๑. มหากัจจายนเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุปญฺญาสโม กจฺจายนวคฺโค ปฐมํ มหากจฺจายนตฺเถราปทานํ (๕๓๑)
๑๒๑|๑๒๑.๑| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน อเนโช อชิตญฺชิโน สตสหสฺเส กปฺปานํ อิโต อุปฺปชฺชิ นายโก ฯ |๑๒๑.๒| วีโร กมลปตฺตกฺโข สสงฺกวิมลานโน กญฺจนตจสงฺกาโส รวิทิตฺติสมปฺปโภ ฯ |๑๒๑.๓| สตฺตเนตฺตมโนหรี วรลกฺขณภูสิโต สพฺพวากฺยปถาตีโต มนุชามรสกฺกโต ฯ |๑๒๑.๔| สมฺพุทฺโธ โพธยํ สตฺเต วาติโห มธุรสฺสโร กรุณานทฺธสนฺตาโน ปริสาสุ วิสารโท ฯ |๑๒๑.๕| เทเสติ มธุรํ ธมฺมํ จตุสจฺจุปสํหิตํ นิมุคฺเค โมหปงฺกมฺหิ สมุทฺธรติ ปาณิโน ฯ |๑๒๑.๖| ตทา เอกจโร หุตฺวา ตาปโส หิมวาลโย นภสา มานุสํ โลกํ คจฺฉนฺโต ชินมทฺทสํ ฯ |๑๒๑.๗| อุเปจฺจ สนฺติกํ ตสฺส อสฺโสสึ ธมฺมเทสนํ วณฺณยนฺตสฺส ธีรสฺส สาวกสฺส มหาคุณํ ฯ |๑๒๑.๘| สงฺขิตฺเตน มยา วุตฺตํ วิตฺถาเรน ปกาสยํ ปริสํ มญฺจ โตเสติ ยถา กจฺจายโน อยํ ฯ |๑๒๑.๙| นาหํ เอวมิเธกจฺจํ อญฺญํ ปสฺสามิ สาวกํ ตสฺมา ตทคฺเค เอสคฺโค เอวํ ธาเรถ ภิกฺขโว ฯ |๑๒๑.๑๐| ตทาหํ วิมฺหิโต หุตฺวา วากฺยํ สุตฺวา มโนรมํ หิมวนฺตํ คมิตฺวาน อาหิตฺวา ปุปฺผสญฺจยํ ฯ |๑๒๑.๑๑| ปูเชตฺวา โลกสรณํ ตํ ฐานํ อภิปตฺถยึ ตทา มมาสยํ ญตฺวา พฺยากาสิ สรณาลโย ฯ |๑๒๑.๑๒| ปสฺสเถตํ อิสิวรํ นิทฺธนฺตกนกตฺตจํ อุทคฺคโลมมานสํ อจลํ ปญฺชลึ ฐิตํ ฯ |๑๒๑.๑๓| หาสํ สุปุณฺณนยนํ พุทฺธวณฺณคตาสยํ ธมฺมชํ อุคฺคหทยํ อมตาสิตฺตสนฺนิภํ ฯ |๑๒๑.๑๔| กจฺจานสฺส คุณํ สุตฺวา ตํ ฐานํ ปตฺถยึ ฐิโต อนาคตมฺหิ อทฺธาเน โคตมสฺส มหามุเน ฯ |๑๒๑.๑๕| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต กจฺจาโน นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ |๑๒๑.๑๖| พหุสฺสุโต มหาญาณี อธิปฺปายวิทู มุนิ ปาปุณิสฺสติ ตํ ฐานํ ยถายํ พฺยากโต มยา ฯ |๑๒๑.๑๗| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๒๑.๑๘| ทุเว ภเว สํสรามิ เทวตฺเต อถ มานุเส อญฺญํ คตึ น ชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๒๑.๑๙| ทุเว กุเล ปชานามิ ขตฺติเย จาปิ พฺราหฺมเณ นีเจ กุเล น ชายามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๒๑.๒๐| ปจฺฉิเม จ ภเว ชาโต อุชฺเชนิยํ ปุเร รเม ปชฺโชตสฺส สจณฺฑสฺส ปุโรหิตนุชาติโน ฯ |๑๒๑.๒๑| ปุตฺโต ติปิติวจฺฉสฺส นิปุโณ เวทปารคู มาตา จ จนฺทนปทุมา กจฺจาโนหํ วรตฺตโจ ฯ |๑๒๑.๒๒| วีมํสนตฺถํ พุทฺธสฺส ภูมิปาเลน เปสิโต ทิสฺวา โมกฺขปุรทฺวารํ นายกํ คุณสญฺจยํ ฯ |๑๒๑.๒๓| สุตฺวาน วิมลํ วากฺยํ คติปงฺกวิโสธนํ ปาปุณึ อมตํ สนฺตํ เสเสหิ สห สตฺตหิ ฯ |๑๒๑.๒๔| อธิปฺปายวิทู ชาโต สุคตสฺส มหามเต ฐปิโต เอตทคฺเค จ สุสมิทฺธมโนรโถ ฯ |๑๒๑.๒๕| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๒๑.๒๖| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๒๑.๒๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มหากจฺจายโน เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ มหากจฺจายนตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕๓๑. อรรถกถากัจจายนเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๕๔ ดังต่อไปนี้:-
อปทานของท่านพระมหากัจจายนเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้เป็นอันมากในภพนั้นๆ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้บังเกิดในตระกูลคฤหบดีมหาศาล พอเจริญวัยแล้ว วันหนึ่งได้ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา ได้เห็นภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งพระศาสดาทรงสถาปนาไว้ในตำแหน่งที่ (สามารถ) จำแนกเนื้อความที่พระศาสดาตรัสไว้โดยย่อให้พิสดารได้ แม้ตนเองก็ปรารถนาตำแหน่งนั้นบ้าง จึงตั้งปณิธานทำบุญมีทานเป็นต้นไว้เป็นอันมาก แล้วท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ได้เป็นวิทยาธร เที่ยวไปทางอากาศ ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ซึ่งประทับนั่งในชัฏแห่งป่าแห่งหนึ่ง มีใจเลื่อมใสได้เอาดอกกรรณิการ์มาทำการบูชา.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงกลับไปมาเฉพาะแต่ในสุคติอย่างเดียว.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เขาได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุล ในกรุงพาราณสี เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว ได้เอาแผ่นอิฐทองคำมีค่าราคาแสนหนึ่ง ทำการบูชา ณ ที่สุวรรณเจดีย์สำหรับบำเพ็ญกัมมัฏฐาน ได้ตั้งความปรารถนาไว้ว่า ด้วยผลแห่งบุญอันนี้ ขอให้สรีระของข้าพระองค์จงมีวรรณะดุจทองคำ ในที่ที่ได้บังเกิดแล้วๆ เถิด ตั้งแต่นั้นมาก็ได้ทำแต่กุศลกรรมจนตลอดชีวิตแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลกตลอดพุทธันดรหนึ่ง.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนปุโรหิตของพระเจ้าจัณฑปัชโชต ในกรุงอุชเชนี ในวันตั้งชื่อเขา มารดาคิดว่า ลูกของเรามีสีกายดุจทองคำ เขาถือเอาชื่อของตนเองมา (แต่เกิด) ดังนี้จึงตั้งชื่อเขาว่ากัญจนมาณพทีเดียว.
เขาเจริญวัยแล้ว เล่าเรียนจบไตรเพท พอบิดาล่วงลับดับชีวิตแล้ว ก็ได้รับตำแหน่งปุโรหิตแทน ว่าโดยอำนาจโคตรเขาปรากฏแล้วว่า กัจจายนะ.
ต่อมาพระเจ้าจัณฑปัชโชตได้ทรงสดับว่า พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้น จึงส่งเขาไปหาด้วยพระราชดำรัสว่า ท่านอาจารย์ ท่านจงไปที่พระอารามนั้นแล้ว ทูลนิมนต์พระศาสดามาในวังนี้ ท่านปุโรหิตนั้นมีตนเป็นที่ ๘ เข้าไปเฝ้าพระศาสดา.
พระศาสดาได้ทรงแสดงธรรมแก่ปุโรหิตนั้นแล้ว. ในเวลาจบพระธรรมเทศนา ท่านปุดรหิตพร้อมกับคนทั้ง ๗ ได้ดำรงอยู่ในพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔.
ท่านได้บรรลุอรหัตผลแล้วอย่างนี้ ระลึกถึงบุรพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้.
คำนั้นมีเนื้อความดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแล.
ลำดับนั้น พระศาสดาทรงเหยียดพระหัตถ์ตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด. ในขณะนั้น พวกภิกษุเข้านั้นได้มีผมและหนวดยาวประมาณ ๒ องคุลี ทรงบาตรและจีวรอันสำเร็จด้วยฤทธิ์ ได้เป็นคล้ายพระเถระบวชมา ๖๐ พรรษา พระเถระทำประโยชน์ของตนให้สำเร็จแล้วอย่างนี้ (วันหนึ่ง) จึงกราบทูลพระศาสดาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระเจ้าจัณฑปัชโชตปรารถนาจะไหว้พระบาท และฟังธรรมของพระองค์ พระเจ้าข้า.
พระศาสดาตรัสว่า กัจจานะ เธอนั่นแหละจงไปในวังนั้น เมื่อเธอไปถึงแล้ว พระราชาจักทรงเลื่อมใส.
พระเถระมีตนเป็นที่ ๘ ได้ไปในพระราชวังนั้น ตามพระบัญชาของพระศาสดา ได้ทำให้พระราชาทรงเลื่อมใสแล้ว ได้ประดิษฐานพระศาสนาไว้ในอวันตีชนบทเรียบร้อยแล้ว จึงได้กลับมาเฝ้าพระศาสดาอีก.
ด้วยอำนาจความปรารถนาในครั้งก่อนของตน ปกรณ์ทั้ง ๓ คือ กัจจายนปกรณ์ มหานิรุตติปกรณ์และเนตติปกรณ์ จึงได้ปรากฏแล้วในท่ามกลางสงฆ์.
ต่อมา ท่านได้รับสถาปนาจากพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงสันโดษไว้ในตำแหน่งที่เลิศ ด้วยพระดำรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหากัจจานะเป็นเลิศกว่าสาวกทั้งหลายของเราผู้จำแนกเนื้อความที่เรากล่าวไว้โดยย่อ ทำให้พิสดารได้ ดังนี้แล้ว ท่านก็อยู่ด้วยความสุขอันเกิดแต่พระอรหัตผลแล. จบอรรถกถามหากัจจายนเถราปทาน -----------------------------------------------------