ธรรมปทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๙จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว ธมฺมปทานิ อคฺคญฺญานิ รตฺตญฺญานิ วํสญฺญานิ โปราณานิ อสํกิณฺณานิ อสํกิณฺณปุพฺพานิ น สํกียนฺติ น สํกียิสฺสนฺติ อปฺปฏิกุฏฺฐานิ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ กตมานิ จตฺตาริ อนภิชฺฌา ภิกฺขเว ธมฺมปทํ อคฺคญฺญํ รตฺตญฺญํ วํสญฺญํ โปราณํ อสํกิณฺณํ อสํกิณฺณปุพฺพํ น สํกียติ น สํกียิสฺสติ อปฺปฏิกุฏฺฐํ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ อพฺยาปาโท ภิกฺขเว ธมฺมปทํ ... สมฺมาสติ ภิกฺขเว ธมฺมปทํ ... สมฺมาสมาธิ ภิกฺขเว ธมฺมปทํ อคฺคญฺญํ รตฺตญฺญํ วํสญฺญํ โปราณํ อสํกิณฺณํ อสํกิณฺณปุพฺพํ น สํกียติ น สํกียิสฺสติ อปฺปฏิกุฏฺฐํ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ ธมฺมปทานิ อคฺคญฺญานิ รตฺตญฺญานิ วํสญฺญานิ โปราณานิ อสํกิณฺณานิ อสํกิณฺณปุพฺพานิ น สํกียนฺติ น สํกียิสฺสนฺติ อปฺปฏิกุฏฺฐานิ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหีติ ฯ อนภิชฺฌาลุ วิหเรยฺย อพฺยาปนฺเนน เจตสา สโต เอกคฺคจิตฺตสฺส อชฺฌตฺตํ สุสมาหิโตติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ธัมมปทสูตร ว่าด้วยธรรมบท
ภิกษุทั้งหลาย ธรรมบท ๔ ประการนี้ที่รู้กันว่าล้ำเลิศ รู้กันมานาน รู้กันว่าเป็นอริยวงศ์ เป็นของเก่า ไม่ถูกลบล้างแล้ว ไม่เคยถูกลบล้าง ไม่ถูกลบล้างจักไม่ถูกลบล้าง ไม่ถูกสมณพราหมณ์ผู้รู้คัดค้าน ธรรมบท ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ @เชิงอรรถ : @ นักปราชญ์ ในที่นี้หมายถึงผู้มีความเพียร (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๘/๓๒๔)@ ธรรมบท หมายถึงส่วนแห่งธรรม (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๒๙/๓๒๕, ที.ปา. ๑๑/๓๑๑/๒๐๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๔๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๓. อุรุเวลวรรค ๑๐. ปริพพาชกสูตร ๑. อนภิชฌา (ความไม่เพ่งเล็งอยากได้ของเขา) เป็นธรรมบทที่รู้กันว่าล้ำเลิศ รู้กันมานาน รู้กันว่าเป็นอริยวงศ์ เป็นของเก่า ไม่ถูกลบ ล้างแล้ว ไม่เคยถูกลบล้าง ไม่ถูกลบล้าง จักไม่ถูกลบล้าง ไม่ถูก สมณพราหมณ์ผู้รู้คัดค้าน ๒. อพยาบาท (ความไม่คิดร้าย) เป็นธรรมบท ... ๓. สัมมาสติ (ความระลึกชอบ) เป็นธรรมบท ... ๔. สัมมาสมาธิ (ความตั้งจิตมั่นชอบ) เป็นธรรมบทที่รู้กันว่าล้ำเลิศ รู้กันมานาน รู้กันว่าเป็นอริยวงศ์ เป็นของเก่า ไม่ถูกลบล้างแล้ว ไม่เคย ถูกลบล้าง ไม่ถูกลบล้าง จักไม่ถูกลบล้าง ไม่ถูกสมณพราหมณ์ผู้ รู้คัดค้าน ภิกษุทั้งหลาย ธรรมบท ๔ ประการนี้แลที่รู้กันว่าล้ำเลิศ รู้กันมานาน รู้กันว่าเป็นอริยวงศ์ เป็นของเก่า ไม่ถูกลบล้างแล้ว ไม่เคยถูกลบล้าง ไม่ถูกลบล้างจักไม่ถูกลบล้าง ไม่ถูกสมณพราหมณ์ผู้รู้คัดค้าน บุคคลพึงเป็นผู้ไม่มีอภิชฌาอยู่ มีจิตไม่พยาบาท มีสติ มีจิตแน่วแน่ ตั้งมั่นดีอยู่ภายใน ธัมมปทสูตรที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาธัมมปทสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในธัมมปทสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ธมฺมปทานิ คือ ส่วนแห่งธรรม.
ในบทว่า อนภิชฺฌา เป็นต้น พึงทราบอนภิชฌา โดยเป็นข้าศึกของอภิชฌา. อัพยาบาทโดยเป็นข้าศึกของพยาบาท สัมมาสติโดยเป็นข้าศึกของมิจฉาสติ พึงทราบสัมมาสมาธิ โดยเป็นข้าศึกของมิจฉาสมาธิ.
บทว่า อนภิชฺฌาลุ คือ ไม่มีตัณหา.
บทว่า อพฺยาปนฺเนน เจตสา ความว่า มีจิตไม่ละปกติภาพตลอดกาลทั้งปวง.
บทว่า สโต เอกคฺคจิตสฺตสฺส ความว่า ผู้ประกอบด้วยสติ มีจิตแน่วแน่ในอารมณ์เดียว.
บทว่า อชฺฌตฺตํ สฺสมาหิโต ความว่า ผู้มีจิตตั้งมั่นอยู่ด้วยดีในภายในแน่นอน.
ตรัสวัฏฏะและวิวัฏฏะไว้ทั้งในพระสูตร ทั้งในคาถา.
จบอรรถกถาธัมมปทสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------