๔. มหาสุทัสนจริยา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ มธุมํสทายกตฺเถราปทานํ (๔๑๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก มหาสุทัสนจริยาที่ ๔ ว่าด้วยพระจริยาวัตรของพระมหาสุทัสนจักรพรรดิ
|๔.๑๐๖| นคเร พนฺธุมติยา สูกริโก อโหสหํ อุกฺโกฏกํ รนฺธยิตฺวา มธุมํสมฺหิ โอกิรึ ฯ |๔.๑๐๗| สนฺนิปาตํ อหํ คนฺตฺวา เอกปตฺตํ อหํ คหึ ปูรยิตฺวาน ตํ ปตฺตํ ภิกฺขุสงฺฆสฺสทาสหํ ฯ |๔.๑๐๘| โย วุฑฺฒเถรตโร ภิกฺขุ นิยฺยาเทมิ อหํ ตทา อิมินา ปตฺตปูเรน ลภิสฺสํ วิปุลํ สุขํ ฯ |๔.๑๐๙| ทุเว สมฺปตฺติโย ภุตฺวา สุกฺกมูเลน โจทิโต ปจฺฉิเม วตฺตมานมฺหิ กิเลเส ฌาปยิสฺสติ ฯ |๔.๑๑๐| ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ตาวตึสํ อคญฺฉิหํ ตตฺถ ภุตฺวา ปิวิตฺวา จ ลภามิ วิปุลํ สุขํ ฯ |๔.๑๑๑| มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ อนฺนปานาภิวสฺโส เม อติวสฺสติ ตาวเท ฯ |๔.๑๑๒| อิทํ ปจฺฉิมกํ มยฺหํ จริโม วตฺตเต ภโว อิธาปิ อนฺนปานํ เม วสฺสเต สพฺพกาลิกํ ฯ |๔.๑๑๓| เตเนว มธุทาเนน สนฺธาวิตฺวา ภเว อหํ สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔.๑๑๔| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ มธุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔.๑๑๕| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔.๑๑๖| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔.๑๑๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มธุมํสทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ มธุมํสทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในเมื่อเราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงพระนามว่ามหาสุทัสนะ มีพลานุภาพมาก ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน เสวยราชสมบัติในพระนคร กุสาวดี ในกาลนั้น เราได้สั่งให้ประกาศทุกๆ วัน วันละ ๓ ครั้งว่า ใครอยากปรารถนาอะไร เราจะให้ทรัพย์อะไรแก่ใคร ใครหิว ใคร กระหาย ใครต้องการดอกไม้ ใครต้องการเครื่องลูบไล้ ใครขาด แคลนผ้าสีต่างๆ ก็จงมาถือเอาไปนุ่งห่ม ใครต้องการร่มไปในหนทาง ก็จงมารับเอาไป ใครต้องการรองเท้าอันอ่อนงาม ก็จงมารับเอาไป เราให้ประกาศดังนี้ทั้งเวลาเย็น ทั้งเวลาเช้า ทุกวัน ทานนั้นมิใช่เรา ตกแต่งไว้ในที่ ๑๐ แห่ง หรือมิใช่ ๑๐๐ แห่งเราตกแต่งทรัพย์ไว้ สำหรับยาจกในที่หลายร้อยแห่ง วณิพกจะมาในเวลากลางวันก็ตาม หรือในเวลากลางคืนก็ตามก็ได้โภคะตามความปรารถนา พอเต็มมือ กลับไป เราได้ให้มหาทานเห็นปานนี้จนตราบเท่าสิ้นชีวิต เราได้ให้ ทรัพย์ที่น่าเกลียดก็หามิได้ และเราไม่มีการสั่งสมก็หามิได้ เปรียบ เหมือนคนไข้กระสับกระส่าย เพื่อจะพ้นจากโรค ต้องการให้หมอ พอใจด้วยทรัพย์จึงหายจากโรคได้ ฉันใด เราก็ฉันนั้น รู้อยู่ (ว่า ทาน บริจาคเป็นอุบายเครื่องเปลื้องตนและสัตว์โลกทั้งสิ้น ให้พ้นจากโลก คือสังขารทุกข์ทั้งสิ้นได้) จึงบำเพ็ญทานให้บริบูรณ์โดยไม่มีเศษเหลือ เพื่อยังใจที่บกพร่องให้เต็มเราจึงให้ทานแก่วณิพกเรามิได้อาลัย มิได้ หวังอะไร ได้ให้ทานเพื่อบรรลุสัมโพธิญาณ ฉะนี้แล. จบมหาสุทัสนจริยาที่ ๔
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔๑๔. อรรถกถามธุมังสทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวของอปทานที่ ๔ ดังต่อไปนี้:-
อปทานของท่านพระมธุมังสทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า นคเร พนฺธุมติยา ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สูกริโก ได้แก่ ขายเนื้อสุกรเลี้ยงชีวิต.
บทว่า อุกฺโกฏกํ รนฺธยิตฺวา ความว่า เราต้มเนื้อไตและเนื้อปอดแล้ว แช่ใส่ลงในเนื้อที่ผสมน้ำผึ้ง.
อธิบายว่า เอาเนื้อนั้นบรรจุจนเต็มบาตรแล้ว ถวายแด่ภิกษุสงฆ์.
ด้วยบุญกรรมนั้น ในพุทธุปบาทกาลนี้ บวชแล้วจึงได้บรรลุพระอรหัตแล. จบอรรถกถามธุมังสทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------