๑. สัตติสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺติวคฺโค ตติโย -------- ปฐมํ สตฺติสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สัตติวรรคที่ ๓ สัตติสูตรที่ ๑
เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ สตฺติยา วิย โอมฏฺโฐ ฑยฺหมาเนว มตฺถเก กามราคปฺปหานาย สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเชติ ฯ
เทวดานั้น ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า ภิกษุพึงมีสติ เว้นรอบเพื่อละกามราคะ เหมือนบุรุษที่ถูก ประหารด้วยหอก มุ่งถอนเสีย และเหมือนบุรุษที่ถูกไฟไหม้ บนศีรษะ มุ่งดับไฟ ฉะนั้น ฯ
สตฺติยา วิย โอมฏฺโฐ ฑยฺหมาเนว มตฺถเก สกฺกายทิฏฺฐิปฺปหานาย สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเชติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถาว่า ภิกษุพึงมีสติ เว้นรอบเพื่ออันละสักกายทิฏฐิ เหมือนบุรุษถูก ประหารด้วยหอก และเหมือนบุรุษที่ถูกไฟไหม้บนศีรษะ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๓. สัตติวรรค ๑. สัตติสูตร ๓. สัตติวรรค หมวดว่าด้วยหอก ๑. สัตติสูตร ว่าด้วยหอก
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี เทวดานั้นยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มี พระภาคว่า ภิกษุพึงอยู่อย่างมีสติ เพื่อละกามราคะ เหมือนบุคคลถูกแทงด้วยหอก มุ่งถอนหอกออก เหมือนบุคคลถูกไฟไหม้อยู่บนศีรษะ มุ่งดับไฟ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุพึงอยู่อย่างมีสติ เพื่อละสักกายทิฏฐิ เหมือนบุคคลถูกแทงด้วยหอก มุ่งถอนหอกออก เหมือนบุคคลถูกไฟไหม้อยู่บนศีรษะ มุ่งดับไฟ ฉะนั้น สัตติสูตรที่ ๑ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาข้อ ๙๗ หน้า ๑๐๓ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สัตติวรรคที่ ๓ อรรถกถาสัตติสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในสัตติสูตรที่ ๑ แห่งสัตติวรรคที่ ๓ ต่อไป :-
บทว่า สตฺติยา นี้เป็นหัวข้อแห่งเทศนา. อธิบายว่า ด้วยศัสตรามีคมข้างเดียวเป็นต้น.
บทว่า โอมฏฺโฐ แปลว่า ถูกประหารแล้ว.
จริงอยู่ เครื่องประหารนี้มี ๔ อย่าง คือ ชื่อว่าโอมัฏฐะ อุมัฏฐะ มัฏฐะและวิมัฏฐะ.
ในบรรดาเครื่องประหาร ๔ เหล่านั้น เครื่องประหารที่เขาวางไว้ข้างบนให้มีหน้าลงเบื้องต่ำ ชื่อว่าโอมัฏฐะ. เครื่องประหารที่เขาวางไว้เบื้องต่ำให้มีหน้าขึ้นข้างบน ชื่อว่าอุมัฏฐะ. เครื่องประหารที่เขาใช้แทงทะลุไปราวกะว่าลิ่มกลอนประตู ชื่อว่ามัฏฐะ. เครื่องประหารแม้ทั้งหมดที่เหลือ ชื่อว่าวิมัฏฐะ.
ก็ในที่นี้ ท่านมุ่งเอาเครื่องประหารที่ชื่อว่าโอมัฏฐะ เพราะเครื่องประหารชนิดนี้ทารุณกว่าเครื่องประหารทั้งหมดดุจถูกหอกที่มีคมไม่ดีแทงแล้ว เยียวยาลำบาก มีโทษภายใน คือมีน้ำเหลืองและเลือดคั่งอยู่ที่ปากแผล ไม่มีน้ำเหลืองและเลือดไหลออกจึงทำให้สั่งสมอยู่ภายใน. ผู้ต้องการจะนำปุพโพโลหิตออกต้องผูกผู้ป่วยไว้กับเตียงแล้วทำให้ศีรษะห้อยลง. เขาย่อมถึงการตาย หรือทุกข์ปางตาย.
คำว่า ปริพฺพชฺเช แก้เป็น วิหเรยฺย แปลว่า พึงอยู่.
ถามว่า ในคาถานี้ เทวดากล่าวอย่างไร.
ตอบว่า เทวดากล่าวว่า บุรุษถูกแทงด้วยหอกรีบพยายามทำความเพียรมุ่งมั่นเพื่อจะรักษาแผลโดยการดึงหอกออก และบุรุษที่ถูกไฟไหม้ที่ศีรษะ รีบพยายามทำความเพียรมุ่งเพื่อดับไฟฉันใด ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ภิกษุก็ฉันนั้นนั่นแหละ พึงมีสติไม่ประมาทอยู่ เพื่อละกามราคะ ดังนี้.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำริว่า คาถาที่เทวดานี้นำมาตั้งไว้ทำอุปมาไว้มั่นคง แต่ถือเอาประโยชน์ได้นิดหน่อยแม้จะกล่าวซ้ำซาก เพราะเขากล่าวถึงการละโดยการข่มกามราคะอย่างเดียว ก็กามราคะอันมรรคยังไม่ถอนขึ้นตราบใด ตราบนั้นก็ยังมีการตามผูกพันเรื่อยไปเพราะฉะนั้น เมื่อจะทรงถือเอาคำอุปมานั้นนั่นแหละแล้วทรงเปลี่ยนแสดงด้วยสามารถแห่งมรรค จึงตรัสพระคาถาที่ ๒ (ข้อที่ ๕๗).
เนื้อความแห่งคาถานั้น พึงทราบโดยทำนองที่กล่าวแล้วนั่นแหละ.
จบอรรถกถาสัตติสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------