๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อฏฺฐมํ ปุณฺณิกาเถริยาปทานํ (๓๘)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ปุณณิกาเถริยาปทานที่ ๘ ว่าด้วยบุพจริยาของพระปุณณิกาเถรี
|๑๗๘.๑๘๕| วิปสฺสิโน ภควโต สิขิโน เวสฺสภุสฺส จ กกุสนฺธสฺส มุนิโน โกนาคมนตาทิโน ฯ |๑๗๘.๑๘๖| กสฺสปสฺส จ พุทฺธสฺส ปพฺพชิตฺวาน สาสเน ภิกฺขุนี สีลสมฺปนฺนา นิปกา สํวุตินฺทฺริยา ฯ |๑๗๘.๑๘๗| พหุสฺสุตา ธมฺมธรา ธมฺมตฺถปริปุจฺฉิตา อุคฺคเหตฺวา จ ธมฺมานํ โสตา ปยิรุปาสิกา ฯ |๑๗๘.๑๘๘| เทเสนฺตี ชนมชฺเฌหํ อโหสึ ชินสาสนํ พาหุสจฺเจน เตนาหํ เปสลา อติมญฺญิสํ ฯ |๑๗๘.๑๘๙| ปจฺฉิเม จ ภเว ทานิ สาวตฺถิยํ ปุรุตฺตเม อนาถปิณฺฑิโน เคเห ชาตาหํ กุมฺภทาสิยา ฯ |๑๗๘.๑๙๐| คตา อุทกหาริยํ โสตฺถิยํ ทิชมทฺทสํ สีตฏฺฏํ โตยมชฺฌมฺหิ ตํ ทิสฺวา อิทมพฺรวึ ฯ |๑๗๘.๑๙๑| อุทกหารี อหํ สีเต สทา อุทกโมตรึ อยฺยานํ ทณฺฑภยภีตา วาจาโรสภยฏฺฏิตา ฯ |๑๗๘.๑๙๒| กสฺส พฺราหฺมณ ตฺวํ ภีโต สทา อุทกโมตริ เวธมาเนหิ คตฺเตหิ สีตํ เวทยเส ภุสํ ฯ |๑๗๘.๑๙๓| ชานนฺตี วต มํ โภติ ปุณฺณิเก ปริปุจฺฉสิ กโรนฺตํ กุสลํ กมฺมํ นุทนฺตํ กมฺมปาปกํ ฯ |๑๗๘.๑๙๔| โย วุฑฺโฒ ทหโร จาปิ ปาปกมฺมํ ปกุพฺพติ อุทกาภิเสจนา โสปิ ปาปกมฺมา ปมุจฺจติ ฯ |๑๗๘.๑๙๕| อุตฺตรนฺตสฺส อกฺขาสึ ธมฺมตฺถสหิตํ ปทํ ตญฺจ สุตฺวา สุสํวิคฺโค ปพฺพชิตฺวารหา อหุ ฯ |๑๗๘.๑๙๖| ปูเรนฺตี อูนกสตํ ชาตา ทาสิกุเล ยโต ตโต ปุณฺณาติ นามํ เม ภุชิสฺสํ มํ อกํสุ เต ฯ |๑๗๘.๑๙๗| เสฏฺฐึ ตโตนุโมเทตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ น จิเรเนว กาเลน อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๑๗๘.๑๙๘| อิทฺธีสุ จ วสี โหมิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา เจโตปริยญาณสฺส วสี โหมิ มหามุเน ฯ |๑๗๘.๑๙๙| ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ สพฺพาสวปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ อตฺถธมฺมนิรุตฺตีสุ ปฏิภาเณ ตเถว จ ญาณํ เม วิมลํ สุทฺธํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส วาหสา ฯ |๑๗๘.๒๐๐| ภาวนาย มหาปญฺญา สุเตเนว สุตาวินี มาเนน นีจกุลชา น หิ กมฺมํ ปนสฺสติ ฯ |๑๗๘.๒๐๑| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ วิหรามิ อนาสวา ฯ นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๗๘.๒๐๒| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๗๘.๒๐๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ ปุณฺณิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปุณฺณิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ
ดิฉันบวชเป็นภิกษุณีในศาสนาของพระพุทธเจ้า ๖ พระองค์ คือ พระวิปัสสี พระสิขี พระเวสสภู พระกกุสันธะ พระโกนาคมน์ ผู้คงที่ พระกัสสป เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลมีปัญญา สำรวมอินทรีย์ เป็นพหูสูต ทรงธรรมสอบถามอรรถแห่งธรรม ศึกษาธรรมแล้ว มีกระแสธรรม เป็นผู้นั่งใกล้แสดงพุทธศาสนาในท่ามกลาง ประชุมชน ดิฉันมีศีลเป็นที่รักแต่ถือตัวจัดเพราะความเป็นพหูสูตนั้น ในภพครั้งหลังนี้ดิฉันเกิดในเรือนแห่งนางกุมภทาสี ของอนาถ บิณฑิกเศรษฐีในพระนครสาวัตถีอันอุดม ดิฉันไปตักน้ำ ได้เห็น โสตถิยพราหมณ์หนาวสั่นอยู่ในกลางน้ำ ครั้นเห็นแล้วได้กล่าวว่า ดิฉันมาตักน้ำในคราวหนาว กลัวภัยแต่อาชญา และระแวงภัย คือ การด่าด้วยวาจาของเจ้านายจึงต้องลงน้ำร่ำไป ดูกรพราหมณ์ท่านกลัว อะไร จึงลงน้ำเสมอ มีตัวสั่น รู้สึกหนาวมากดูกรนางปุณณิกา ผู้เจริญ ท่านรู้จักสอบถามข้าพเจ้าผู้ทำกุศลกรรม กำจัดบาปกรรม (ดิฉันกล่าวว่า) บุคคลใดเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม เป็นเด็กก็ตาม ทำบาป- กรรม บุคคลนั้น จะพ้นจากบาปกรรม เพราะความอาบน้ำได้หรือ เมื่อพราหมณ์นั้นกลับขึ้นมาดิฉันได้บอกซึ่งบทอันประกอบด้วยธรรม และอรรถ พราหมณ์ได้ฟังธรรมบทนั้น แล้วมีความสลดใจ บวช แล้วได้เป็นพระอรหันต์ เพราะดิฉันเกิดในสกุลทาสี ยังทาสทาสี ๙๙ คนให้ครบ ๑๐๐ คน เจ้านายนั้นจึงตั้งชื่อให้ดิฉันว่าปุณณาและ ปลดดิฉันให้เป็นไทย ดิฉันให้เศรษฐีอนุโมทนาบุญนั้นแล้ว ออก บวชเป็นภิกษุณี โดยกาลไม่นานนักก็ได้บรรลุอรหัต ข้าแต่พระ- มหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์ ในทิพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ รู้ปุพเพนิวาสญาณและทิพจักษุอันหมดจด วิเศษ มีอาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว บัดนี้ภพใหม่มิได้มีอีก หม่อมฉัน มีญาณอันปราศจาก มลทิน บริสุทธิ์ในอรรถะ ธรรมะ นิรุตติ และปฏิภาณ เพราะอำนาจพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด หม่อมฉันมี ปัญญามากเพราะภาวนา มีสุตะเพราะพาหุสัจจะเกิดในสกุลต่ำเพราะ มานะ แต่มิได้มีกุศลกรรมวิบัติไปเลย ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนา ดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระปุณณิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบปุณณิกาเถริยาปทาน.
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรีอปทานทั้งหมด ไม่มีเนื้อความอรรถกถาอธิบาย. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๑๐. จูฬสุคันธเถราปทาน