สัปปุริสสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๗๓จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อสปฺปุริโสติ เวทิตพฺโพ กตเมหิ จตูหิ อิธ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส โย โหติ ปรสฺส อวณฺโณ ตํ อปุฏฺโฐปิ ปาตุกโรติ โก ปน วาโท ปุฏฺฐสฺส ปุฏฺโฐ โข ปน ปญฺหาภินีโต อหาเปตฺวา อลมฺเพตฺวา ปริปูรํ วิตฺถาเรน ปรสฺส อวณฺณํ ภาสิตา โหติ เวทิตพฺพเมตํ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส อยํ ภวนฺติ ฯ {๗๓.๑} ปุน จปรํ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส โย โหติ ปรสฺส วณฺโณ ตํ ปุฏฺโฐปิ น ปาตุกโรติ โก ปน วาโท อปุฏฺฐสฺส ปุฏฺโฐ โข ปน ปญฺหาภินีโต หาเปตฺวา ลมฺเพตฺวา อปริปูรํ อวิตฺถาเรน ปรสฺส วณฺณํ ภาสิตา โหติ เวทิตพฺพเมตํ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส อยํ ภวนฺติ ฯ {๗๓.๒} ปุน จปรํ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส โย โหติ อตฺตโน อวณฺโณ ตํ ปุฏฺโฐปิ น ปาตุกโรติ โก ปน วาโท อปุฏฺฐสฺส ปุฏฺโฐ โข ปน ปญฺหาภินีโต หาเปตฺวา ลมฺเพตฺวา อปริปูรํ อวิตฺถาเรน อตฺตโน อวณฺณํ ภาสิตา โหติ เวทิตพฺพเมตํ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส อยํ ภวนฺติ ฯ {๗๓.๓} ปุน จปรํ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส โย โหติ อตฺตโน วณฺโณ ตํ อปุฏฺโฐปิ ปาตุกโรติ โก ปน วาโท ปุฏฺฐสฺส ปุฏฺโฐ โข ปน ปญฺหาภินีโต อหาเปตฺวา อลมฺเพตฺวา ปริปูรํ วิตฺถาเรน อตฺตโน วณฺณํ ภาสิตา โหติ เวทิตพฺพเมตํ ภิกฺขเว อสปฺปุริโส อยํ ภวนฺติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อสปฺปุริโสติ เวทิตพฺโพ ฯ {๗๓.๔} จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สปฺปุริโสติ เวทิตพฺโพ กตเมหิ จตูหิ อิธ ภิกฺขเว สปฺปุริโส โย โหติ ปรสฺส อวณฺโณ ตํ ปุฏฺโฐปิ น ปาตุกโรติ โก ปน วาโท อปุฏฺฐสฺส ปุฏฺโฐ โข ปน ปญฺหาภินีโต หาเปตฺวา ลมฺเพตฺวา อปริปูรํ อวิตฺถาเรน ปรสฺส อวณฺณํ ภาสิตา โหติ เวทิตพฺพเมตํ ภิกฺขเว สปฺปุริโส อยํ ภวนฺติ ฯ {๗๓.๕} ปุน จปรํ ภิกฺขเว สปฺปุริโส โย โหติ ปรสฺส วณฺโณ ตํ อปุฏฺโฐปิ ปาตุกโรติ โก ปน วาโท ปุฏฺฐสฺส ปุฏฺโฐ โข ปน ปญฺหาภินีโต อหาเปตฺวา อลมฺเพตฺวา ปริปูรํ วิตฺถาเรน ปรสฺส วณฺณํ ภาสิตา โหติ เวทิตพฺพเมตํ ภิกฺขเว สปฺปุริโส อยํ ภวนฺติ ฯ {๗๓.๖} ปุน จปรํ ภิกฺขเว สปฺปุริโส โย โหติ อตฺตโน อวณฺโณ ตํ อปุฏฺโฐปิ ปาตุกโรติ โก ปน วาโท ปุฏฺฐสฺส ปุฏฺโฐ โข ปน ปญฺหาภินีโต อหาเปตฺวา อลมฺเพตฺวา ปริปูรํ วิตฺถาเรน อตฺตโน อวณฺณํ ภาสิตา โหติ เวทิตพฺพเมตํ ภิกฺขเว สปฺปุริโส อยํ ภวนฺติ ฯ {๗๓.๗} ปุน จปรํ ภิกฺขเว สปฺปุริโส โย โหติ อตฺตโน วณฺโณ ตํ ปุฏฺโฐปิ น ปาตุกโรติ โก ปน วาโท อปุฏฺฐสฺส ปุฏฺโฐ โข ปน ปญฺหาภินีโต หาเปตฺวา ลมฺเพตฺวา อปริปูรํ อวิตฺถาเรน อตฺตโน วณฺณํ ภาสิตา โหติ เวทิตพฺพเมตํ ภิกฺขเว สปฺปุริโส อยํ ภวนฺติ ฯ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สปฺปุริโสติ เวทิตพฺโพ ฯ {๗๓.๘} เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว วธุกา ยญฺญเทว รตฺตึ วา ทิวสํ วา อานีตา โหติ ตาวเทวสฺสา ติพฺพํ หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ สสฺสุยาปิ สสฺสุเรปิ สามิเกปิ อนฺตมโส ทาสกมฺมกรโปริเสสุ สา อปเรน สมเยน สํวาสมนฺวาย สสฺสุํปิ สสฺสุรํปิ สามิกํปิ เอวมาห อเปถ กึ ปน ตุเมฺห ชานาถาติ เอวเมว โข ภิกฺขเว อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ ยญฺญเทว รตฺตึ วา ทิวสํ วา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ ตาวเทวสฺส ติพฺพํ หิโรตฺตปฺปํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ ภิกฺขูสุ ภิกฺขุนีสุ อุปาสเกสุ อุปาสิกาสุ อนฺตมโส อารามิกสมณุทฺเทเสสุ โส อปเรน สมเยน สํวาสมนฺวาย อาจริยํปิ อุปชฺฌายํปิ เอวมาห อเปถ กึ ปน ตุเมฺห ชานาถาติ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ อธุนาคตวธุกสเมน เจตสา วิหริสฺสามาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. สัปปุริสสูตร ว่าด้วยธรรมของอสัตบุรุษและสัตบุรุษ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการพึงทราบว่า เป็นอสัตบุรุษ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. อสัตบุรุษในโลกนี้ถึงไม่มีใครถามก็เปิดเผยข้อเสียหายของบุคคลอื่นได้ไม่จำเป็นต้องพูดถึงอสัตบุรุษผู้ถูกถามเลย และอสัตบุรุษผู้ถูกถาม ก็ตอบปัญหาทันที ไม่อ้อมค้อม ไม่หน่วงเหนี่ยว กล่าวถึงข้อเสีย ของบุคคลอื่นอย่างละเอียดเต็มที่ นี้พึงทราบว่า ‘ผู้นี้เป็นอสัตบุรุษ’ ๒. อสัตบุรุษถึงถูกใครถามก็ไม่เปิดเผยข้อดีของบุคคลอื่น ไม่จำเป็น ต้องพูดถึงอสัตบุรุษผู้ไม่ถูกถามเลย และอสัตบุรุษผู้ถูกถามก็ตอบ ปัญหาอ้อมค้อม หน่วงเหนี่ยว กล่าวสรรเสริญข้อดีของบุคคลอื่น ไม่ละเอียดเต็มที่ นี้พึงทราบว่า ‘ผู้นี้เป็นอสัตบุรุษ’ ๓. อสัตบุรุษถึงถูกใครถามก็ไม่เปิดเผยข้อเสียของตน ไม่จำเป็นต้อง พูดถึงอสัตบุรุษผู้ไม่ถูกถาม และอสัตบุรุษผู้ถูกถามก็ตอบปัญหา อ้อมค้อม หน่วงเหนี่ยว กล่าวถึงข้อเสียของตนไม่ละเอียดเต็มที่ นี้พึงทราบว่า ‘ผู้นี้เป็นอสัตบุรุษ’ ๔. อสัตบุรุษถึงไม่ถูกใครถามก็เปิดเผยข้อดีของตน ไม่จำเป็นต้อง พูดถึงอสัตบุรุษผู้ถูกถาม และอสัตบุรุษผู้ถูกถามก็รีบตอบปัญหา ไม่อ้อมค้อม ไม่หน่วงเหนี่ยว กล่าวสรรเสริญข้อดีของตนอย่าง ละเอียดเต็มที่ นี้พึงทราบว่า ‘ผู้นี้เป็นอสัตบุรุษ’ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลพึงทราบว่า เป็นอสัตบุรุษ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๑๘}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๓. อปัณณกวรรค ๓. สัปปุริสสูตร ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการพึงทราบว่า เป็นสัตบุรุษ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัตบุรุษในโลกนี้ถึงถูกใครถามก็ไม่เปิดเผยข้อเสียของบุคคลอื่น ไม่จำเป็นต้องพูดถึงสัตบุรุษผู้ไม่ถูกถาม และสัตบุรุษผู้ถูกถามก็ตอบ ปัญหาอ้อมค้อม หน่วงเหนี่ยว กล่าวถึงข้อเสียของบุคคลอื่นอย่าง ไม่ละเอียดเต็มที่ นี้พึงทราบว่า ‘ผู้นี้เป็นสัตบุรุษ’ ๒. สัตบุรุษถึงไม่ถูกใครถามก็เปิดเผยข้อดีของบุคคลอื่น ไม่จำเป็นต้อง พูดถึงสัตบุรุษผู้ถูกถาม และสัตบุรุษผู้ถูกถามก็รีบตอบปัญหาไม่ อ้อมค้อม ไม่หน่วงเหนี่ยว กล่าวสรรเสริญข้อดีของบุคคลอื่น อย่างละเอียดเต็มที่ นี้พึงทราบว่า ‘ผู้นี้เป็นสัตบุรุษ’ ๓. สัตบุรุษถึงไม่ถูกใครถามก็เปิดเผยข้อเสียของตน ไม่จำเป็นต้องพูด ถึงสัตบุรุษผู้ถูกถาม และสัตบุรุษผู้ถูกถามก็รีบตอบปัญหาไม่ อ้อมค้อม ไม่หน่วงเหนี่ยว กล่าวข้อเสียของตนอย่างละเอียดเต็มที่ นี้พึงทราบว่า ‘ผู้นี้เป็นสัตบุรุษ’ ๔. สัตบุรุษถึงถูกใครถามก็ไม่เปิดเผยข้อดีของตน ไม่จำเป็นต้องพูด ถึงสัตบุรุษผู้ไม่ถูกถาม และสัตบุรุษผู้ถูกถามก็รีบตอบปัญหา อ้อมค้อม หน่วงเหนี่ยว กล่าวสรรเสริญข้อดีของตนอย่างไม่ ละเอียดเต็มที่ นี้พึงทราบว่า ‘ผู้นี้เป็นสัตบุรุษ’ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลพึงทราบว่า เป็นสัตบุรุษ ภิกษุทั้งหลาย หญิงสะใภ้มีความละอายและเกรงกลัวมากในแม่สามี พ่อสามีสามี รวมถึงพวกทาส กรรมกร และคนรับใช้ ตลอดช่วงเวลาคืนหนึ่งหรือวันหนึ่งที่นางถูกนำมา(สู่ตระกูลสามี) สมัยต่อมา เพราะอาศัยอยู่จนคุ้นเคย จึงกล่าวกับแม่สามี พ่อสามี แม้กระทั่งสามีว่า ‘หลีกไป พวกท่านจะรู้เรื่องอะไรเล่า’ แม้ฉันใดภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ตลอดช่วงเวลาคืนหนึ่งหรือวันหนึ่งที่เธอออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เธอยังมีความละอาย มีความเกรงกลัว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๑๙}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๓. อปัณณกวรรค ๕. ทุติยอัคคสูตร มากในเหล่าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา รวมถึงพวกคนวัดและสมณุทเทสสมัยต่อมา เพราะอาศัยอยู่รวมกันจนคุ้นเคย เธอกล่าวกับอาจารย์ แม้กระทั่งอุปัชฌาย์อย่างนี้ว่า ‘หลีกไป พวกท่านจะรู้เรื่องอะไรเล่า’ ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราจักมีใจเหมือนหญิงสะใภ้ที่มาอยู่ใหม่’ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล สัปปุริสสูตรที่ ๓ จบ ๔. ปฐมอัคคสูตร ว่าด้วยธรรมอันเลิศ สูตรที่ ๑
ภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันเลิศ ๔ ประการนี้ ธรรมอันเลิศ ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ศีลอันเลิศ ๒. สมาธิอันเลิศ ๓. ปัญญาอันเลิศ ๔. วิมุตติอันเลิศ ภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันเลิศ ๔ ประการนี้แลปฐมอัคคสูตรที่ ๔ จบ ๕. ทุติยอัคคสูตร ว่าด้วยธรรมอันเลิศ สูตรที่ ๒
ภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันเลิศ ๔ ประการนี้ ธรรมอันเลิศ ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. รูปอันเลิศ ๒. เวทนาอันเลิศ ๓. สัญญาอันเลิศ ๔. ภพอันเลิศ ภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันเลิศ ๔ ประการนี้แล ทุติยอัคคสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ สมณุทเทส ในที่นี้หมายถึงสามเณร (วิ.มหา. (แปล) ๒/๔๓๐/๕๔๑) @ ธรรมอันเลิศ ในที่นี้หมายถึงรูป เวทนา สัญญาที่พิจารณาแล้วบรรลุอรหัตตผล และภพคืออัตภาพที่@บุคคลดำรงอยู่แล้วสามารถบรรลุอรหัตตผลได้ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๗๔-๗๕/๓๕๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๒๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสัปปุริสสูตรที่ ๓
พึงทราบวินิจฉัยในสัปปุริสสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อวณฺโณ ได้แก่ มิใช่คุณ.
บทว่า ปาตุกโรติ ได้แก่ บอกทำให้ปรากฏ.
บทว่า ปญฺหาภินีโต ได้แก่ ถูกนำมาซักถาม.
บทว่า อหาเปตฺวา อลมฺเพตฺวา ได้แก่ ทำไม่ให้ลด ไม่ให้หย่อนทีเดียว.
อนึ่ง ในข้อนี้ อสัตบุรุษย่อมปกปิดความเสียหายของตน เพราะเป็นผู้ปรารถนาลามก สัตบุรุษย่อมปกปิดเกียรติคุณของตน เพราะเป็นผู้ละอาย.
เพราะเหตุที่อสัตบุรุษขาดหิริโอตตัปปะ อยู่ร่วมกันก็ดูหมิ่น ส่วนสัตบุรุษประกอบด้วยหิริโอตตัปปะ อยู่ร่วมกันก็ไม่ดูหมิ่น ฉะนั้น บัดนี้ เพื่อทรงแสดงสาธกความเป็นสัตบุรุษ เปรียบด้วยสะใภ้ใหม่ จึงตรัสว่า เสยฺยาถาปิ ภิกฺขเว วธุกา เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า วธุกา ได้แก่ สะใภ้. บทว่า ติพฺพํ คือ มาก.
บทที่เหลือในสูตรนี้ ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาสัปปุริสสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------