๙. ตุทุพรหมสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๖. พรหมสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๙. ตุทุพรหมสูตร ๙. ตุทุพรหมสูตร ว่าด้วยตุทุปัจเจกพรหม
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี สมัยนั้น โกกาลิกภิกษุอาพาธ ได้รับทุกข์ เป็นไข้หนัก ครั้นเมื่อราตรีผ่านไปตุทุปัจเจกพรหมมีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วพระเชตวัน เข้าไปหาโกกาลิกภิกษุจนถึงที่อยู่ ยืนอยู่กลางอากาศได้กล่าวกับโกกาลิกภิกษุดังนี้ว่า “ท่านโกกาลิกะ ท่านจงทำจิตให้เลื่อมใสในท่านพระสารีบุตรและท่านพระโมคคัลลานะเถิดเพราะท่านพระสารีบุตรและท่านพระโมคคัลลานะ เป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก” โกกาลิกภิกษุถามว่า “ผู้มีอายุ ท่านเป็นใคร” ตุทุปัจเจกพรหมตอบว่า “เราเป็นตุทุปัจเจกพรหม” โกกาลิกภิกษุกล่าวว่า “ผู้มีอายุ ท่านได้รับพยากรณ์จากพระผู้มีพระภาคว่าเป็นอนาคามีแล้วมิใช่หรือ เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมท่านจึงมาที่นี้อีก ท่านจงเห็นว่าความผิดนี้ของท่านมีอยู่เถิด” ตุทุปัจเจกพรหมได้กล่าวว่า ผรุสวาจา (คำหยาบ) เป็นเหมือนผึ่ง เครื่องตัดตนของคนพาลผู้กล่าวคำชั่ว ย่อมเกิดที่ปากของบุรุษ ผู้ใดสรรเสริญคนที่ควรติเตียน หรือติเตียนคนที่ควรสรรเสริญ ผู้นั้นชื่อว่าสั่งสมความผิดไว้ด้วยปาก ย่อมไม่ประสบความสุข เพราะความผิดนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๔๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๖. พรหมสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๑๐. โกกาลิกสูตร การปราชัยด้วยทรัพย์ ในการเล่นการพนันจนหมดตัวนี้ เป็นความผิดเพียงเล็กน้อย แต่การที่บุคคลมีใจประทุษร้าย ในบุคคลผู้ดำเนินไปดีแล้วนี้เท่านั้น เป็นความผิดมากกว่า บุคคลผู้ตั้งวาจาและใจอันชั่ว ติเตียนพระอริยะ ย่อมเข้าถึงนรกสิ้น ๑๓๖,๐๐๐ นิรัพพุทกัป กับอีก ๕ อัพพุทกัป ตุทุพรหมสูตรที่ ๙ จบ ๑๐. โกกาลิกสูตร ว่าด้วยโกกาลิกภิกษุ
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้งนั้น โกกาลิกภิกษุเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาท แล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญท่านพระสารีบุตรและท่านพระโมคคัลลานะเป็นผู้มีความปรารถนาชั่ว ตกอยู่ในอำนาจความปรารถนาชั่ว” เมื่อโกกาลิกภิกษุกล่าวอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับโกกาลิกภิกษุดังนี้ว่า “โกกาลิกะ เธออย่ากล่าวอย่างนั้น โกกาลิกะ เธออย่ากล่าวอย่างนั้น เธอจงทำจิตให้เลื่อมใสในสารีบุตรและโมคคัลลานะเถิด เพราะสารีบุตรและโมคคัลลานะ เป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก” แม้ครั้งที่ ๒ โกกาลิกภิกษุกราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญแม้พระผู้มีพระภาคทรงเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาของข้าพระองค์ ทรงมีพระพุทธพจน์ที่@เชิงอรรถ : @ นิรัพพุทกัป เป็นจำนวนกัปที่ใช้สังขยา (การกำหนดนับ) จำนวนสูง (ตามนัย องฺ.ทสก.อ. ๓/๘๙/๓๖๖)@พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายว่า เท่ากับ ๑ มี ๐ ตามหลัง ๖๓ ตัว บ้างว่า ๑๐๐ ล้าน@ ดู องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๘๙/๒๐๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๔๘}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ ตุทุพฺรหฺมสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ตุทุพรหมสูตรที่ ๙
สาวตฺถิยํ ... เตน โข ปน สมเยน โกกาลิโก ภิกฺขุ อาพาธิโก โหติ ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน ฯ อถ โข ตุทุปจฺเจกพฺรหฺมา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน โกกาลิโก ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เวหาสํ ฐิโต โกกาลิกํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ ปสาเทหิ โกกาลิก สารีปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสุ จิตฺตํ เปสลา สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานาติ ฯ โกสิ ตฺวํ อาวุโสติ ฯ อหํ ตุทุปจฺเจกพฺรหฺมาติ ฯ กินฺนุ ตฺวํ อาวุโส ภควตา อนาคามี พฺยากโต กถญฺจรหิ อิธาคโตติ ฯ ปสฺส ยาวญฺจ เต อิทํ อปรทฺธนฺติ ฯ
สาวัตถีนิทาน ฯ ก็โดยสมัยนั้นแล พระโกกาลิกภิกษุ เป็นผู้อาพาธ ถึงความลำบากเป็นไข้หนัก ฯ ครั้งนั้นแล ตุทุปัจเจกพรหม เมื่อราตรีปฐมยามล่วงไปแล้วมีรัศมีอันงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปหาพระโกกาลิกภิกษุจนถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ยืนในเวหาส กล่าวคำนี้กะพระโกกาลิกภิกษุว่า "ข้าแต่ท่านโกกาลิก ท่านจงทำจิตให้เลื่อมใสในพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ เป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก" ฯ พระโกกาลิกภิกษุถามว่า "ผู้มีอายุ ท่านเป็นใคร" ฯ ตุทุปัจเจกพรหมตอบว่า "เราคือตุทุปัจเจกพรหม" ฯ พระโกกาลิกภิกษุกล่าวว่า "ผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคได้ทรงพยากรณ์ท่านแล้วว่าเป็นพระอนาคามี มิใช่หรือ ไฉนเล่า ท่านจึงยังมาเที่ยวอยู่ในที่นี้ จงเห็นเถิดว่า ก็นี่เป็นความผิดของท่านเพียงไร" ฯ
ปุริสสฺส หิ ชาตสฺส กุธารี ชายเต มุเข ยาย ฉินฺทติ อตฺตานํ พาโล ทุพฺภาสิตํ ภณํ โย นินฺทิยํ ปสํสติ ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโย วิจินาติ มุเขน โส กลึ กลินา เตน สุขํ น วินฺทติ อปฺปมตฺโต อยํ กลิ โย อกฺเขสุ ธนปราชโย สพฺพสฺสาปิ สหาปิ อตฺตนา อยเมว มหนฺตตโร กลิ โย สุคเตสุ มนํ ปโทสเย ฯ สตํ สหสฺสาน นิรพฺพุทานํ ฉตฺตึสติ ปญฺจ จ อพฺพุทานิ ยมริเย ครหี นิรยํ อุเปติ วาจํ มนญฺจ ปณิธาย ปาปกนฺติ ฯ
ตุทุปัจเจกพรหมได้กล่าวว่า ชนพาลเมื่อกล่าวคำเป็นทุพภาษิต ชื่อว่าย่อมตัดตนด้วย ศัสตราใด ก็ศัสตรานั้นย่อมเกิดในปากของบุรุษผู้เกิดแล้ว ฯ ผู้ใดสรรเสริญผู้ที่ควรถูกติ หรือติผู้ที่ควรได้รับความสรรเสริญ ผู้นั้นชื่อว่าสั่งสมโทษด้วยปาก เพราะโทษนั้น เขาย่อมไม่ ประสบความสุข ฯ ความปราชัยด้วยทรัพย์ ในเพราะการพนันทั้งหลาย พร้อม ด้วยสิ่งของของตนทั้งหมดก็ดี พร้อมด้วยตนก็ดี ก็เป็นโทษ เพียงเล็กน้อย ฯ บุคคลใดทำใจให้ประทุษร้ายในท่านผู้ปฏิบัติดีทั้งหลาย ความ ประทุษร้ายแห่งใจของบุคคลนั้นเป็นโทษใหญ่กว่า ฯ บุคคลตั้งวาจาและใจอันลามกไว้ เป็นผู้มักติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมเข้าถึงนรก ซึ่งมีปริมาณแห่งอายุถึงแสนสามสิบหก นิรัพพุท กัปห้าอัพพุท ฯ