชุม เจ้าหนี้และลูกหนี้จะขอตรวจหลักฐานแห่งความเป็นเจ้าหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์ก็ได้ เจ้าหนี้จะออกเสียงด้วยตนเองหรือมอบฉันทะเป็นหนังสือให้ผู้อื่นออกเสียงแทนก็ได้

  30. ๙๐/๒๓

    ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทำแผนให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ถามลูกหนี้และเจ้าหนี้ที่มาประชุมว่าจะคัดค้านการออกเสียงของเจ้าหนี้รายใดหรือไม่ ถ้ามีผู้คัดค้านการออกเสียงของเจ้าหนี้รายใด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบถามผู้คัดค้าน เจ้าหนี้ผู้ถูกคัดค้านและลูกหนี้เกี่ยวกับเรื่องที่คัดค้าน ถ้าบุคคลดังกล่าวมาประชุม แล้วมีคำสั่งให้เจ้าหนี้ รายนั้นออกเสียงในจำนวนหนี้ได้หรือไม่เท่าใด คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด โดยให้มีผลเฉพาะให้ เจ้าหนี้มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมเจ้าหนี้หรือไม่เท่านั้น แต่ไม่มีผลให้มติเลือกผู้ทำแผนที่ เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลเปลี่ยนแปลงไปหรือกระทบถึงสิทธิในการได้รับชำระหนี้ของเจ้าหนี้

  31. ๙๐/๒๔

    ถ้าศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผน ให้ศาลแจ้งคำสั่งนั้นแก่ผู้ทำแผนเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารของลูกหนี้ และผู้บริหารชั่วคราวโดยไม่ชักช้า อำนาจหน้าที่ของผู้ทำแผนให้เริ่ม แต่วันที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าว และให้อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารของลูกหนี้ หรือผู้บริหารชั่วคราวสิ้นสุดลง เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนแล้วให้นำความในมาตรา ๙๐/๒๐วรรคสี่ และมาตรา ๙๐/๒๑วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม กับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยัง เจ้าหนี้ทั้งหลายตามบัญชีรายชื่อที่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เสนอต่อศาลและเจ้าหนี้อื่นเท่าที่ทราบ ในคำโฆษณาและหนังสือแจ้งคำสั่งตามวรรคสองให้แจ้งกำหนดเวลาให้เจ้าหนี้ ทั้งหลายเสนอคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูิจการตามแบบพิมพ์ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ด้วย

  32. ๙๐/๒๕

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙๐/๔๒และมาตรา ๙๐/๖๔เมื่อศาลมีคำสั่ง ตั้งผู้ทำแผนแล้ว ให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ และบรรดาสิทธิตาม กฎหมายของผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ ยกเว้นสิทธิที่จะได้รับเงินปันผลตกแก่ผู้ทำแผน และให้นำบทบัญญัติ มาตรา ๙๐/๑๒(๙) มาใช้บังคับแก่ผู้ทำแผนโดยอนุโลม

  33. ส่วนที่ ๔ การขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ

    8 มาตรา
  34. ๙๐/๒๖

    เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้็แต่โดยปฏิบัติตาม วิธีการที่กล่าวไว้ในส่วนนี้ แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้วแต่ คดียังอยู่ระหว่างพิจารณาก็ตาม ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้พร้อมสำเนาต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทรัพย์ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนและให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่ง สำเนาคำขอรับชำระหนี้ให้ผู้ทำแผนโดยไม่ชักช้า บุคคลใดได้รับความเสียหายเพราะการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใดๆถูกเพิกถอน ตามมาตรา ๙๐/๔๑หรือเพราะผู้บริหารแผนไม่ยอมรับทรัพย์ินหรือสิทธิตามสัญญาตามมาตรา ๙๐/๔๑ทวิ มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการสำหรับหนี้เดิม หรือค่าเสียหายได้ แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งแต่ให้นับจากวันที่อาจใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ ถ้ามีข้อโต้เถียงเป็นคดีให้นับจากวันคดีถึงที่สุด๓๗ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๑วรรคสองมาตรา ๑๐๕มาตรา ๑๐๘และบทบัญญัติใน หมวด ๘ส่วนที่ ๓ว่าด้วยเรื่องค่าธรรมเนียมมาใช้บังคับเกี่ยวกับการขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ โดยอนุโลม

  35. ๙๐/๒๗

    เจ้าหนี้อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ ถ้ามูลแห่งหนี้ได้ เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ แม้ว่าหนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็ตาม เว้นแต่หนี้ที่เกิดขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีหรือหนี้ที่จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ ผู้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้ตามมาตรา ๑๐๑อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟู กิจการสำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้าได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิขอรับชำระหนี้ ไว้เต็มจำนวนแล้ว หนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือผู้บริหารชั่วคราวก่อขึ้น หนี้ที่ลูกหนี้จะต้องรับผิด ตามมาตรา ๙๐/๑๒(๘) หรือ (๑๑)และหนี้ภาษีอากรหรือหนี้อื่นอันมีลักษณะเดียวกันซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ วันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูิจการจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผน เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิได้รับชำระหนี้ตาม ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแผนโดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ แต่เจ้าหนี้ดังกล่าวจะต้องมี หนังสือขอให้ผู้ทำแผนออกหนังสือรับรองสิทธิของตนก่อนวันประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผน ถ้าผู้ทำ แผนจะปฏิเสธสิทธิของเจ้าหนี้จะต้องปฏิเสธเป็นหนังสือไปยังเจ้าหนี้ภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้รับ หนังสือของเจ้าหนี้ มิฉะนั้น ให้ถือว่ายอมรับสิทธิของเจ้าหนี้ตามที่ขอมาถ้าเจ้าหนี้มิได้ีหนังสือขอให้ ผู้ทำแผนออกหนังสือรับรองสิทธิของตนเองหรือผู้ทำแผนมีหนังสือปฏิเสธสิทธิของเจ้าหนี้ภายใน กำหนดเวลาดังกล่าวข้างต้น เจ้าหนี้นั้นอาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ภายในสิบสี่วันนับแต่วันประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนหรือวันที่เจ้าหนี้ได้รับคำปฏิเสธนั้น แล้วแต่กรณี

  36. ๙๐/๒๘

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙๐/๑๒(๖) มาตรา ๙๐/๑๓และมาตรา ๙๐/๑๔เจ้าหนี้มีประกัจะใช้สิทธิบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันโดยไม่ต้อง ขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการก็ได้ แต่ต้องยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือผู้ทำแผนตรวจดู ทรัพย์สินนั้น ๒๕๔๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  37. ๙๐/๒๙

    เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือผู้ทำแผนอาจขอตรวจและโต้แย้งคำขอรับชำระ หนี้ในการฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิท ษ์ทรัพย์ได้ แต่ต้องกระทำภายในกำหนดสิบสี่วันนับแต่วันที่ พ้นกำหนดเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้

  38. ๙๐/๓๐

    คำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้รายใด ถ้าเจ้าหนี้อื่น ลูกหนี้ หรือผู้ทำแผนไม่โต้แย้ง ให้เจ้าหนี้รายนั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้เต็มจำนวนหนี้ตามที่ระบุ ไว้ในคำขอรับชำระหนี้ ถ้ามีผู้โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนโดยด่วนแล้วมีคำสั่งว่าจะให้ เจ้าหนี้รายนั้นออกเสียงในจำนวนหนี้ได้หรือไม่เท่าใด และให้นำความในมาตรา ๙๐/๒๓วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  39. ๙๐/๓๑

    เพื่อประโยชน์ในการคำนวณหนี้ที่ใช้ในการออกเสียงลงคะแนน ถ้าหนี้ได้กำหนดไว้เป็นเงินตราต่างประเทศให้คิดเป็นเงินตราไทยในวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตาม อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราประจำวันของธนาคารแห่งประเทศไทย

  40. ๙๐/๓๒

    คำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูิจการของเจ้าหนี้รายใด ถ้าเจ้าหนี้อื่น ลูกหนี้ หรือผู้ทำแผนไม่โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจสั่งอนุญาตให้รับชำระหนี้ได้ เว้นแต่มีเหตุอันสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น คำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้รายใด ถ้ามีผู้โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) ให้ยกคำขอรับชำระหนี้

    (๒) อนุญาตให้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน

    (๓) อนุญาตให้ได้รับชำระหนี้บางส่วน การคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้มีส่วน ได้เสียอาจยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลได้ภายในกำหนดสิบสี่วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์

  41. ๙๐/๓๓

    ถ้าเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการเป็นหนี้ลูกหนี้ ในเวลาที่มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้นั้นอาจใช้สิทธิหักกลบลบหนี้ได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้สิทธิเรียกร้อง ต่อลูกหนี้ภายหลังที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ

  42. ส่วนที่ ๕ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้

    6 มาตรา
  43. ๙๐/๓๔

    ภายในเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งตั้งผู้ทำแผน ให้ผู้บริหาร ของลูกหนี้ยื่นคำชี้แจงตามมาตรา ๙๐/๓๕เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ตนรับรองแล้ว ตามแบบพิมพ์ต่อผู้ทำแผน เมื่อผู้บริหารของลูกหนี้มีคำขอขยายระยะเวลาก่อนสิ้นกำหนดเวลาดังกล่าวข้างต้น โดยมีเหตุอันควร ผู้ทำแผนอาจขยายระยะเวลาให้อีกได้ตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินสามสิบวัน ถ้าผู้บริหารของลูกหนี้ไม่ทำหรือไม่สามารถทำคำชี้แจงได้ ให้ผู้ทำแผนเป็นผู้ทำแทน และเพื่อการนี้ให้มีอำนาจจ้างบุคคลอื่นเข้าช่วยตามที่เห็นจำเป็นโดยคิดหักค่าใช้จ่ายจากทรัพย์สินของ ลูกหนี้

  44. ๙๐/๓๕

    คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้จะต้องแสดงโดย ชัดแจ้งถึงรายการต่อไปนี้ วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้พิจารณา

    (๑) กิจการของลูกหนี้

    (๒) สินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพันต่าง ๆที่ลูกหนี้มีต่อบุคคลภายนอก

    (๓) ทรัพย์สินที่ได้ให้เป็นประกันแก่เจ้าหนี้ และวันที่ได้ให้ทรัพย์สินนั้นเป็นประกัน

    (๔) ทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่อยู่ในความยึดถือของลูกหนี้

    (๕) การเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทหรือนิติบุคคลหรือเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนอื่น

    (๖) ชื่อ อาชีพและที่อยู่โดยละเอียดของเจ้าหนี้ทั้งหลาย

    (๗) ชื่อ อาชีพและที่อยู่โดยละเอียดของผู้เป็นลูกหนี้ของลูกหนี้

    (๘) รายละเอียดแห่งทรัพย์สินที่จะตกแก่ลูกหนี้ในภายหน้า

    (๙) ข้อมูลอื่นตามที่ผู้ทำแผนเห็นสมควรให้แจ้งเพิ่ เติม คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็น หลักฐานอันถูกต้องที่ใช้ยันลูกหนี้ได้

  45. ๙๐/๓๖

    ผู้บริหารชั่วคราวหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องทำคำชี้แจง เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อผู้ทำแผนตามมาตรา ๙๐/๓๕ในช่วงเวลาที่ตนมีอำนาจ บริหารกิจการชั่วคราว และให้นำมาตรา ๙๐/๓๔มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  46. ๙๐/๓๗

    ในกรณีจำเป็น เพื่อประโยชน์ในการทำแผนและการบริหารแผน ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนหรือผู้บริหารแผนชั่วคราวอาจขอให้ศาลออกหมายเรียกผู้เป็นหรือเคยเป็น ผู้บริหารของลูกหนี้ ลูกจ้างของลูกหนี้ ผู้สอบบัญชีของลูกหนี้ ผู้บริหารชั่วคราว หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใด ซึ่งได้ความหรือสงสัยว่ามีทรัพย์สินของลู หนี้อยู่ในครอบครองหรือเชื่อว่าเป็นหนี้ ลูกหนี้หรือเห็นว่า สามารถแจ้งข้อความเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของลูกหนี้มาพบตนเพื่อสอบถามหรือขอให้ศาลสั่ง ให้บุคคลนั้น ๆส่ เอกสารหรือวัตถุพยานซึ่งอยู่ในความยึดถือหรืออำนาจของผู้นั้นอันเกี่ยวกับกิจการ หรือทรัพย์สินของลูกหนี้มาให้ตนก็ได้ เพื่อประโยชน์ในการทำแผนและการบริหารแผนศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จะออกหมายเรียกบุคคลตามวรรคหนึ่งมาไต่สวนหรือสอบสวนเองหรือสั่งให้บุคคลนั้น ๆส่งเอกสาร หรือวัตถุพยานก็ได้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บุคคลใดจงใจขัดขืนหมายเรียกหรือคำสั่งของศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้ศาลมีอำนาจออกหมายจับบุคคลนั้นมาขัไว้จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

  47. ๙๐/๓๘

    เมื่อผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลมีอำนาจบังคับให้บุคคลที่รับว่าเป็นหนี้ลูกหนี้หรือรับว่ามีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง ชำระหนี้หรือส่งมอบทรัพย์สินแก่ตนได้ภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร ถ้าไม่ปฏิบัติตาม คำบังคับ ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี เสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา

  48. ๙๐/๓๙

    เมื่อปรากฏว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดชำระหนี้ หรือส่งมอบทรัพย์ินแก่ลูกหนี้และบุคคลนั้นไม่ได้รับว่าเป็นหนี้ลูกหนี้หรือมีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ใน ครอบครองให้ผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนแจ้งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อดำเนินการ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งความเป็นหนังสือไปยังบุคคลดักล่าวให้ชำระหนี้ หรือส่งมอบทรัพย์สินตามที่ได้แจ้งไป และให้แจ้งไปด้วยว่าถ้าจะปฏิเสธ ให้แสดงเหตุผลประกอบ ข้อปฏิเสธเป็นหนังสือมายังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสิบสี่วันนับแต่วันได้รับแจ้งความ มิฉะนั้น จะถือว่าเป็นหนี้ลูกหนี้ตามที่แจ้งไปเป็นการเด็ดขาด ถ้าบุคคลที่รับแจ้งความนั้นปฏิเสธหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน กำหนดเวลาตามวรรคสองให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวน เมื่อเห็นว่าบุคคลนั้นไม่ได้เป็นหนี้ ให้แจ้งต่อผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนและบุคคลนั้นทราบ ถ้าเห็นว่าบุคคลนั้นเป็นหนี้เท่าใด ให้แจ้งเป็น หนังสือยืนยันไปยังบุคคลที่จะต้องรับผิดชอบนั้น และให้แจ้งไปด้วยว่าถ้าจะคัดค้านประการใดให้ร้อง คัดค้านต่อศาลภายในกำหนดเวลาสิบสี่วันนับแต่ได้รับแจ้งความยืนยัน ถ้าบุ คลที่ได้รับแจ้ ความยืนยันั้ คัดค้านต่อศาลโดยทำเป็คำร้องภายใน กำหนดเวลาตามวรรคสามให้ศาลพิจารณา ถ้าพอใจว่าเป็นหนี้ให้มีคำบังคับให้บุคคลนั้นชำระหนี้หรือ ส่งมอบทรัพย์สิ แก่ผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผน ถ้าเห็ว่าไม่ได้เป็หนี้ ให้มีำสั่ จำหน่ายจาก บัญชีลูกหนี้ ถ้าบุคคลที่ได้รับแจ้งความจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้ปฏิเสธต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์หรือมิได้ร้องคัดค้านต่อศาลตามกำหนดเวลาที่กล่าวข้างต้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจ มีคำขอต่อศาลให้บังคับให้บุคคลนั้นชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร ถ้าบุคคลนั้นไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอให้ ศาลออกหมายบังคับคดีเสมือนหนึ่งว่าบุคคลนั้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ในกรณีที่ผู้ถูกทวงหนี้ ร้องคัดค้านต่อศาล เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคำขอ โดยทำเป็นคำร้องต่อศาลให้สั่งยึด หรืออายัดทรัพย์สินของผู้ร้องคัดค้านไว้ชั่วคราวก่อนมีคำสั่งในเรื่อง หนี้นั้นได้

  49. ส่วนที่ ๖ การเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

    2 มาตรา
  50. ๙๐/๔๐

    การขอให้ศาลเพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์นั้น ให้ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอได้โดยทำเป็นคำร้อง ถ้านิติกรรมที่ขอเพิกถอนการฉ้อฉลนั้นเกิดขึ้นภายในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนวันยื่น คำร้องขอและภายหลันั้น หรือเป็นการทำให้โดยเสน่หา หรือเป็การที่ลูกหนี้ได้รับค่าตอบแทนน้อย เกินสมควร ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการกระทำที่ลูกหนี้และผู้ที่ได้ลาภงอกแต่การนั้น รู้อยู่ว่าเป็น ทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบ

  51. ๙๐/๔๑

    เมื่อปรากฏว่ามีการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆซึ่งลูกหนี้ ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการยื่นคำร้องขอและภายหลังนั้น โดยมีจุดมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน หรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์อาจยื่นคำขอต่อศาลโดยทำเป็นคำร้อง ในการนี้ศาลมีอำนาจสั่งเพิ ถอนการโอนหรือการ กระทำนั้นได้ ถ้าเจ้าหนี้ผู้ได้เปรียบเป็บุ คลภายในของลูกหนี้ ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอน หรือการกระทำตามวรรคหนึ่งที่ได้กระทำขึ้นในระหว่างระยะเวลาหนึ่งปีก่อนมีการยื่นคำร้องขอและ ภายหลังนั้น การเพิกถอนการโอนหรือการกระทำตามมาตรานี้ ไม่กระทบถึงสิทธิของ บุคคลภายนอกอันได้มาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก่อนมีการยื่นคำร้องขอ มาตรา ๙๐/๔๑ทวิ๔๐ ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันที่ผู้บริหารแผนทราบ คำสั่งเห็นชอบด้วยแผนของศาลให้ผู้บริหารแผนมีอำนาจไม่ยอมรับทรัพย์สินของลู หนี้หรือสิทธิตาม สัญญาที่มีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ ตามที่ได้กำหนดไว้ในแผน เจ้าหนี้หรือบุคคลใดได้รับความเสียหายโดยการกระทำของผู้บริหารแผนตามมาตรานี้ บุคคลนั้นอาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลภายในกำหนดเวลาสิบสี่วัน นับแต่วันที่ได้ทราบการ กระทำนั้น ศาลมีอำนาจสั่งยืนตาม กลับ หรือแก้ไข หรือสั่งประการใดตามที่เห็นสมควร บุคคลใดได้รับความเสียหายตามมาตรานี้ มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ สำหรับค่าเสียหายได้

  52. ส่วนที่ ๗ การประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ

    14 มาตรา
  53. ๙๐/๔๒

    ในแผนให้มีรายการต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

    (๑) เหตุผลที่ทำให้มีการฟื้นฟูกิจการ

    (๒) รายละเอียดแห่งสินทรัพย์ หนี้สินและภาระผูกพันต่าง ๆของลูกหนี้ในขณะที่ ศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ

    (๓) หลักการและวิธีการฟื้นฟูกิจการ

    (ก) ขั้นตอนของการฟื้นฟูกิจการ

    (ข) การชำระหนี้ การยืดกำหนดเวลาชำระหนี้ การลดจำนวนหนี้ลงและการจัด กลุ่มเจ้าหนี้

    (ค) การลดทุนและเพิ่มทุน

    (ง) การก่อหนี้และระดมเงินทุน รวมตลอดถึงแหล่งของเงินทุนและเงื่อนไขแห่ง หนี้สินและเงินทุนดังกล่าว

    (จ) การจัดการและการหาประโยชน์จากทรัพย์สินของลูกหนี้

    (ฉ) เงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลและประโยชน์อื่นใด

    (๔) การไถ่ถอนหลักประกันในกรณีที่มีเจ้าหนี้มีประกันและความรับผิดของผู้ค้ำประกัน

    (๕) แนวทางแก้ปัญหาในกรณีขาดสภาพคล่องชั่วคราวระหว่างการปฏิบัติตามแผน

    (๖) วิธีปฏิบัติในกรณีที่มีการโอนสิทธิเรียกร้องหรือโอนหนี้

    (๗) ชื่อคุณสมบัติ หนังสือยิ ยอมของผู้บริหารแผน และค่าตอบแทนโดยนำความ ในมาตรา ๙๐/๖วรรคสองมาใช้บังคับเกี่ยวกับผู้บริหารแผนโดยอนุโลม

    (๘) การแต่งตั้งและการพ้นตำแหน่งของผู้บริหารแผน

    (๙) ระยะเวลาดำเนินการตามแผนซึ่งไม่เกินห้าปี (๑๐)การไม่ยอมรับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือสิทธิตามสัญญา ในกรณีที่ทรัพย์สินของ ลูกหนี้หรือสิทธิตามสัญญามีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ มิให้นำมาตรา ๑๑๑๗มาตรา ๑๑๑๙มาตรา ๑๑๔๕มาตรา ๑๒๒๐ถึงมาตรา ๑๒๒๘มาตรา ๑๒๓๘ถึงมาตรา ๑๒๔๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๑มาตรา ๓๓มาตรา ๕๐มาตรา ๕๑มาตรา ๕๒มาตรา ๕๔มาตรา ๘๔มาตรา ๑๐๒มาตรา ๑๐๗มาตรา ๑๑๖มาตรา ๑๑๙มาตรา ๑๓๖มาตรา ๑๓๗มาตรา ๑๓๙มาตรา ๑๔๐มาตรา ๑๔๑มาตรา ๑๔๖ถึงมาตรา ๑๔๘แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕และมาตรา ๓๙แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕มาใช้บังคับแก่แผนตามมาตรานี้ มาตรา ๙๐/๔๒ทวิ๔๒ การจัดกลุ่มเจ้าหนี้ตามมาตรา ๙๐/๔๒(๓)

    (ข) ให้จัด ดังต่อไปนี้

    (๑) เจ้าหนี้มีประกันแต่ละรายที่มีจำนวนหนี้มีประกันไม่น้อยกว่าร้อยละสิบห้าของ จำนวนหนี้ทั้งหมดที่อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ ให้จัดเป็นรายละกลุ่ม

    (๒) เจ้าหนี้มีประกันที่ไม่ได้จัดกลุ่มไว้ใน

    (๑) ให้จัดเป็นหนึ่งกลุ่ม

    (๓) เจ้าหนี้ไม่มีประกัอาจจัดได้เป็นหลายกลุ่ม โดยให้เจ้าหนี้ไม่มีประกันที่มีสิทธิ เรียกร้องหรือผลประโยชน์ที่มีสาระสำคัญเหมือนกันหรือทำนองเดียวกันอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

    (๔) เจ้าหนี้ตามมาตรา ๑๓๐ทวิ ให้จัดเป็นหนึ่งกลุ่ม เจ้าหนี้รายใดเห็นว่าการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ไม่ได้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง อาจยื่นคำร้องขอ ต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รู้ถึงการจัดกลุ่ม และศาลอาจมีคำสั่งให้จัดกลุ่มเสียใหม่ให้ถูกต้อง โดยเร็ว คำสั่งศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด มาตรา ๙๐/๔๒ตรี๔๓ สิทธิของเจ้าหนี้ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันต้องได้รับการปฏิบัติ เท่าเทียมกัน เว้นแต่เจ้าหนี้ผู้ได้รับการปฏิบัติที่เสียเปรียบในกลุ่มนั้นจะให้ความยินยอมเป็นหนังสือ

  54. ๙๐/๔๓

    ภายในกำหนดเวลาสามเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนใน ราชกิจจานุเบกษาให้ผู้ทำแผนส่งแผนแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ พร้อมด้วยสำเนาจำนวนอัน เพียงพอเพื่อส่งให้แก่เจ้าหนี้ผู้มีสิทธิออกเสียงและลูกหนี้ กำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งศาลอาจขยายให้อีกได้ไม่เกินสองครั้งครั้งละไม่เกินหนึ่งเดือน

  55. ๙๐/๔๔

    เมื่อได้รับแผนพร้อมด้วยสำเนาจากผู้ทำแผนแล้ว ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์นัดประชุ เจ้าหนี้ผู้ีสิทธิออกเสียงโดยเร็วที่สุดเพื่อปรึกษาลงมติว่าจะยอมรับแผน หรือไม่หรือจะแก้ไขอย่างไร โดยให้ส่งสำเนาแผนและแจ้งกำหนดวัน เวลา สถานที่ และหัวข้อประชุม ไปยังเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิออกเสียง ลู หนี้ และผู้ ทำแผนกับให้โฆษณากำหนดการประชุมดังกล่าวใน หนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าสิบวัน ในกรณีที่ผู้ทำแผนมาประชุมไม่ได้เพราะมีเหตุผลพิเศษ ให้แจ้งขอเลื่อนการประชุม ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก่อนวันประชุมเว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัยทำให้แจ้งล่วงหน้าไม่ได้ ถ้าผู้ทำแผนไม่มาประชุม ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถามที่ประชุมเจ้าหนี้ว่าจะให้ เลื่อนการพิจารณาแผนไปหรือไม่ ถ้าที่ประชุมมีมติให้เลื่อน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เลื่อนการ พิจารณาแผนได้ตามที่เห็นสมควร โดยแจ้งกำหนดวันเวลานัดประชุมใหม่ต่อที่ประชุม และให้ถือว่า เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือผู้ทำแผนซึ่งไม่ได้มาประชุมได้ทราบนัดแล้ว

  56. ๙๐/๔๕

    เจ้าหนี้ ลูกหนี้หรือผู้ทำแผนอาจขอแก้ไขแผนโดยยื่นคำขอต่อเจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์ล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าสามวัน ในกรณีที่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้เป็นผู้ขอต้องส่งสำเนาคำขอแก้ไขแผนให้ผู้ทำแผนทราบ ล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าสามวันด้วย ผู้ขอแก้ไขแผนโดยขอเปลี่ยนตัวผู้บริหารแผนต้องส่งหนังสือยินยอมของผู้ที่จะให้เป็น ผู้บริหารแผนไปพร้อมกับคำขอแก้ไขแผนด้วย

  57. ๙๐/๔๖

    มติยอมรับแผนต้องเป็นไปดังนี้

    (๑) ที่ประชุมเจ้าหนี้แต่ละกลุ่มทุกกลุ่ม ซึ่งมิใช่กลุ่มเจ้าหนี้ตามมาตรา ๙๐/๔๖ทวิ มีมติของเจ้าหนี้ฝ่ายข้างมากและมีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่าสองในสามแห่งจำนวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ ซึ่งได้เข้าประชุมด้วยตนเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทนในที่ประชุมเจ้าหนี้และได้ออกเสียง ลงคะแนนในมตินั้น หรือ

    (๒) ที่ประชุมเจ้าหนี้อย่างน้อยหนึ่งกลุ่ม ซึ่งมิใช่กลุ่มเจ้าหนี้ตามมาตรา ๙๐/๔๖ทวิ มีมติของเจ้าหนี้ฝ่ายข้างมากและมีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่าสองในสามแห่งจำนวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ ในกลุ่มนั้นซึ่งได้เข้าประชุมด้วยตนเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทนในที่ประชุมเจ้าหนี้และได้ ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น และเมื่อนับรวมจำนวนหนี้ของเจ้าหนี้ที่ยอมรับแผนในที่ประชุมเจ้าหนี้ ทุกกลุ่มแล้วมีจำนวนไม่้อยกว่าร้อยละห้าสิบแห่งจำนวนหนี้ของเจ้าหนี้ซึ่งได้เข้าประชุมด้วยตนเอง หรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมแทนในที่ประชุมเจ้าหนี้และได้ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น ในการนับจำนวนหนี้ ให้ถือว่าเจ้าหนี้ตามมาตรา ๙๐/๔๖ทวิ ได้มาประชุมและได้ ออกเสียงลงคะแนนในมติยอมรับแผนนั้นด้วย มาตรา ๙๐/๔๖ทวิ๔๕ เจ้าหนี้ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นเจ้าหนี้ที่ยอมรับแผนตาม มาตรา ๙๐/๔๖แล้ว

    (๑) เจ้าหนี้ที่ได้รับข้อเสนอจากผู้ทำแผนให้ได้รับชำระหนี้ที่ผิดนัดเต็มจำนวนพร้อม ดอกเบี้ย และจะได้รับชำระหนี้ที่ผิดนัดเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ยภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลมี คำสั่งเห็นชอบด้วยแผนและเจ้าหนี้นั้นยังคงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามสัญญา หรือข้อตกลงเดิมต่อไป โดยให้ถือเสมือนว่าลูกหนี้ไม่เคยตกเป็นผู้ผิดนัดเลย

    (๒) เจ้าหนี้ที่ได้รับข้อเสนอจากผู้ทำแผนให้ได้รับชำระหนี้ตามสัญญาหรือข้อตกลงเดิ

    (๓) เจ้าหนี้ตามมาตรา ๑๓๐ทวิ

  58. ๙๐/๔๗

    ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผน ถ้าที่ ประชุมไม่อาจ พิจารณากิจการต่าง ๆให้เสร็จสิ้นไปได้ในวันนั้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เลื่อนการประชุมไปในวัน ทำการถัดไป โดยนำบทบัญญัติเกี่ยวกับการแจ้งนัดประชุมใหม่ตามมาตรา ๙๐/๔๔วรรคสามมาใช้ บังคับโดยอนุโลม

  59. ๙๐/๔๘

    ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผน ถ้ามีการขอแก้ไขแผนให้ ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติว่าจะให้แก้ไขตามคำขอนั้ นและข้อที่ เกี่ยวเนื่องกันหรือไม่ก่อน ถ้าที่ประชุม เจ้าหนี้ลงมติให้แก้ไขและผู้ทำแผนมาประชุม ก็ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบถามผู้ทำแผนว่ายอม ให้แก้ไขแผนตามมติหรือไม่ เมื่อผู้ทำแผนยอมให้แก้ไขแผนแล้ว จึงให้ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ว่าจะยอมรับแผนที่มีการแก้ไขนั้นหรือไม่ ในกรณีที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติให้แก้ไขแผนแต่ผู้ทำแผนไม่มาประชุม ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เลื่อนการประชุมไปเพื่อสอบถามผู้ทำแผนว่ายอมให้แก้ไขแผนตามมตินั้นหรือไม่ แล้วดำเนินการต่อไปตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง โดยให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการแจ้งนัดประชุมใหม่ ตามมาตรา ๙๐/๔๔วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่ไม่มีการขอแก้ไขแผนหรือผู้ทำแผนยอมให้แก้ไขแผนแล้ว ถ้าที่ประชุม เจ้าหนี้ไม่มีมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ยอมรับแผนดังกล่าวก็ดี หรือไม่ลงมติประการใดก็ดี หรือไม่มี เจ้าหนี้ไปประชุมก็ดี ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลโดยไม่ชักช้า เมื่อศาลได้รับรายงาน ให้ศาลนัดพิจารณาเป็การด่วน และแจ้งวันเวลานัดให้เจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งแจ้งความให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลาย ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน ในการพิจารณาให้ศาลพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนและฟัคำชี้แจงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้ และคำคัดค้านของลูกหนี้ ถ้าศาลฟังได้ความตามวรรคสาม ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ แต่ถ้าเป็นกรณีลูกหนี้ได้ถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลายไว้ ก่อนแล้ว และศาลเห็สมควรให้ลู หนี้ ล้ ละลายก็ให้ยกคำร้องขอให้ฟื้ ฟูิ จการเสีย แล้วให้ ดำเนินคดีล้มละลายที่ได้ให้งดการพิจารณาไว้นั้นต่อไป

  60. ๙๐/๔๙

    ในกรณีที่มีการขอแก้ไขแผนในสาระสำคัญ เมื่อผู้ทำแผน ลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนซึ่งมีจำนวนหนี้รวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนหนี้ทั้งหมด ของเจ้าหนี้ซึ่งได้เข้าประชุมขอให้เลื่อนการพิจารณาแผนไปเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจให้เลื่อนการ พิจารณาแผนได้ตามที่เห็นสมควร โดยให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการแจ้งนัดประชุมใหม่ตามมาตรา ๙๐/๔๔วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม

  61. ๙๐/๕๐

    ในการประชุมเจ้าหนี้ รั้งที่ ต้องเลื่อนมาเพราะผู้ทำแผนไม่มา ประชุมตามมาตรา ๙๐/๔๔หรือมาตรา ๙๐/๔๘วรรคสองถ้าผู้ทำแผนไม่มาประชุมอีกหรือมาแต่ไม่ อาจแสดงให้เป็นที่พอใจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่ามีเหตุผลพิเศษหรือมีเหตุสุดวิัยจึงมาประชุม ไม่ได้หรือแจ้งล่วงหน้าก่อนวันประชุมครั้งก่อนไม่ได้ แล้วแต่กรณี ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอให้ ที่ประชุมพิจารณาว่าสมควรให้ตั้งผู้ทำแผนคนใหม่หรือไม่ ในกรณีที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติให้ตั้งผู้ทำ แผนคนใหม่ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๕๑เกี่ยวกับการเลือกผู้ทำแผนคนใหม่ มาใช้บังคับโดย อนุโลม ในกรณีที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติไม่ให้ตั้งผู้ทำแผนคนใหม่ไม่ว่าจะมีการขอแก้ไขแผน หรือไม่ ถ้าผู้ทำแผนไม่มาประชุมอีกให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาแล้วลงมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ ว่าจะ ยอมรับแผนหรือแผนที่มีการแก้ไขนั้นหรือไม่ ถ้าผู้ทำแผนมาประชุ ให้เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ ดำเนินการประชุมเจ้าหนี้ต่อไป ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๙๐/๔๘มาใช้บังคับโดยอนุโลม๔๗

  62. ๙๐/๕๑

    ในกรณีที่ผู้ทำแผนไม่ยอมให้แก้ไขแผนตามที่ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติ ให้แก้ไขไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ถ้าที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่มีมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ยอมรับแผนของ ผู้ทำแผน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถามที่ประชุมเจ้าหนี้ว่าจะให้ตั้งผู้ทำแผนคนใหม่หรือไม่ ถ้าที่ ประชุมเจ้าหนี้ลงมติให้มีการตั้งผู้ทำแผนคนใหม่ ให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาเลือกผู้ทำแผนคนใหม่ใน วันนั้น๔๘ เจ้าหนี้ที่มาประชุมหรือลูกหนี้มีสิทธิเสนอชื่อผู้ทำแผนคนใหม่โดยต้องแสดงหนังสือ ยินยอมของผู้ถูกเสนอชื่อด้วย ถ้าไม่มีผู้ใดเสนอชื่อผู้ทำแผนตามความในวรรคสอง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เลื่อนการประชุมไปเพื่อเลือกผู้ทำแผนคนใหม่ภายในกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสามวัแต่ไม่เกินเจ็ดวัน โดยให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการแจ้งนัดประชุมใหม่ตามมาตรา ๙๐/๔๔วรรคสามมาใช้บังคับโดย อนุโลม

  63. ๙๐/๕๒

    ถ้าที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติเลือกผู้ทำแผนคนใหม่ได้ ให้ศาลตั้งบุคคล ดังกล่าวเป็นผู้ทำแผนคนใหม่โดยให้ำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๑๗วรรคสองและวรรคหกมาใช้ บังคับโดยอนุโลม ถ้าที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติไม่ให้ตั้งผู้ทำแผนคนใหม่หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่อาจมีมติ เลือกผู้ทำแผนคนใหม่ได้ หรือศาลมีเหตุผลอันสมควรที่จะไม่ให้มีการตั้งผู้ทำแผนคนใหม่ตามมติที่ ประชุมเจ้าหนี้ตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของ ลูกหนี้เด็ดขาดโดยเร็วในกรณีเช่นนี้ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๙๐/๔๘วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  64. ๙๐/๕๓

    เมื่อศาลตั้งผู้ทำแผนคนใหม่ ให้อำนาจหน้าที่ของผู้ทำแผนคนใหม่ และผู้ทำแผนคนเดิมเริ่มและสิ้นสุดในวันที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าว และให้ศาลแจ้งคำสั่งนั้นแก่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้ทำแผนคนเดิมและผู้ทำแผนคนใหม่โดยไม่ชักช้า เมื่อได้ทราบคำสั่งศาล ให้ผู้ทำแผนคนเดิมส่งมอบทรัพย์สิน ดวงตราสมุดบัญชี และ เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของลู หนี้แก่ผู้ทำแผนคนใหม่โดยเร็วที่สุด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาคำสั่งนั้นในราชกิจจานุเบกษาและใน หนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ กับแจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังบรรดาเจ้าหนี้ที่มีสิทธิ ออกเสียงและนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท หรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยด่วนเพื่อนาย ทะเบียนจะได้จดแจ้งคำสั่งศาลไว้ในทะเบียน และให้แจ้งไปยังผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับนิติบุคคลซึ่ง เป็นลูกหนี้เพื่อทราบด้วย

  65. ๙๐/๕๔

    ภายในกำหนดเวลาสี่สิบห้าวันับแต่วันทราบคำสั่งศาลให้ผู้ทำ แผนคนใหม่ส่งแผนแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อนัดประชุมเจ้าหนี้ตามมาตรา ๙๐/๔๔วรรคหนึ่ง ต่อไป กำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งศาลอาจขยายให้อีกได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนดังกล่าว ถ้าไม่มีการขอแก้ไขแผนให้เสนอ แผนนั้นต่อที่ประชุมเจ้าหนี้เพื่อลงมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ว่าจะยอมรับหรือไม่ ถ้ามีการขอแก้ไขแผน ให้ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติว่าจะให้แก้ไขตามคำขอนั้น และข้อที่ เกี่ยวเนื่องกันก่อน หากไม่มีมติให้แก้ไข ก็ให้ลงมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ว่าจะยอมรับแผนที่เสนอตาม วรรคหนึ่งหรือไม่ ถ้ามีมติให้แก้ไขแผนแต่ผู้ทำแผนไม่มาประชุมก็ให้ลงมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ว่าจะ ยอมรับแผนที่มีการแก้ไขนั้นหรือไม่ ถ้าไม่มีมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ยอมรับแผนดังกล่าว ก็ให้ลงมติ ตามมาตรา ๙๐/๔๖ว่าจะยอมรับแผนที่เสนอตามวรรคหนึ่งหรือไม่ ถ้ามีมติให้แก้ไขแผนและผู้ทำแผนมาประชุม ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบถาม ความยินยอมของผู้ทำแผนก่อนเมื่อผู้ทำแผนยอมให้แก้ไขแผนตามมติแล้ว จึงให้ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติ ตามมาตรา ๙๐/๔๖ว่าจะยอมรับแผนที่มีการแก้ไขตามมติของที่ประชุมเจ้าหนี้หรือไม่ ในกรณีที่ผู้ทำ แผนไม่ยอมให้แก้ไขแผนตามมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้ที่ประชุมเจ้าหนี้ ลงมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ว่าจะยอมรับแผนที่มีการแก้ไขตามมติของที่ประชุมเจ้าหนี้หรือไม่ ถ้าไม่มี มติตามมาตรา ๙๐/๔๖ยอมรับแผนดังกล่าว ก็ให้ลงมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ว่าจะยอมรับแผนที่ผู้ทำ แผนยอมให้แก้ไขเพียงบางส่วนหรือแผนที่เสนอตามวรรคหนึ่งหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่มีมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ยอมรับแผนของผู้ทำแผนคนใหม่ หรือแผนที่มีการแก้ไขก็ดี หรือไม่ลงมติประการใดก็ดี หรือไม่มีเจ้าหนี้ไปประชุมก็ดี ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลโดยไม่ชักช้า และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๔๘วรรคสี่ มาใช้บังคับโดย อนุโลม ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๔๕วรรคสามมาตรา ๙๐/๔๗และมาตรา ๙๐/๔๙มาใช้ บังคับแก่การพิจารณาแผนที่เสนอใหม่โดยอนุโลม

  66. ๙๐/๕๕

    ถ้าที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ยอมรับแผนที่ ประชุมเจ้าหนี้อาจลงมติตั้ คณะกรรมการเจ้าหนี้แทนเจ้าหนี้ ทั้ หลายในการสอดส่องดูแลการ ปฏิบัติงานตามแผนได้๕๐ คณะกรรมการเจ้าหนี้ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนและไม่เกิ เจ็ดคนโดยเลือ จากเจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ เจ้าหนี้คนหนึ่งจะมีผู้แทนเป็นกรรมการเจ้าหนี้เกินกว่าหนึ่ง คนไม่ได้

  67. ส่วนที่ ๘ การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ

    4 มาตรา
  68. ๙๐/๕๖

    ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ที่ ยอมรับแผนต่อศาลโดยเร็วเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจะเห็นชอบด้วยแผนหรือไม่ ในกรณีเช่นนี้ให้ศาล กำหนดวันพิจารณาแผนเป็นการด่วนและให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีเวลาส่งแจ้งความให้ผู้ทำแผน ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายทราบล่วงหน้าไม่้อยกว่าสามวัน

  69. ๙๐/๕๗

    ในการพิจารณาแผน ให้ศาลพิจารณาคำชี้แจงของเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์และผู้ทำแผนรวมทั้งข้อคัดค้านของลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิออกเสียงตามมาตรา ๙๐/๓๐ ซึ่งไม่ได้ลงมติยอมรับแผน

  70. ๙๐/๕๘

    ให้ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน เมื่อศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่า

    (๑) แผนมีรายการครบถ้วนตามมาตรา ๙๐/๔๒

    (๒) ข้อเสนอในการชำระหนี้ไม่ขัดต่อมาตรา ๙๐/๔๒ตรี และในกรณีที่มติยอมรับ แผนเป็นมติตามมาตรา ๙๐/๔๖(๒) ข้อเสนอในการชำระหนี้ตามแผนนั้นจะต้องเป็นไปตามลำดับที่ กฎหมายบัญญัติไว้ว่าด้วยการแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลาย เว้นแต่เจ้าหนี้นั้นจะให้ความยินยอม และ ๒๕๔๒

    (๓) เมื่อการดำเนินการตามแผนสำเร็จจะทำให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่น้อยกว่ากรณี ที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ในกรณีที่แผนมีรายการไม่ครบถ้วนตามมาตรา ๙๐/๔๒ให้ศาลสอบถามผู้ทำแผน ถ้าศาลเห็นว่ารายการในแผนที่ขาดไปนั้ ไม่ใช่สาระสำคัญในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ให้ถือว่าแผน มีรายการครบถ้วนตามมาตรา ๙๐/๔๒ ถ้าศาลมีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยแผน ให้ศาลนัดพิจารณาว่าสมควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย หรือไม่ ในกรณีเช่นนี้ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๙๐/๔๘วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  71. ๙๐/๕๙

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙๐/๔๒และมาตรา ๙๐/๖๔เมื่อศาลมีคำสั่ง เห็นชอบด้วยแผน ให้ศาลแจ้งคำสั่งนั้นแก่ผู้บริหารแผนและผู้ทำแผนโดยไม่ชักช้า ให้บรรดาสิทธิและ อำนาจหน้าที่ของผู้ทำแผนตกเป็นของผู้บริหารแผนตั้งแต่ผู้บริหารแผนได้ทราบคำสั่งศาล ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๒๐วรรคสี่ และมาตรา ๙๐/๒๑วรรคสามมาใช้บังคับ โดยอนุโลม ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นลูกหนี้ตามมาตรา ๙๐/๔(๓) (๔) (๕) หรือ

    (๖) ให้ศาลแจ้งคำสั่ง แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลัทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการ ประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔(๖) แล้วแต่กรณีด้วย และห้ามมิให้ผู้มีอำนาจ หน้าที่นั้นมีคำสั่งใด ๆที่ขัดหรือแย้งกับแผนที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบแล้ว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ที่รับคำร้องขอ

  72. ส่วนที่ ๙ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ

    17 มาตรา
  73. ๙๐/๖๐

    แผนซึ่งศาลมีคำสั่งเห็นชอบแล้ว ผูกมัดเจ้าหนี้ซึ่งอาจขอรับชำระ หนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้และเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ทั้งนี้ ตามมาตรา ๙๐/๒๗ คำสั่งของศาลซึ่งเห็นชอบด้วยแผนไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิดของบุคคลซึ่งเป็น หุ้นส่วนกับลูกหนี้ หรือผู้รับผิดร่วมกับลูกหนี้ หรือผู้ค้ำประกัน หรืออยู่ในลักษณะอย่างผู้ค้ำประกันของ ลูกหนี้ ในหนี้ที่มีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน และไม่มีผลให้บุคคลเช่นว่านั้นต้องรับผิดใน หนี้ที่ก่อขึ้นตามแผนตั้งแต่วันดังกล่าว เว้นแต่บุคคลเช่นว่านั้นจะยินยอมโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย

  74. ๙๐/๖๑

    เจ้าหนี้ ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการผู้ใดไม่ยื่นคำขอรับ ชำระหนี้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๙๐/๒๖หรือมาตรา ๙๐/๒๗วรรคสามแล้วแต่กรณี เจ้าหนี้ผู้นั้นย่อมหมดสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ไม่ว่าการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้จะเป็นผลสำเร็จตามแผน หรือไม่ เว้นแต่

    (๑) แผนจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น หรือ

    (๒) ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  75. ๙๐/๖๒

    เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้โดยไม่ต้องขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟู กิจการในหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามแผน ดังต่อไปนี้

    (๑) หนี้ซึ่งผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน ผู้บริหารแผนชั่วคราว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวก่อขึ้น

    (๒) หนี้ภาษีอากร และ

    (๓) หนี้อย่างอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้ต้องชำระ เช่น เงินสมทบกองทุนเงิน ทดแทนเป็นต้น มาตรา ๙๐/๖๒ทวิ๕๒ กรณีศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหนี้ตามมาตรา ๙๐/๖๒(๑) ที่เกิดขึ้นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ดำเนินต่อไปได้ในระหว่างการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ของลูกหนี้โดยสุจริตย่อมมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้โดยให้อยู่ในลำดับเดียวกับ บุริมสิทธิลำดับที่ ๑ตามมาตรา ๒๕๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

  76. ๙๐/๖๓

    เมื่อศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนแล้ว ถ้ามีความจำเป็นต้องแก้ไข แผนเพื่อให้การฟื้นฟูกิจการสำเร็จลุล่วงไปได้ ผู้บริหารแผนอาจเสนอขอแก้ไขแผนในกรณีเช่นว่านี้ให้ นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๒๐วรรคสี่ มาตรา ๙๐/๔๔มาตรา ๙๐/๔๕วรรคหนึ่ งและวรรคสอง มาตรา ๙๐/๔๖มาตรา ๙๐/๔๗มาตรา ๙๐/๕๖มาตรา ๙๐/๕๗มาตรา ๙๐/๕๘วรรคหนึ่งและ วรรคสองมาตรา ๙๐/๕๙วรรคหนึ่ง และมาตรา ๙๐/๖๐มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ห้ามมิให้เจ้าหนี้ หรือลูกหนี้ขอแก้ไขข้อเสนอขอแก้ไขแผนนั้น เว้นแต่ผู้บริหารแผนจะยินยอมด้วย การแก้ไขแผนโดยขอขยายกำหนดระยะเวลาดำเนิ การตามแผนให้ทำได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหนึ่งปี เว้นแต่ในกรณีเป็นที่เห็นได้แน่ชัดว่าแผนได้ดำเนินมาใกล้จะสำเร็จแล้ว ผู้บริหาร แผนจะขอขยายเวลาต่อไปอีกตามควรแก่กรณี็ได้ ถ้าที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่มีมติตามมาตรา ๙๐/๔๖ยอมรับข้อเสนอขอแก้ไขแผนตาม วรรคหนึ่ง หรือศาลมีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยข้อเสนอขอแก้ไขแผนดังกล่าว ให้ผู้บริหารแผนบริหาร กิจการของลูกหนี้ต่อไปตามแผนเดิม๕๓

  77. ๙๐/๖๔

    ผู้บริหารแผนอาจร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ทำข้อบังคับของ ลูกหนี้ขึ้นใหม่หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิของลูกหนี้ตาม แนวทางที่กำหนดในแผนหรือแผนที่แก้ไข เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๒๐วรรคสี่ มาใช้ บังคับโดยอนุโลม

  78. ๙๐/๖๕

    ผู้บริหารแผนพ้นจากตำแหน่ ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) ตาย

    (๒) นิติบุคคลซึ่งเป็นผู้บริหารแผนเลิกกัน

    (๓) ศาลอนุญาตให้ลาออก

    (๔) ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ ความสามารถ

    (๕) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดย ประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๖) พ้นจากตำแหน่งตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแผน (๗)เมื่อระยะเวลาดำเนินการตามแผนสิ้นสุดลงหรือเมื่อได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผน

    (๘) ศาลมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๙๐/๖๗

  79. ๙๐/๖๖

    ให้ผู้บริหารแผนจัดทำรายงานการปฏิบัติงานตามแผนเสนอต่อ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทุกรอบสามเดือนตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนด

  80. ๙๐/๖๗

    ในกรณีที่ผู้บริหารแผนไม่ดำเนินการตามแผน หรือปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ หรือขาดคุณสมบัติของผู้บริหารแผน ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง หรือมีเหตุอื่นที่ไม่สมควรเป็นผู้บริหารแผนต่อไป เมื่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์รายงานหรือคณะกรรมการเจ้าหนี้หรือผู้บริหารของลูกหนี้มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้บริหารแผนพ้นจากตำแหน่ง หรือมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควรก็ได้

  81. ๙๐/๖๘

    เมื่อผู้บริหารแผนพ้นจากตำแหน่งและยังมีกิจการตามแผนที่จะต้อง ดำเนินต่อไป ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อลงมติตามมาตรา ๙๐/๔๖เลือก ผู้บริหารแผนคนใหม่โดยเร็วที่สุด๕๔ เมื่อได้มีการประชุมเจ้าหนี้สองครั้งแล้ว แต่ที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่อาจมีมติตามมาตรา ๙๐/๔๖เลือกผู้บริหารแผนคนใหม่ได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาล ในกรณีเช่นนี้ให้ ศาลนัดพิจารณารายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นการด่วน และต้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์มีเวลาส่งแจ้งความให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวั๕๕ เมื่อศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนและฟังคำชี้แจงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์ เจ้าหนี้ และลูกหนี้แล้ว ศาลจะมีคำสั่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็น ผู้บริหารแผน หรือมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควร ถ้าศาลเห็นสมควรให้ลูกหนี้ล้มละลายให้ มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด แต่ถ้าศาลไม่เห็นสมควรให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ให้มีคำสั่งยกเลิก คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๒๑วรรคสามมาตรา ๙๐/๔๔วรรคหนึ่ง มาตรา ๙๐/๕๑ วรรคสองและวรรคสามมาตรา ๙๐/๕๒วรรคหนึ่ง และมาตรา ๙๐/๕๓วรรคหนึ่ งและวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  82. ๙๐/๖๙

    ในกรณีที่มีเหตุทำให้ผู้บริหารแผนทำหน้าที่ไม่ได้เป็นการชั่วคราว หรือในระหว่างที่ผู้บริหารแผนพ้นจากตำแหน่งและศาลยังมิได้มีคำสั่งตั้งผู้บริหารแผนคนใหม่ ให้ศาลมี คำสั่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้บริหารแผนชั่วคราวจนกว่าเหตุเช่นว่านั้นสิ้นสุดลง ในระหว่างที่ไม่สามารถมีคำสั่งตั้งผู้บริหารแผนชั่วคราวได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้บริหาร แผนชั่วคราว ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้บริหารแผนชั่วคราวให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๒๐วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  83. ๙๐/๗๐

    ถ้าผู้บริหารของลูกหนี้ ผู้บริหารแผน ผู้บริหารแผนชั่วคราวหรือ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี เห็นว่าการฟื้นฟูกิจการได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผน แล้วให้รายงานขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการโดยไม่ชักช้า และให้ศาลนัดพิจารณาหากได้ ความว่าการฟื้นฟูกิจการได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนก็ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ โดยไม่ชักช้า แต่ถ้าได้ความว่าการฟื้นฟูกิจการยังไม่เป็นผลสำเร็จตามแผน ในกรณีที่ยังเหลือระยะเวลา ดำเนินการตามแผนก็ให้ศาลมีคำสั่งให้ดำเนินการฟื้นฟูกิจการต่อไปภายในกำหนดระยะเวลาตามแผน ถ้าในระหว่างนั้นระยะเวลาดำเนินการตามแผนสิ้นสุดลงแล้ว แต่เป็นที่เห็นได้แน่ชัดว่าแผนได้ ดำเนินการมาใกล้จะสำเร็จแล้ว ศาลจะขยายระยะเวลาดำเนินการตามแผนต่อไปอีกตามควรแก่กรณีก็ได้ มิฉะนั้นให้ศาลดำเนินการต่อไปตามวรรคสอง เมื่อระยะเวลาดำเนินการตามแผนสิ้นสุดลง แต่การฟื้นฟูกิจการยังไม่เป็นผลสำเร็จ ตามแผนให้ผู้บริหารแผน ผู้บริหารแผนชั่วคราวหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี รายงาน ให้ศาลทราบภายในสิบสี่วันนับแต่ระยะเวลาดำเนินการตามแผนสิ้นสุดลง ในกรณีเช่นนี้ให้ศาลนัด พิจารณาเป็นการด่วนและแจ้งวันเวลานัดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์ส่งแจ้งความให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน ในการพิจารณา ให้ศาลพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนและฟังคำชี้แจงของเจ้าพนักงานพิท ษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้ และคำคัดค้านของลูกหนี้ ถ้าศาลเห็นสมควรให้ลูกหนี้ล้มละลายให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ เด็ดขาด แต่ถ้าศาลไม่เห็นสมควรให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ให้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ นับแต่ระยะเวลาดำเนินการตามแผนสิ้นสุดลงจนกระทั่งศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของ ลูกหนี้เด็ดขาดหรือยกเลิ การฟื้นฟูกิจการตามวรรคสองให้ผู้บริหารแผนผู้บริหารแผนชั่วคราว หรือ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี คงมีอำนาจหน้าที่จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไป เท่าที่จำเป็น

  84. ๙๐/๗๑

    เมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ แต่ผู้บริหารของลูกหนี้ยัง ไม่ได้เข้าไปจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ ให้ผู้บริหารแผนผู้บริหารแผนชั่วคราวหรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี มีอำนาจจัดการเพื่อรักษาประโยชน์ของลูกหนี้ตามสมควรแก่พฤติการณ์ จนกว่าผู้บริหารของลูกหนี้จะเข้าจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ ถ้าตำแหน่งผู้บริหารของลูกหนี้ว่างอยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการจน เป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนิ กิจการต่อไปได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมผู้ถือหุ้นของ ลูกหนี้ หรือดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้มีการแต่งตั้งผู้บริหารของลูกหนี้โดยเร็วที่สุด ในกรณีที่ต้องมีการประชุ เพื่อดำเนินการตามวรรคสอง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เป็นประธานในการประชุมดังกล่าว และให้ถือว่าเป็นการประชุมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ส่วนที่ ๑๐ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การยกคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ การยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ และการยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ

  85. ๙๐/๗๒

    ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอ ให้ศาลประกาศคำสั่งดังกล่าวใน หนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ กับให้ศาลแจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังนายทะเบียน หุ้นส่วนบริษัทหรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยด่วนเพื่อนายทะเบียนจะได้จดแจ้งคำสั่งศาล ไว้ในทะเบียนและให้ศาลแจ้งไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัยหรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔(๖) แล้วแต่กรณี เพื่อทราบด้วย

  86. ๙๐/๗๓

    ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือมีคำสั่งยกเลิก การฟื้นฟูกิจการ ให้ศาลแจ้งคำสั่งดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราวผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน หรือผู้บริหารแผนชั่วคราว แล้วแต่กรณี และผู้บริหารของลูกหนี้โดยไม่ชักช้า เมื่อได้ทราบคำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่งแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหาร ชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนหรือผู้บริหารแผนชั่วคราว แล้วแต่กรณี ต้องส่งมอบทรัพย์สิน ดวงตรา สมุดบัญชี และเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของลูกหนี้แก่ผู้บริหารของลูกหนี้โดยเร็วที่สุด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โฆษณาคำสั่ งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือคำสั่ง ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ แล้วแต่กรณี ในราชกิจจานุเบกษาและหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายไม่น้อย กว่าสองฉบับและแจ้ คำสั่งดังกล่าวไปยันายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่ เกี่ยวข้องโดยด่วนเพื่อนายทะเบียนจะได้จดแจ้งคำสั่งศาลไว้ในทะเบียน และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์แจ้งไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลัทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔(๖) แล้วแต่กรณี เพื่อทราบด้วย

  87. ๙๐/๗๔

    ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ให้อำนาจหน้าที่ ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้กลับเป็นของผู้บริหารของลูกหนี้ และให้ผู้ถือหุ้นของ ลูกหนี้กลับมีสิทธิตามกฎหมายต่อไป

  88. ๙๐/๗๕

    คำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการมีผลให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง ซึ่งอาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ เว้นแต่หนี้ซึ่งเจ้าหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟู กิจการจะได้ขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว และให้มีผลดังนี้

    (๑) ผู้บริหารของลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไป

    (๒) ผู้ถือหุ้นของลูกหนี้กลับมีิทธิตามกฎหมายต่อไป

    (๓) ค่าตอบแทนของผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน ผู้บริหารแผนชั่วคราว และหนี้ ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนหรือผู้บริหารแผน ชั่วคราวก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ยกเว้นหนี้ละเมิด เป็นหนี้บุริมสิทธิเหนือ ทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้โดยให้อยู่ในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิลำดับที่ ๑ตามมาตรา ๒๕๓แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  89. ๙๐/๗๖

    คำสั่งศาลที่ให้ยกคำร้องขอ ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและยกเลิ การฟื้นฟูกิจการ ไม่กระทบถึงการใดที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหาร แผนหรือผู้บริหารแผนชั่วคราวได้กระทำไปแล้ว ก่อนศาลมีคำสั่งเช่นว่านั้น

  90. ส่วนที่ ๑๑ การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด

    2 มาตรา
  91. ๙๐/๗๗

    ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดตามมาตรา ๙๐/๔๘มาตรา ๙๐/๕๐มาตรา ๙๐/๕๒มาตรา ๙๐/๕๔มาตรา ๙๐/๕๘มาตรา ๙๐/๖๘และ มาตรา ๙๐/๗๐ให้ถือว่าวันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณาเป็นวันที่มีการขอให้ลูกหนี้ ล้มละลายและให้เจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ รวมทั้งเจ้าหนี้ในหนี้อื่นที่อาจขอรับ ชำระหนี้ได้จากมูลหนี้ที่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่ศาลได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๙๑แล้วให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๐๔ถึงมาตรา ๑๐๘ หนี้ค่าตอบแทนของผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน และผู้บริหารแผน ชั่วคราว และหนี้ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน หรือผู้บริหาร แผนชั่วคราวก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิ จการของลูกหนี้ รวมถึงหนี้ซึ่งลูกหนี้ก่อขึ้นโดยชอบตาม มาตรา ๙๐/๑๒(๙) มิให้อยู่ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๙๔(๒) หนี้ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ทำแผนผู้บริหารแผนหรือผู้บริหารแผนชั่วคราว ก่อขึ้นตามแผนเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ให้จัดอยู่ในลำดับเดียวกับค่าใช้จ่ายของเจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา ๑๓๐(๒) หนี้จำนวนใดที่เจ้าหนี้ตามวรรคหนึ่งได้ชำระค่าธรรมเนียมคำขอรับชำระหนี้ในการ ฟื้นฟูกิจการแล้ว เจ้าหนี้ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายสำหรับหนี้จำนวน นั้นอีก ให้ที่ประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกแต่งตั้งเจ้าหนี้คนหนึ่งหรือหลายคนทำหน้าที่เป็นเจ้าหนี้ ผู้เป็นโจทก์

  92. ๙๐/๗๘

    คำสั่งของศาลที่ให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดตามความใน มาตรา ๙๐/๔๘มาตรา ๙๐/๕๐มาตรา ๙๐/๕๒มาตรา ๙๐/๕๔มาตรา ๙๐/๕๘มาตรา ๙๐/๖๘ และมาตรา ๙๐/๗๐ไม่ ระทบถึงการใดที่ได้กระทำโดยสุจริตและเป็นไปตามแผนแล้วก่อนศาลมีคำสั่ง เช่นว่านั้น และมีผลให้หนี้ที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระในการฟื้นฟูกิจการกลับคืนสู่สถานะดังที่เป็นอยู่เดิม เว้นแต่สภาพหนี้ในขณะนั้นจะไม่เปิดช่องให้กระทำได้

  93. ส่วนที่ ๑๒ การอุทธรณ์๕๖

    1 มาตรา
  94. ๙๐/๗๙

    (ยกเลิก)

  95. ส่วนที่ ๑๓ บทกำหนดโทษว่าด้วยกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

    11 มาตรา
  96. ๙๐/๘๐

    ผู้ใดยื่นคำร้องขอตามมาตรา ๙๐/๓หรือแบบแสดงความประสงค์ จะเข้าประชุมเพื่อเลือกผู้ทำแผนตามมาตรา ๙๐/๒๒หรือคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตาม มาตรา ๙๐/๒๖หรือหนังสือขอให้ผู้ทำแผนออกหนังสือรับรองสิทธิของตนตามมาตรา ๙๐/๒๗วรรคสาม อันเป็นเท็จในสาระสำคัญซึ่งอาจทำให้ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ผู้อื่น หรือประชาชนเสียหายต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสามแสนบาทหรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  97. ๙๐/๘๑

    ผู้ใดให้ถ้อยคำหรือส่งสมุดบัญชี เอกสารหรือวัตถุพยานอันเป็นเท็จ ในสาระสำคัญเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้หรือการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน หรือผู้บริหารแผนชั่วคราว ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสน บาทหรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  98. ๙๐/๘๒

    ผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา ๙๐/๑๒(๙) ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสามแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  99. ๙๐/๘๓

    ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ออกตามความใน มาตรา ๙๐/๒๐วรรคสองหรือฝ่าฝื บทบัญญัติแห่งมาตรา ๙๐/๑๙มาตรา ๙๐/๒๑วรรคสาม มาตรา ๙๐/๒๔วรรคสองมาตรา ๙๐/๓๔มาตรา ๙๐/๓๖มาตรา ๙๐/๕๓วรรคสองมาตรา ๙๐/ ๕๙วรรคสองมาตรา ๙๐/๖๘วรรคสี่ มาตรา ๙๐/๗๐วรรคสองหรือมาตรา ๙๐/๗๓วรรคสอง โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับ ทั้งจำ

  100. ๙๐/๘๔

    ผู้บริหารของลูกหนี้ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑)ไม่ชี้แจงข้อความอัเป็นสาระสำคัญเกี่ยวกับกิจการหรือทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้มี เจตนาฉ้อฉล

    (๒) มิได้แจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในกำหนดเวลาสิบห้าวัน เมื่อได้ ทราบว่ามีผู้นำหนี้สินอันเป็นเท็จมากล่าวอ้างเพื่อเลือกผู้ทำแผนหรือขอรับชำระหนี้ตามแผน

    (๓) มิได้แจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายในกำหนดเวลาสิบห้าวัน เมื่อได้ ทราบว่ามีผู้นำหนี้สินอันเป็นเท็จมาขอให้ชำระหนี้ตามมาตรา ๙๐/๒๗วรรคสามหรือมาตรา ๙๐/๖๒

    (๔) ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่ รายชื่อและที่อยู่ของ เจ้าหนี้ทั้งหลายของลู หนี้ตามมาตรา ๙๐/๖วรรคสี่ หรือมาตรา ๙๐/๙ วรรคสองหรือยื่นคำชี้แจง เกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา ๙๐/๓๕อันเป็นเท็จในสาระสำคัญซึ่งอาจทำให้ เจ้าหนี้เสียหาย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  101. ๙๐/๘๕

    ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ เจ้าหนี้หรือผู้อื่น โดยมุ่งหมายที่จะได้รับการสนับสนุนหรือการยอมรับของเจ้าหนี้ในการเลือกผู้ทำแผน หรือผู้บริหารแผน หรือการยอมรับแผนหรือการแก้ไขแผน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  102. ๙๐/๘๖

    ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับ ตนเองหรือผู้อื่น เพื่อที่จะให้ตนเองหรือเจ้าหนี้อื่นสนับสนุนหรือไม่คัดค้านในการเลือกผู้ทำแผนหรือ ผู้บริหารแผน หรือการยอมรับแผนหรือการแก้ไขแผนต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามแสนบาทหรือ จำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  103. ๙๐/๘๗

    ผู้ใดล่วงรู้กิจการหรือข้อมูลใด ๆของลูกหนี้ที่ได้รับการฟื้นฟู เนื่องมาจากการปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ที่กำหนดในหมวด ๓/๑นี้ อันเป็นกิจการหรือข้อมูลที่ ตามปกติวิสัยของลูกหนี้ที่ได้รับการฟื้นฟูจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย ถ้าผู้นั้นนำไปเปิดเผยด้วยประการใด ๆ นอกจากตามหน้าที่หรือเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการตามหมวด ๓/๑ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สามแสนบาทหรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  104. ๙๐/๘๘

    ผู้ใดเป็นผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน ผู้บริหารแผน ชั่วคราว ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม บทบัญญัติแห่งหมวด ๓/๑โดยมุ่งหมายให้เกิดความเสียหายแก่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  105. ๙๐/๘๙

    ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามความในหมวด ๓/๑เป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้ เกิดจากการสั่ งการหรือไม่สั่งการ หรือกระทำการหรือไม่ กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการ ดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ำหรับความผิดนั้น ๆด้วย

  106. ๙๐/๙๐

    ให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้เป็นผู้เสียหายในความผิดตามความในหมวด ๓/๑ด้วย หมวด ๓/๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อ ๕๘

  107. ส่วนที่ ๑ บทนิยาม

    1 มาตรา
  108. ๙๐/๙๑

    ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “เจ้าหนี้”หมายความว่าเจ้าหนี้มีประกันหรือเจ้าหนี้ไม่มีประกัน “ลู หนี้”หมายความว่าลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาคณะบุคคลห้างหุ้ นส่วนสามัญ ไม่จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่ กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งประกอบธุ กิจที่มีลักษณะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือที่จดทะเบียนกับหน่วยงานอื่นของรัฐ “คำร้องขอ”หมายความว่า คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบ ด้วยแผน “ผู้ร้องขอ”หมายความว่าผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบ ด้วยแผน “แผน”หมายความว่าแผนฟื้นฟูกิจการ “ผู้ถือหุ้นของลูกหนี้”หมายความว่าผู้ถือหุ้นของห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติ บุ คลห้างหุ้ ส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือนิติบุ คลอื่ ตามที่ กำหนดใน กฎกระทรวงซึ่งเป็นลูกหนี้ และหมายความรวมถึงผู้มีส่วนได้เสียในคณะบุคคลผู้เป็นลูกหนี้ด้วย “ผู้บริหารแผน”หมายความว่า ผู้จัดการกิจการและทรัพย์สินของลู หนี้ตามแผน “ผู้บริหารของลูกหนี้”หมายความว่าหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มี อำนาจดำเนินกิจการของลูกหนี้อยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน

  109. ส่วนที่ ๒ การขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน

    7 มาตรา
  110. ๙๐/๙๒

    เมื่อลูกหนี้ไม่อยู่ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้ และเป็นหนี้ที่เกิดขึ้น จากการดำเนินกิจการซึ่งเป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกัโดยลูกหนี้ที่เป็นบุ คลธรรมดา ต้องมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท ลูกหนี้ที่เป็นคณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จด หมวด ๓/๒กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมมาตรา ๙๐/๙๑ถึงมาตรา ๙๐/๑๒๘เพิ่มโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๕๙ ทะเบียน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นตามที่กำหนดใน กฎกระทรวงต้องมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่้อยกว่าสามล้านบาท และลูกหนี้ที่เป็นบริัทจำกัดต้องมี จำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อยกว่าสามล้านบาทแต่ไม่ถึงสิบล้านบาท ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดย พลันหรือในอนาคตก็ตามถ้ามีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่ จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ บุคคลตาม มาตรา ๙๐/๙๓อาจยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีการฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนได้ ถ้ามีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น ให้สันนิษฐานว่าลูกหนี้ไม่อยู่ในสถานะที่จะ ชำระหนี้ได้

    (๑) ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สิน

    (๒) ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดและเมื่อได้รับหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้ให้ ชำระหนี้แล้วยังไม่ชำระหนี้ภายในเวลาสามสิบวัน

    (๓) ลู หนี้ไม่มีทรัพย์สินที่จะพึงบังคับคดีได้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าหนี้ร้องขอ บังคับคดีแก่ลูกหนี้แล้วไม่มีทรัพย์สินพอชำระหนี้

    (๔) ลู หนี้ผิดนัดชำระหนี้เจ้าหนี้รายใดรายหนึ่ง และมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า ลูกหนี้ผิดนัดหรืออาจจะผิดนัดชำระหนี้เจ้าหนี้รายอื่น ๆ

    (๕) ลูกหนี้มีกระแสเงินสดไม่พอชำระหนี้

  111. ๙๐/๙๓

    บุคคลซึ่งมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีการฟื้นฟูกิจการและ เห็นชอบด้วยแผนได้แก่บุคคล ดังต่อไปนี้

    (๑) เจ้าหนี้ในหนี้ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการซึ่งอาจเป็นคนเดียวหรือหลายคน รวมกัน และมีจำนวนหนี้แน่นอนตามมาตรา ๙๐/๙๒วรรคหนึ่ง

    (๒) ลูกหนี้ซึ่งมีลักษณะตามมาตรา ๙๐/๙๒วรรคหนึ่ง

  112. ๙๐/๙๔

    บุคคลตามมาตรา ๙๐/๙๓จะยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการ และเห็นชอบด้วยแผนของลูกหนี้ไม่ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด

    (๒) ศาลหรือนายทะเบียนได้มีคำสั่งให้เลิกหรือเพิกถอนทะเบียนนิติบุคคลที่เป็น ลูกหนี้ หรือมีการจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลนั้น หรือนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ต้องเลิกกันด้วยเหตุอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าการชำระบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าวจะเสร็จแล้วหรือไม่

    (๓) ศาลได้เคยมีคำสั่งยกคำร้องขอยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วย แผนหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ตามความในหมวดนี้ ภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนยื่น คำร้องขอ

  113. ๙๐/๙๕

    คำร้องขอของบุคคลตามมาตรา ๙๐/๙๓เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน จะต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง

    (๑) การที่ลูกหนี้ไม่อยู่ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้

    (๒) รายชื่อและที่อยู่ของเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนที่ลูกหนี้เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินกิจการ และมีจำนวนหนี้แน่นอนตามมาตรา ๙๐/๙๒วรรคหนึ่ง รวมทั้งรายชื่อและที่อยู่ ของเจ้าหนี้ทั้งหลาย

    (๓) เหตุอันสมควรและช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ผู้ร้องขอจะต้องแนบแผน พร้อมหลักฐานแสดงว่าเจ้าหนี้ได้ให้ความเห็นชอบในแผน ไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนหนี้ทั้งหมด

  114. ๙๐/๙๖

    ในแผนให้มีรายการต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย

    (๑) เหตุผลที่ทำให้มีการฟื้นฟูกิจการ

    (๒) รายละเอียดแห่งสินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพันต่าง ๆของลูกหนี้ในขณะที่ ยื่นคำร้องขอ

    (๓) หลักการและวิธีการฟื้นฟูกิจการ

    (ก) ขั้นตอนของการฟื้นฟูกิจการ

    (ข) การชำระหนี้ การยืดกำหนดเวลาชำระหนี้ การลดจำนวนหนี้ลงและการจัด กลุ่มเจ้าหนี้โดยสิทธิของเจ้าหนี้ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันต้องได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกัน เว้นแต่เจ้าหนี้ผู้ ได้รับการปฏิบัติที่เสียเปรียบในกลุ่มนั้นจะให้ความยินยอมเป็นหนังสือ

    (ค) การลดทุนและเพิ่มทุน

    (ง) การก่อหนี้และระดมเงินทุน รวมตลอดถึงแหล่งของเงินทุนและเงื่อนไขแห่ง หนี้สินและเงินทุนดังกล่าว

    (จ) การจัดการและการหาประโยชน์จากทรัพย์สินของลูกหนี้

    (ฉ) เงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลและประโยชน์อื่นใด

    (๔) การไถ่ถอนหลักประกัน ในกรณีที่มีเจ้าหนี้มีประกัน และความรับผิดของผู้ค้ำ ประกัน

    (๕) แนวทางแก้ปัญหาในกรณีขาดสภาพคล่องชั่วคราวระหว่างการปฏิบัติตามแผน

    (๖) วิธีปฏิบัติในกรณีที่มีการโอนสิทธิเรียกร้องหรือโอนหนี้

    (๗) ชื่อ คุณสมบัติ หนังสือยินยอมของผู้บริหารแผน และค่าตอบแทน

    (๘) การแต่งตั้งและการพ้นตำแหน่งของผู้บริหารแผน

    (๙) ระยะเวลาดำเนินการตามแผนซึ่งไม่เกินสามปี (๑๐)การไม่ยอมรับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือสิทธิตามสัญญาในกรณีที่ทรัพย์สินของ ลูกหนี้หรือสิทธิตามสัญญามีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้

  115. ๙๐/๙๗

    ในการร้องขอฟื้นฟูกิจการผู้ร้องขอต้องชำระค่าขึ้นศาลหนึ่งพันบาท และต้องวางเงินประกัค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องขอต้องรับผิดชอบในการขอฟื้นฟูกิจการไว้ต่อศาลเป็นจำนวน หนึ่งหมื่นบาทในขณะยื่นคำร้องขอ หรือตามจำนวนที่ศาลจะเห็นสมควรก็ได้ ในกรณีที่ผู้ร้องขอไม่ยอมวางเงินประกันตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ร้องขอทิ้งคำร้องขอ ให้ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

  116. ๙๐/๙๘

    ผู้ร้องขอจะถอนคำร้องขอไม่ได้ เว้นแต่ศาลจะอนุญาตแต่ถ้าศาล ได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนแล้ว ศาลจะอนุญาตให้ถอนคำร้องขอไม่ได้ ในกรณีที่ผู้ร้องขอทิ้งคำร้องขอ หรือขาดนัดพิจารณาหรือศาลอนุญาตให้ถอนคำร้อง ขอก่อนที่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดี ให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายหนึ่งฉบับ เพื่อให้เจ้าหนี้ ทั้งหลายและลูกหนี้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

  117. ส่วนที่ ๓ การพิจารณาคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน

    7 มาตรา
  118. ๙๐/๙๙

    เมื่อศาลสั่งรับคำร้องขอแล้ว ให้ดำเนินการไต่สวนเป็นการด่วน และให้ศาลประกาศคำสั่ งรับคำร้องขอและวันเวลานัดไต่สวนในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายหนึ่ง ฉบับล่วงหน้าก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน กับให้ส่งสำเนาคำร้องขอและแจ้งวันเวลานัดไต่ สวนแก่ลูกหนี้ เจ้าหนี้ทั้งหลาย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และแจ้งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท หรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อนายทะเบียนจะได้จดแจ้งคำสั่งศาลไว้ในทะเบียนด้วย ทั้งนี้ ให้ส่งก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้อาจยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่าสามวัน

  119. ๙๐/๑๐๐

    ในการไต่สวนคำร้องขอ ศาลต้องไต่สวนเอาความจริ ตามที่ บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๐/๙๒และมาตรา ๙๐/๙๕และแผนเข้าหลักเกณฑ์ตามที่ศาลสามารถให้ความ เห็นชอบได้ตามมาตรา ๙๐/๑๐๑ถ้าได้ความจริงและมีเหตุอ สมควรที่จะฟื้นฟูกิจการและแผนเข้า หลักเกณฑ์ดังกล่าว ทั้งผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอโดยสุจริต ให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วย แผนมิฉะนั้นให้มีคำสั่งยกคำร้องขอ ในกรณีที่ไม่มีผู้คัดค้านคำร้องขอ ถ้าศาลเห็นสมควรจะงดการไต่สวนและมีคำสั่งให้ ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนก็ได้

  120. ๙๐/๑๐๑

    การให้ความเห็นชอบด้วยแผนของศาลต้องมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

    (๑) แผนมีรายการครบถ้วนตามมาตรา ๙๐/๙๖

    (๒) แผนได้รับความเห็ชอบจากเจ้าหนี้จำนวนไม่้อยกว่าสองในสามของจำนวนหนี้ ทั้งหมด

    (๓) ข้อเสนอในการชำระหนี้ตามแผนนั้นเป็นไปตามลำดับที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ด้วยการแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลาย เว้ แต่เจ้าหนี้ผู้เสียเปรียบจะให้ความยินยอมเป็นหนังสือกับ ข้อเสนอชำระหนี้ในลำดับซึ่งแตกต่างออกไป

    (๔) เมื่อการดำเนินการตามแผนสำเร็จจะทำให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่้อยกว่ากรณี ที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย และ

    (๕) เจ้าหนี้ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันต้องได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกัน เว้นแต่เจ้าหนี้ผู้ ได้รับการปฏิบัติที่เสียเปรียบในกลุ่มนั้นจะให้ความยินยอมเป็นหนังสือ ในกรณีที่แผนมีรายการไม่ครบถ้วนตามมาตรา ๙๐/๙๖ให้ศาลสอบถามผู้ร้องขอ ถ้า ศาลเห็นว่ารายการในแผนที่ขาดไปนั้นไม่ใช่สาระสำคัญในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้ถือว่าแผนมี รายการครบถ้วนตามมาตรา ๙๐/๙๖

  121. ๙๐/๑๐๒

    ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอ ให้ศาลประกาศคำสั่ง ดังกล่าวในหนังสือพิมพ์ายวันที่แพร่หลายหนึ่งฉบับ กับให้ศาลแจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ และนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เพื่อนาย ทะเบียนจะได้จดแจ้งคำสั่งศาลไว้ในทะเบียนด้วย

  122. ๙๐/๑๐๓

    ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๑๑มาใช้บังคับกับการไต่สวนคำ ร้องขอของศาลโดยอนุโลม

  123. ๙๐/๑๐๔

    นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณาจนถึงวัน ครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนหรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผน หรือวันที่ศาลมี คำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิ คำสั่งให้ฟื้นฟูิจการและเห็นชอบด้วยแผนหรือยกเลิก การฟื้นฟูกิจการตามความในหมวดนี้

    (๑) ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้เลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ ถ้า มีการฟ้องหรือร้องขอคดีดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว ให้ศาลงดการพิจารณาคดีนั้นไว้

    (๒) ห้ามมิให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิกหรือจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ และห้ามมิให้นิติบุคคลนั้นเลิกกันโดยประการอื่น

    (๓) ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือเสนอข้อพิพาท ที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิดหรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลแห่งหนี้นั้นเกิดขึ้นก่อน วันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน และห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลาย ใน กรณีที่มีการฟ้องคดีหรือเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดไว้ก่อนแล้ว ให้ ดการพิจารณาไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

    (๔) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ถ้ามูลแห่งหนี้ ตามคำพิพากษานั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน ในกรณีที่ได้ ดำเนินการบังคับคดีไว้ก่อนแล้วให้ศาลงดการบังคับคดีนั้นไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็น อย่างอื่น หรือการบังคับคดีได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทราบว่าได้มีการยื่นคำ ร้องขอหรือการบังคับคดีตามคำพิพากษาให้ลูกหนี้ส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่งเสร็จก่อนวัดังกล่าวนั้น ในกรณีที่ทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้เป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็นการ เสี่ยงต่อความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขาย ได้โดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่สมควรแล้วให้กักเงินไว้ ถ้าศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและ เห็นชอบด้วยแผนก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมอบเงินนั้นแก่ผู้บริหารแผนนำไปใช้จ่ายได้ ถ้าศาลมีคำสั่ง ยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนหรือยกเลิกการ ฟื้นฟูกิจการ ก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

    (๕) ห้ามมิให้เจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันเว้น แต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ

    (๖) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ซึ่งบังคับชำระหนี้ได้เองตามกฎหมายยึดทรัพย์ิ นหรือขาย ทรัพย์สินของลูกหนี้

    (๗) ห้ามมิให้เจ้าของทรัพย์สินที่เป็นสาระสำคัญในการดำเนินกิจการของลูกหนี้ตาม สัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาอื่นที่มีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสัญญา เช่าที่ยังไม่สิ้นกำหนดเวลาที่ ได้ตกลงกัไว้ ติดตามและเอาคื ซึ่งทรัพย์สิ ดังกล่าวที่อยู่ในความ ครอบครองของลูกหนี้ หรือของบุคคลอื่ นที่ อาศัยสิทธิของลูกหนี้ รวมตลอดจนฟ้องร้องบังคับคดี เกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้ซึ่งเกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าว ถ้ามีการฟ้องคดีดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว ให้ศาลงด การพิจารณาคดีนั้นไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่ง ให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน ลูกหนี้หรือผู้บริหารแผน แล้วแต่กรณี ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ราคาค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์ หรือค่าเช่าตามสัญญาสองคราวติดต่อกัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อ ที่เป็นสาระสำคัญ

    (๘) ห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอนให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้ หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน นอกจากเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของ ลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

    (๙) คำสั่งตามวิธีการชั่วคราวของศาลที่ให้ยึด อายัด ห้ามจำหน่าย จ่าย โอน ทรัพย์สินของลูกหนี้หรือให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว ซึ่งมีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอ ไว้เพื่อพิจารณานั้น ให้ศาลที่รับคำร้องขอมีอำนาจสั่งให้ระงับผลบังคับไว้ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็น อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ถ้าต่อมาศาลนั้นมีคำสั่งยกคำร้องขอ หรือจำหน่ายคดี หรือ ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการก็ให้มีคำสั่งเกี่ยวกับ วิธีการชั่วคราวหรือคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวดังกล่าวตามที่เห็นสมควรต่อไป

    (๑๐) ห้ามมิให้ผู้ประกอบการสาธารณูปโภค เช่ ไฟฟ้า ประปาโทรศัพท์ งด ให้บริการแก่ลูกหนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ หรือหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ ฟื้นฟูกิจการและเห็ชอบด้วยแผนลูกหนี้หรือผู้บริหารแผน แล้วแต่กรณี ไม่ชำระค่าบริารที่เกิดขึ้น หลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนสองคราวติดต่อกัน แต่ไม่ห้าม ผู้ประกอบการสาธารณูปโภคที่จะมีคำร้องให้ศาลที่รับคำร้องขอมีคำสั่งเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ ร้องตามที่ศาลเห็นสมควร คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล หรือคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ขัดหรือแย้งกับ บทบัญญัติในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดของวรรคหนึ่งไม่มีผลผูกพันลูกหนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การออกคำสั่งของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท นายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับนิติบุคคลซึ่งเป็นลูกหนี้ การทำนิติกรรมหรือการชำระหนี้ใดๆที่ขัดหรือ แย้งกับบทบัญญัติในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดของวรรคหนึ่ง การนั้นเป็นโมฆะ

  124. ๙๐/๑๐๕

    ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๑๓มาตรา ๙๐/๑๔และมาตรา ๙๐/๑๕มาใช้บังคับกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกข้อจำกัดสิทธิของเจ้าหนี้ การดำเนินการที่ถือ เป็นการให้ความคุ้มครองแก่เจ้าหนี้มีประกัน อายุความและระยะเวลาเกี่ยวกับการดำเนินกระบวน พิจารณาและการบังคับคดี และระยะเวลาเกี่ยวกับการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการโดยอนุโลม

  125. ส่วนที่ ๔ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน

    10 มาตรา
  126. ๙๐/๑๐๖

    เมื่อศาลได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน ให้ศาล ประกาศคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนในหนังสือพิ พ์รายวันที่แพร่หลายหนึ่งฉบับ และ แจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยังนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เพื่อ นายทะเบียนจะได้จดแจ้งคำสั่งศาลไว้ในทะเบียนด้วย กับให้แจ้งคำสั่งดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์เพื่อนำคำสั่งดังกล่าวไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  127. ๙๐/๑๐๗

    แผนซึ่งศาลมีคำสั่งเห็ชอบแล้ว ผูกมัดเจ้าหนี้ที่ได้เข้าร่วม ประชุมในการลงมติเห็นชอบด้วยแผนหรือได้รับแจ้งให้เข้าร่วมประชุมในการลงมติดังกล่าว มิให้ำมาตรา ๑๐๕๕(๑)

    (๒) และ(๔) มาตรา ๑๐๕๖มาตรา ๑๐๕๗(๑) และ(๒) มาตรา ๑๑๑๗มาตรา ๑๑๑๙มาตรา ๑๑๔๕มาตรา ๑๒๒๐ถึงมาตรา ๑๒๒๘และมาตรา ๑๒๓๘ ถึงมาตรา ๑๒๔๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่ และพาณิชย์ มาใช้บังคับแก่แผนตามมาตรานี้ คำสั่งของศาลที่ให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิด ของบุคคลซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับลูกหนี้หรือผู้รับผิดร่วมกับลูกหนี้ หรือผู้ค้ำประกันหรืออยู่ในลักษณะอย่าง ผู้ค้ำประกันของลูกหนี้ ในหนี้ที่มีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าว และไม่มีผลให้บุคคลเช่นว่านั้นต้อง รับผิดในหนี้ที่ก่อขึ้นตามแผนตั้งแต่วันดังกล่าว เว้นแต่บุคคลเช่นว่านั้นจะยินยอมเป็นหนังสือด้วย

  128. ๙๐/๑๐๘

    ในระหว่างการดำเนินการตามแผน หากมีเจ้าหนี้ยื่นคำร้องต่อ ศาลเกี่ยวกับมูลหนี้ที่ได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนว่าลูกหนี้ไม่ แสดงรายละเอียดแห่งหนี้สินของตน หรือแสดงจำนวนหนี้ที่ค้างชำระของเจ้าหนี้ทั้งหลายไม่ถูกต้อง ให้ ศาลนัดพิจารณาเป็การด่วนกับให้ส่งสำเนาคำร้องแก่เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้ทั้งหลาย ผู้บริหารแผน และลูกหนี้ หากศาลไต่สวนแล้วได้ความจริงตามที่เจ้าหนี้ร้องขอตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลสอบถาม ผู้บริหารแผนและลูกหนี้ถึงเหตุดังกล่าว ถ้าศาลเห็นว่าหนี้ที่มิได้แสดงหรือที่ได้แสดงไว้ในรายละเอียด แห่งหนี้สินนั้นเป็นข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย ก็ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้บริหารแผนหรือลูกหนี้ แก้ไขแผนสำหรับหนี้ที่ขาดหายไปหรือแก้ไขข้อผิดพลาดเช่นว่านั้นให้ถูกต้อง และให้ถือว่าแผนยังมีผล ผูกพันเจ้าหนี้ทั้งหลายต่อไป ถ้าศาลเห็นว่าหนี้ที่มิได้แสดงหรือที่ได้แสดงไว้ในรายละเอียดแห่งหนี้สิน นั้นเป็นข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงในสาระสำคัญ ก็ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและ เห็นชอบด้วยแผน

  129. ๙๐/๑๐๙

    ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนให้ อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ และบรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้น ของลูกหนี้ เว้นแต่สิทธิที่จะได้รับเงินปันผลตกแก่ผู้บริหารแผน

  130. ๙๐/๑๑๐

    ผู้บริหารแผนอาจร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ทำข้อบังคับ ของลูกหนี้ขึ้นใหม่หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับหรือข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิของลูกหนี้ตาม แนวทางที่กำหนดในแผน เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๑๐๖มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

  131. ๙๐/๑๑๑

    ผู้บริหารแผนพ้นจากตำแหน่งในกรณี ดังต่อไปนี้

    (๑) ตาย

    (๒) นิติบุคคลซึ่งเป็นผู้บริหารแผนเลิกกัน

    (๓) ศาลอนุญาตให้ลาออก

    (๔) ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ ความสามารถ

    (๕) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดย ประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๖) พ้นจากตำแหน่งตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแผน

    (๗) เมื่อระยะเวลาดำเนินการตามแผนสิ้นสุดลง หรือเมื่อได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จ ตามแผน

    (๘) ศาลมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๙๐/๑๑๓

  132. ๙๐/๑๑๒

    ให้ผู้บริหารแผนจัดทำรายงานการปฏิบัติงานตามแผนเสนอต่อ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทุกรอบสามเดือนตามรูปแบบที่เจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์กำหนด

  133. ๙๐/๑๑๓

    ในกรณีที่ผู้บริหารแผนไม่ดำเนินการตามแผน หรือปฏิบัติ หน้าที่โดยทุจริตหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ หรือมีเหตุอื่ ที่ ไม่ มควรเป็ผู้บริหารแผนต่อไป เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาล หรือเจ้าหนี้ ผู้บริหารของลูกหนี้ หรือ ลูกหนี้มีคำร้องต่อศาลศาลจะมีคำสั่งให้ผู้บริหารแผนพ้นจากตำแหน่งหรือมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามที่เห็นสมควรก็ได้

  134. ๙๐/๑๑๔

    เมื่อผู้บริหารแผนพ้นจากตำแหน่งและยังมีกิจการตามแผนที่ จะต้องดำเนินต่อไป หากเจ้าหนี้หรือลูกหนี้เสนอชื่อผู้บริหารแผนคนใหม่ต่อศาล และไม่มีผู้คัดค้าน ก็ให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้บริหารแผน กรณีที่มีการคัดค้านชื่อผู้บริหารแผน ให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียก ประชุมเจ้าหนี้โดยเร็วที่สุดเพื่อลงมติเลือกผู้บริหารแผนคนใหม่โดยมติของที่ประชุมเจ้าหนี้ต้องไม่น้อย กว่าสองในสามของจำนวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ซึ่งได้เข้าประชุมด้วยตนเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้า ประชุมแทนในที่ประชุมเจ้าหนี้ และได้ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น และให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เสนอชื่อผู้นั้นต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้บริหารแผน เมื่อได้มีการประชุมเจ้าหนี้ตามวรรคสองแล้ว แต่ที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่อาจลงมติเลือก ผู้ บริหารแผนคนใหม่ได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาล ในกรณีเช่นนี้ ให้ศาลนัด พิจารณารายงานของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นการด่วน และต้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มี เวลาส่งแจ้งความให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้ทั้งหลายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน เมื่อศาลได้พิจารณา พยานหลักฐานในสำนวนและฟังคำชี้แจงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้ และลูกหนี้แล้ว ศาลจะ มีคำสั่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้บริหารแผนหรือมีคำสั่งให้ยกเลิ คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบ ด้วยแผนหรือมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควรก็ได้ ให้ำบทบัญญัติาตรา๙๐/๑๐๖มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  135. ๙๐/๑๑๕

    ในกรณีที่มีเหตุทำให้ผู้บริหารแผนทำหน้าที่ ไม่ได้เป็การ ชั่วคราวหรือในระหว่างที่ผู้บริหารแผนพ้นจากตำแหน่ง และศาลยังมิได้มีคำสั่งตั้งผู้บริหารแผนคนใหม่ ให้ศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้บริหารแผนชั่วคราวจนกว่าเหตุเช่นว่านั้น สิ้นสุดลง หรือจนกว่าศาลจะได้มีคำสั่งตั้งผู้บริหารแผนคนใหม่ ทั้งนี้ ให้ผู้บริหารแผนชั่วคราวมีอำนาจ หน้าที่เช่นเดียวกับผู้บริหารแผน ให้นำบทบัญญัติาตรา๙๐/๑๐๖มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  136. ส่วนที่ ๕ การยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน และการยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ

    6 มาตรา
  137. ๙๐/๑๑๖

    ถ้าลูกหนี้ ผู้บริหารของลูกหนี้ ผู้บริหารแผน หรือเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ แล้วแต่กรณี เห็นว่าการฟื้นฟูิจการได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนแล้วให้รายงาน ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการโดยไม่ชักช้า และให้ศาลนัดพิจารณาหากได้ความว่าการฟื้นฟู กิจการได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนก็ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิ การฟื้นฟูกิจการโดยไม่ชักช้า แต่ถ้า ได้ความว่าการฟื้นฟูกิจการยังไม่เป็นผลสำเร็จตามแผน ในกรณีที่ยังเหลือระยะเวลาดำเนินการตาม แผนก็ให้ศาลมีคำสั่งให้ดำเนินการฟื้นฟูกิจการต่อไปภายในกำหนดระยะเวลาตามแผน ถ้าในระหว่าง นั้นระยะเวลาดำเนินการตามแผนสิ้นสุดลงแล้ว แต่เป็นที่เห็นได้แน่ชัดว่าแผนได้ดำเนินการมาใกล้จะ สำเร็จแล้ว ศาลจะขยายระยะเวลาดำเนินการตามแผนต่อไปอีกตามควรแก่กรณีก็ได้ มิฉะนั้นให้ศาล ดำเนินการต่อไปตามวรรคสอง เมื่อระยะเวลาดำเนินการตามแผนสิ้นสุดลง แต่การฟื้นฟูกิจการยังไม่เป็นผลสำเร็จ ตามแผนให้ผู้บริหารแผนหรือเจ้าพนักงานพิท ษ์ทรัพย์ แล้วแต่ รณี รายงานให้ศาลทราบภายในสิบสี่ วันนับแต่ระยะเวลาดำเนินการตามแผนสิ้นสุด ถ้าศาลเห็นสมควรก็ให้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟู กิจการและเห็นชอบด้วยแผนหรือมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ นับแต่ระยะเวลาดำเนินการตามแผนสิ้นสุดลงจนกระทั่งศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนหรือมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูิ จการให้ผู้บริหารแผนคงมีอำนาจ หน้าที่จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไปเท่าที่จำเป็น

  138. ๙๐/๑๑๗

    ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบ ด้วยแผนหรือมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ ให้ศาลแจ้งคำสั่งดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารแผน ลูกหนี้และผู้บริหารของลู หนี้ โดยไม่ชักช้า เมื่อได้ทราบคำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้บริหารแผนต้องส่งมอบทรัพย์สิน ดวงตราสมุดบัญชี และเอกสารที่เกี่ยวกับทรัพย์สินและกิจการของลูกหนี้แก่ลูกหนี้หรือผู้บริหารของ ลูกหนี้โดยเร็วที่สุด ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙๐/๑๐๖มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  139. ๙๐/๑๑๘

    ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบ ด้วยแผนให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้กลับเป็นของลูกหนี้หรือ ผู้บริหารของลูกหนี้ และให้ผู้ถือหุ้นของลูกหนี้กลับมีสิทธิตามกฎหมายต่อไป

  140. ๙๐/๑๑๙

    คำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความผูกพัน ในหนี้ของลูกหนี้กับเจ้าหนี้ตามแผน และให้มีผลดังนี้

    (๑) ลูกหนี้หรือผู้บริหารของลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการกิจการและทรัพย์สินของ ลูกหนี้ต่อไป

    (๒) ผู้ถือหุ้นของลูกหนี้กลับมีสิทธิตามกฎหมายต่อไป

    (๓) ค่าตอบแทนของผู้บริหารแผน และหนี้ซึ่งผู้บริหารแผนก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ใน การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ยกเว้นหนี้ละเมิดเป็นหนี้บุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้ โดย ให้อยู่ในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิลำดับที่ ๑ตามมาตรา ๒๕๓แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

  141. ๙๐/๑๒๐

    เมื่อศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วย แผนหรือมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ แต่ลูกหนี้หรือผู้บริหารของลูกหนี้ยังไม่ได้เข้าไปจัดการกิจการ และทรัพย์สินของลูกหนี้ ให้ผู้บริหารแผนมีอำนาจจัดการเพื่อรักษาประโยชน์ของลูกหนี้ตามสมควรแก่ พฤติการณ์ จนกว่าลูกหนี้หรือผู้บริหารของลูกหนี้จะเข้าจัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ ถ้าตำแหน่งผู้บริหารของลูกหนี้ว่างอยู่ในวันที่ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ และเห็นชอบด้วยแผนหรือมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป ได้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ หรือดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้มี การแต่งตั้งผู้บริหารของลูกหนี้โดยเร็วที่สุด ในกรณีที่ต้องมีการประชุ เพื่อดำเนินการตามวรรคสอง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เป็นประธานในการประชุมดังกล่าว และให้ถือว่าเป็นการประชุมของลูกหนี้

  142. ๙๐/๑๒๑

    คำสั่งศาลที่ให้ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน และยกเลิกการฟื้นฟูกิจการไม่กระทบถึงการใดที่ผู้บริหารแผนได้กระทำไปแล้วก่อนศาลมีคำสั่งเช่นว่านั้น

  143. ส่วนที่ ๖ บทกำหนดโทษ

    7 มาตรา
  144. ๙๐/๑๒๒

    ผู้ใดยื่นคำร้องขอตามมาตรา ๙๐/๙๒อันเป็นเท็จใน สาระสำคัญซึ่งอาจทำให้ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ผู้อื่น หรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสาม แสนบาทหรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  145. ๙๐/๑๒๓

    ผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งมาตรา ๙๐/๑๐๔(๘) ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  146. ๙๐/๑๒๔

    ลูกหนี้หรือผู้บริหารของลูกหนี้ผู้ใดโดยทุจริตปกปิดรายละเอียด แห่ หนี้สิ ในสาระสำคัญหรือแสดงจำนวนหนี้ที่้างชำระของเจ้าหนี้ทั้ หลายอัเป็เท็จใน สาระสำคัญซึ่งอาจทำให้เจ้าหนี้เสียหาย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  147. ๙๐/๑๒๕

    ผู้ใดล่วงรู้กิจการหรือข้อมูลใด ๆของลูกหนี้ที่ได้รับการฟื้นฟู กิจการเนื่องมาจากการปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ที่กำหนดในหมวดนี้ อันเป็นกิจการหรือข้อมูลที่ ตามปกติวิสัยของลูกหนี้ที่ได้รับการฟื้นฟูจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผยถ้าผู้นั้นนำไปเปิดเผยด้วยประการใด ๆนอกจากตามหน้าที่ หรือเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการตามหมวดนี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สามแสนบาทหรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  148. ๙๐/๑๒๖

    ผู้ใดเป็นผู้บริหารแผนหรือผู้บริหารแผนชั่วคราวปฏิบัติหรือละ เว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งหมวดนี้ โดยมุ่ง หมายให้เกิดความเสียหายแก่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือจำคุกไม่ เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

  149. ๙๐/๑๒๗

    ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามความในหมวดนี้เป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือไม่สั่งการ หรือกระทำการหรือไม่ กระทำการอันเป็หน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการ ดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆด้วย

  150. ๙๐/๑๒๘

    ให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้เป็นผู้เสียหายในความผิดตามความใน หมวดนี้ด้วย

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส่วนที่ ๑๒การอุทธรณ์ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://cpd.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://cpd.go.th/images2/2021/document/2022/bankruptcy_law2483.pdf90 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:4db811fa914acaf306957657942d89501ea74cb44c65913034c5a92d50b53610ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:37:27.076Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR
พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483