อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯเล่ม ๓๓ ฉบับนี้แบ่ง ๒๔๔ เรื่อง อีกฉบับแบ่ง ๒๕๕ เรื่อง — เทียบตามลำดับไม่ได้ เปิดเล่ม ๓๓ ของฉบับนั้นแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๗๙

๙. ธัมมรุจิเถราปทาน

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๙1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง)3 ฉบับต้นฉบับพร้อมคำแปล เรียงข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

นวมํ ธมฺมรุจิตฺเถราปทานํ (๔๘๙)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ธัมมรุจิเถราปทานที่ ๙ ว่าด้วยผลแห่งความพอใจในธรรม

ข้อ ๗๙

|๗๙.๑๖๕| ยทา ทีปงฺกโร พุทฺโธ สุเมธํ พฺยากริ ชิโน อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ฯ |๗๙.๑๖๖| อิมสฺส ชนิกา มาตา มายา นาม ภวิสฺสติ ปิตา สุทฺโธทโน นาม อยํ เหสฺสติ โคตโม ฯ |๗๙.๑๖๗| ปธานํ ปทหิตฺวาน กตฺวา ทุกฺกรการิกํ อสฺสตฺถมูเล สมฺพุทฺโธ พุชฺฌิสฺสติ มหายโส ฯ |๗๙.๑๖๘| อุปติสฺโส โกลิโต จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวกา อานนฺโท นามุปฏฺฐาโก อุปฏฺฐิสฺสติมํ ชินํ ฯ |๗๙.๑๖๙| เขมา อุปฺปลวณฺณา จ อคฺคา เหสฺสนฺติ สาวิกา จิตฺโต อาฬวโก เจว อคฺคา เหสฺสนฺตุปาสกา ฯ |๗๙.๑๗๐| ขุชฺชุตฺตรา นนฺทมาตา อคฺคา เหสฺสนฺตุปาสิกา โพธิ อิมสฺส ธีรสฺส อสฺสตฺโถติ ปวุจฺจติ ฯ |๗๙.๑๗๑| อิทํ สุตฺวาน วจนํ อสมสฺส มเหสิโน อาโมทิตา นรมรู นมสฺสนฺติ กตญฺชลี ฯ |๗๙.๑๗๒| ตทาหํ มาณโว อาสึ เมโฆ นาม สุสิกฺขิโต สุตฺวา พฺยากรณํ เสฏฺฐํ สุเมธสฺส มหามุนิ ฯ |๗๙.๑๗๓| สํวิสฺสฏฺโฐ ภวิตฺวาน สุเมเธ กรุณาลเย ปพฺพชนฺตญฺจ ตํ วีรํ สหา จ อนุปพฺพชึ ฯ |๗๙.๑๗๔| สํวุโต ปาฏิโมกฺขสฺมึ อินฺทฺริเยสุ จ ปญฺจสุ สุทฺธาชีโว สโต ธีโร ชินสาสนการโก ฯ |๗๙.๑๗๕| เอวํ วิหรมาโนหํ ปาปมิตฺเตน เกนจิ นิโยชิโต อนาจาเร สุมคฺคา ปริธํสิโต ฯ |๗๙.๑๗๖| วิตกฺกวสิโก หุตฺวา สาสนโต อปกฺกมึ ปจฺฉา เตน กุมิตฺเตน ปยุตฺโต มาตุฆาตนํ ฯ |๗๙.๑๗๗| อกรึนนฺตริยญฺจ ฆาตยึ ทุฏฺฐมานโส ตโต จุโต มหาวีจึ อุปปนฺโน สุทารุณํ ฯ |๗๙.๑๗๘| วินิปาตํ คโต สนฺโต สํสรึ ทุกฺขิโต จิรํ น ปุโน อทฺทสํ ธีรํ สุเมธํ นรปุงฺควํ ฯ |๗๙.๑๗๙| อสฺมึ กปฺเป สมุทฺทสฺมึ มจฺโฉ อาสึ ติมิงฺคโล ทิสฺวาหํ สาคเร นาวํ โคจรตฺถมุปาคมึ ฯ |๗๙.๑๘๐| ทิสฺวา มํ วาณิชา ภีตา พุทฺธเสฏฺฐํ อนุสฺสรุํ โคตโมติ มหาโฆสํ สุตฺวา เตหิ อุทีริตํ ฯ |๗๙.๑๘๑| ปุพฺพสญฺญํ สริตฺวาน ตโต กาลํ กโต อหํ สาวตฺถิยํ กุเล อิทฺเธ ชาโต พฺราหฺมณชาติยํ ฯ |๗๙.๑๘๒| อาสึ ธมฺมรุจิ นาม สพฺพปาปชิคุจฺฉโก ทิสฺวาหํ โลกปชฺโชตํ ชาติยา สตฺตวสฺสิโก ฯ |๗๙.๑๘๓| มหาเชตวนํ คนฺตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ อุเปมิ พุทฺธํ ติกฺขตฺตุํ รตฺติยา ทิวสสฺส จ ฯ |๗๙.๑๘๔| ตทา ทิสฺวา มุนิ อาห สร ธมฺมรุจีติ มํ ตโตหํ อวจํ พุทฺธํ ปุพฺพกมฺมํ วิภาวิตํ ฯ |๗๙.๑๘๕| สุจิรํ สตปุญฺญลกฺขณํ ปติปุพฺเพ น วิสุทฺธิปจฺจยา อหมชฺช สุเปกฺขนํ วต ตว ปสฺสามิ นิรุปมํ วิคฺคหํ ฯ |๗๙.๑๘๖| สุจิรํ วิหิตํ นุ เต มยา สุจิรกฺเขน นิรวิโสสิตา สุจิรํ อมลํ วิโสธิตํ นยนํ ญาณมยํ มหามุเน ฯ |๗๙.๑๘๗| จิรกาลสมงฺคิโต ตยา อวินฏฺโฐ ปุนนฺตรํ จิรํ ปุนรชฺช สมาคโต ตยา นหิ นสฺสนฺติ กตานิ โคตม ฯ |๗๙.๑๘๘| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๗๙.๑๘๙| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๗๙.๑๙๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ธมฺมรุจิ เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ธมฺมรุจิตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ในเวลาที่พระพุทธเจ้าผู้พิชิตมารพระนามว่าทีปังกร ทรงพยากรณ์ สุเมธดาบสว่า ในกัปจากกัปนี้ไปนับไม่ถ้วน ดาบสนี้จักเป็นพระ- พุทธเจ้า พระมารดาบังเกิดเกล้าของดาบสนี้จักทรงพระนามว่ามายา พระบิดาจักทรงพระนามว่าสุทโธทนะ ดาบสนี้จักชื่อว่าโคดม ดาบส นี้จักเริ่มตั้งความเพียรทำทุกกรกิริยาแล้ว จักเป็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้มียศใหญ่ ตรัสรู้ที่ควงไม้อัสสัตถพฤกษ์ พระอุปติสสะและพระ โกลิตะจักเป็นพระอัครสาวก ภิกษุอุปัฏฐากชื่อว่าอานนท์ จักบำรุง ดาบสนี้ ผู้เป็นพระพิชิตมาร นางภิกษุณีชื่อว่าเขมาและอุบลวรรณา จักเป็นอัครสาวิกา จิตตคฤหบดีและเศรษฐีชาวเมืองอาฬวี จักเป็น อัครอุบาสก ไม้โพธิ์ของนักปราชญ์ผู้นี้เรียกว่าอัสสัตถพฤกษ์ มนุษย์และเทวดาได้สดับพระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอัน ยิ่งใหญ่ ซึ่งจะหาใครเสมอเหมือนมิได้ ต่างก็เป็นผู้เบิกบาน ประนมอัญชลีถวายนมัสการ เวลานั้น เราเป็นมานพชื่อเมฆะ เป็น นักศึกษา ได้สดับคำพยากรณ์อันประเสริฐซึ่งสุเมธดาบส ของ พระมหามุนี เราเป็นผู้คุ้นเคยในสุเมธดาบสผู้เป็นที่อยู่แห่งกรุณา และได้บวชตามสุเมธดาบส ผู้เป็นวีรบุรุษนั้น ผู้ออกบวชอยู่ เป็นผู้ สำรวมในพระปาติโมกข์และอินทรีย์ ๕ เป็นผู้มีอาชีวะหมดจด มี สติ เป็นนักปราชญ์ กระทำตามคำสอนของพระพิชิตมาร เราเป็น ผู้อยู่เช่นนี้ ถูกบาปมิตรบางคนชักชวนในอนาจาร ถูกกำจัดจากหน ทางอันชอบ เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งวิตก จึงได้หลีกไปจากพระ ศาสนา ภายหลังถูกมิตรอันน่าเกลียดนั้น ชักชวนให้ฆ่ามารดา เรามีใจอันชั่วช้าได้ทำอนันตริยกรรมฆ่ามารดา เราจุติจากอัตภาพนั้น แล้ว เกิดในอเวจีมหานรกอันแสนทารุณ เราไปสู่วินิบาตถึงความ ลำบากท่องเที่ยวไปนาน ไม่ได้เห็นสุเมธดาบสผู้เป็นนักปราชญ์ผู้ ประเสริฐกว่านระอีก ในกัปนี้ เราเกิดเป็นปลาติมิงคละ อยู่ในมหา สมุทร เราเห็นเรือในสาครเข้าจึงเข้าไปเพื่อจะกิน พวกพ่อค้าเห็น เราก็กลัว ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เราได้ยินเสียงกึกก้อง ว่าโคตโม ที่พ่อค้าเหล่านั้นเปล่งขึ้น จึงนึกถึงสัญญาเก่าขึ้นมาได้ ต่อ จากนั้น ได้ทำกาลกิริยา เกิดในสัญชาติพราหมณ์ ในสกุลอันมั่งคั่ง ณ พระนครสาวัตถี เราชื่อว่าธัมมรุจิ เป็นคนเกลียดบาปกรรม ทุกอย่าง พออายุได้ ๗ ขวบ ก็ได้พบพระพุทธองค์ผู้ส่องโลกให้ โชติช่วง จึงได้ไปยังพระมหาวิหารเชตวัน แล้วบวชเป็นบรรพชิต เราเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ๓ ครั้งต่อคืนหนึ่งกับวันหนึ่ง ครั้งนั้น พระ องค์ผู้เป็นพระมหามุนี ทอดพระเนตรเห็นเราเข้า จึงได้ตรัสว่า ดูกร ธัมมรุจิ ท่านจงระลึกถึงเรา ลำดับนั้น เรากราบทูลบุรพกรรมอย่าง แจ่มแจ้งกะพระพุทธเจ้าว่า เพราะปัจจัยแห่งความบริสุทธิ์ในปางก่อน ข้าพระองค์จึงมิ ได้พบพระองค์ ผู้ทรงพระลักษณะแห่งบุญตั้งร้อย เสียนาน วันนี้ ข้าพระองค์ได้เห็นแล้วหนอ ข้าพระองค์เห็นพระ สรีระของพระองค์ อันหาสิ่งอะไรเปรียบมิได้ ข้าพระองค์ ตามหาพระองค์มานานนักแล้ว ตัณหานี้ข้าพระองค์ทำให้ เหือดแห้งไปโดยไม่เหลือด้วยอินทรีย์สิ้นกาลนาน ข้าพระ- องค์ชำระนิพพานให้หมดมลทินได้ โดยกาลนาน ข้าแต่ พระมหามุนี นัยน์ตาอันสำเร็จด้วยญาณ ถึงความพร้อม เพรียงกับพระองค์ได้ก็สิ้นเวลานานนัก ข้าพระองค์พินาศ ไปเสีย ในระหว่างอีกเป็นเวลานาน วันนี้ ได้สมาคมกับ พระองค์อีก ข้าแต่พระโคดม กรรมที่ข้าพระองค์ทำไว้ จะไม่พินาศไปเลย. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระธัมมรุจิเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ธัมมรุจิเถราปทาน.

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔๘๙. อรรถกถาธัมมรุจิเถราปทาน

พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า ตทาหํ มาณโว อาสึ ความว่า สุเมธบัณฑิตได้รับพยากรณ์จากสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าทีปังกร ในกาลใด ในกาลนั้นเราชื่อว่าเมฆะ เป็นพราหมณ์หนุ่มบวชเป็นฤๅษีร่วมกับสุเมธดาบส ศึกษาในสิกขาบททั้งหลายจบแล้วได้คลุกคลีกับเพื่อนชั่วบางคนเข้า เพราะโทษที่คลุกคลีสมาคมกันจึงตกไปในอำนาจแห่งวิตกที่ลามกเป็นต้น ด้วยกรรมคือการฆ่ามารดา จึงได้เสวยทุกข์อันเนื่องด้วยเปลวไฟเป็นต้นในนรก จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้บังเกิดเป็นปลาใหญ่ชื่อติมิงคละ ในมหาสมุทร มีความประสงค์จะกลืนเรือใหญ่ที่แล่นไปในท่ามกลางมหาสมุทร จึงได้ว่ายไป.

พวกพ่อค้าเห็นเราเข้าจึงกลัวร้องเสียงดังว่า โอ พระผู้มีพระภาคเจ้าโคดม.

ลำดับนั้น ด้วยอำนาจวาสนาที่ได้อบรมมาในกาลก่อน ปลาใหญ่จึงเกิดความเคารพในพระพุทธเจ้า จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ที่สมบูรณ์ด้วยสมบัติในกรุงสาวัตถี มีศรัทธาเลื่อมใส ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้วบวช ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ ได้ไปสู่ที่บำรุงวันละ ๓ ครั้ง ระลึกถึงไหว้อยู่.

ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะเราว่า เป็นผู้ยินดีในธรรมได้นาน.

ลำดับนั้น พระเถระรูปนั้นกล่าวชมเชยด้วยคาถาเป็นต้นว่า สุจิรํ สตปุญฺญลกฺขณํ ผู้ทรงพระลักษณะแห่งบุญตั้งร้อยเสียนานดังนี้ ข้าแต่พระโคดมผู้ทรงพระลักษณะแห่งบุญตั้งร้อยผู้เจริญ.

บทว่า ปติปุพฺเพน วิสุทฺธปจฺจยํ ความว่า ข้าพเจ้ามิได้พบเห็นท่านผู้มีปัจจัยสมภารที่บำเพ็ญมาจนบริบูรณ์ ณ บาทมูลของพระพุทธเจ้าทีปังกรในกาลก่อนเสียนานแสนนาน.

บทว่า อหมชฺช สุเปกฺขนํ ความว่า ในวันนี้นี่เอง ข้าพเจ้าได้พบเห็นแล้วหนอ ซึ่งพระโคดมผู้มีพระสรีระอันปราศจากอุปมา นับว่าเป็นการเห็นด้วยดี หรือเป็นการเห็นที่งาม.

บทว่า สุจิรํ วิหตตโม มยา ความว่า พระองค์ทรงกำจัดความมืดได้แล้วโดยพิเศษ คือทรงกำจัดโมหะได้แล้ว แม้ข้าพระองค์ก็ได้ชมเชยแล้วเป็นอย่างดีตลอดกาลนาน.

บทว่า สุจิรกฺเขน นที วิโสสิตา ความว่า แม่น้ำคือตัณหานี้ ซึ่งข้าพระองค์รักษาคุ้มครองมาเป็นอย่างดี ได้ให้เหือดแห้งไปโดยพิเศษแล้ว คือพระองค์ทำให้ไม่สมควรจะเกิดได้อีก.

บทว่า สุจิรํ อมลํ วิโสธิตํ ความว่า ข้าพระองค์ชำระพระนิพพานให้หมดจดได้โดยกาลนาน คือพระองค์ทำให้ข้าพระองค์ได้บรรลุแล้ว.

บทว่า นยนํ ญาณมยํ มหามุเน จิรกาลสมงฺคิโต ความว่า ข้าแต่พระมหามุนีคือพระมหาสมณะ นัยน์ตาอันสำเร็จด้วยญาณ ถึงความพร้อมเพรียงกับพระองค์ได้ ก็สิ้นเวลานานนักหนา.

บทว่า อวินฏฺโฐ ปุนรนฺตรํ ความว่า ข้าพระองค์ได้พินาศ คือเสื่อมเสียไปในระหว่างภพ คือในท่ามกลางอีกเป็นเวลานาน.

บทว่า ปุนรชฺชสมาคโต ตฺยา ความว่า วันนี้คือในวันนี้ ข้าพระองค์ได้มาสมาคมกับพระองค์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้ง.

บทว่า น หิ นสฺสนฺติ กตานิ โคตม ความว่า ข้าแต่พระโคดมคือพระสัพพัญญูพุทธเจ้า กรรมมีการสมาคมเป็นต้นที่ข้าพระองค์ได้ทำร่วมกับพระองค์ จะไม่พินาศไป จนกว่าจะดับขันธปรินิพพาน จึงจักไม่มี.

คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาธัมมรุจิเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา