พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕43 มาตรา8 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 16 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 6e47c6c2… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ คณะกรรมการป้องกันการกระท้าความผิดซ้ามาตรา ๘–๑๕ · 8 มาตรา
  2. หมวด ๒ คณะกรรมการพิจารณาก้าหนดมาตรการป้องกันการกระท้าความผิดซ้ามาตรา ๑๖–๑๘ · 3 มาตรา
  3. หมวด ๓ มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระท้าความผิดมาตรา ๑๙–๒๑ · 3 มาตรา
  4. หมวด ๔ มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษมาตรา ๒๒–๒๗ · 6 มาตรา
  5. หมวด ๕ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษมาตรา ๒๘–๓๖ · 9 มาตรา
  6. หมวด ๖ การคุมขังฉุกเฉินมาตรา ๓๗–๔๑ · 5 มาตรา
  7. หมวด ๗ การอุทธรณ์มาตรา ๔๒ · 1 มาตรา
  8. บทเฉพาะกาลมาตรา ๔๓ · 1 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๖ ก หนา้ ๖ พระราชบัญญัติ มาตรการป้องกันการกระท้าความผิดซ้า ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยมาตรการป้องกันการกระท้าความผิดซ้าในความผิด เกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พระราชบัญญัตินีมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๘ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระท้าได้โดยอาศัยอ้านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจ้าเป็นในการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี เพื่อใช้เป็นบทบัญญัติในการป้องกันและเฝ้าระวังการก่ออาชญากรรม สร้างความปลอดภัยให้สังคม แก้ไขปัญหาและลดอัตราการกระท้าความผิดซ้า ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินีสอดคล้องกับเงื่อนไข ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๖ ก หนา้ ๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึนไว้โดยค้าแนะน้าและยินยอม ของรัฐสภา ดังต่อไปนี

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๕ มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ

    9 มาตรา
  2. ๒๘

    ศาลอาจมีค้าสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษแก่นักโทษเด็ดขาดซึ่งศาล มีค้าพิพากษาว่าเป็นผู้กระท้าความผิดในความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ ตังแต่วันพ้นโทษหรือภายหลัง พ้นโทษเพื่อป้องกันการกระท้าความผิดซ้าตามที่พนักงานอัยการร้องขอ หากศาลเห็นว่ามีเหตุอันควร เชื่อได้ว่าผู้นันจะไปกระท้าความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ และไม่มีมาตรการอื่นใดที่อาจป้องกัน มิให้ผู้นันไปกระท้าความผิดได้

  3. ๒๙

    ในการจัดท้ารายงานการก้าหนดมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลัง พ้นโทษตามมาตรา ๒๓ วรรคสอง หากคณะกรรมการพิจารณาก้าหนดมาตรการป้องกันการกระท้า ความผิดซ้าเห็นว่ามีความจ้าเป็นที่จะต้องขอให้ศาลมีค้าสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษกับนักโทษ เด็ดขาดรายใดเพื่อไม่ให้ผู้นันไปกระท้าความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓ ให้คณะกรรมการดังกล่าวเสนอ รายงานพร้อมทังความเห็นต่อพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาด้าเนินการต่อไปโดยให้น้ามาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาก้าหนดมาตรการป้องกันการกระท้าความผิดซ้าเห็นว่า มีความจ้าเป็นที่จะต้องขอให้ศาลมีค้าสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษตามวรรคหนึ่งร่วมกับการก้าหนด มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบก้าหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไป เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๖ ก หนา้ ๑๖ ให้คณะกรรมการดังกล่าวเสนอรายงานพร้อมทังความเห็นต่อพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาด้าเนินการ ต่อไป โดยให้น้ามาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดท้ารายงานของคณะกรรมการพิจารณาก้าหนด มาตรการป้องกันการกระท้าความผิดซ้าและการพิจารณายื่นค้าร้องของพนักงานอัยการตามมาตรานี ให้เป็นไปตามที่ก้าหนดในกฎกระทรวงหรือข้อบังคับของอัยการสูงสุด แล้วแต่กรณี

  4. ๓๐

    ในระหว่างการด้าเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลัง พ้นโทษตามมาตรา ๒๒ หากมีเหตุที่จะขอให้ศาลมีค้าสั่งก้าหนดมาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ ตามมาตรา ๒๘ หรือผู้ถูกเฝ้าระวังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลัง พ้นโทษ ให้พนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการเพื่อพิจารณายื่นค้าร้องต่อศาล ในท้องที่ที่ผู้ถูกเฝ้าระวังมีที่อยู่หรือท้องที่ที่พบตัวผู้ถูกเฝ้าระวังเพื่อขอให้ศาลมีค้าสั่งให้ใช้มาตรการคุมขัง ภายหลังพ้นโทษแก่ผู้ถูกเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการกระท้าความผิดซ้า พนักงานคุมประพฤติอาจเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาหรือพนักงานอัยการ เห็นสมควรอาจขอให้ศาลมีค้าสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษร่วมกับการก้าหนดมาตรการ เฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบก้าหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไปก็ได้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการท้าความเห็นของพนักงานคุมประพฤติและการพิจารณา ยื่นค้าร้องของพนักงานอัยการตามมาตรานี ให้เป็นไปตามที่ก้าหนดในกฎกระทรวงหรือข้อบังคับ ของอัยการสูงสุด แล้วแต่กรณี

  5. ๓๑

    เมื่อศาลได้รับค้าร้องของพนักงานอัยการตามมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๐ ให้ศาลไต่สวนค้าร้องโดยให้น้ามาตรา ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในวันไต่สวนถ้าผู้ถูกเฝ้าระวังไม่มาศาลตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร จงใจไม่รับหมายเรียก ได้หลบหนีไปหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะหลบหนี ให้ศาลมีอ้านาจออกหมายจับ เพื่อด้าเนินการต่อไป และให้น้ามาตรา ๓๘ วรรคสอง เรื่องการควบคุมตัวผู้ถูกจับมาใช้บังคับโดยอนุโลม

  6. ๓๒

    ในการพิจารณาค้าร้องของพนักงานอัยการตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ศาลอาจสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษมีก้าหนดระยะเวลาเพียงเท่าที่จ้าเป็น เพื่อป้องกันมิให้ผู้นันกระท้าความผิดซ้าซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่ผู้นันพ้นโทษ ในการพิจารณาค้าร้องของพนักงานอัยการตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง ศาลอาจสั่งให้ใช้ มาตรการคุมขังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษมีก้าหนดระยะเวลาเท่าที่จ้าเป็นเพื่อป้องกันมิให้ผู้นัน เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๖ ก หนา้ ๑๗ ไปกระท้าความผิดซ้าซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันพ้นโทษ หรือมีค้าสั่งให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษ เด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบก้าหนดการคุมขังต่อเนื่องกันไปตามที่พนักงานอัยการร้องขอก็ได้ โดยให้ น้าหมวด ๓ มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระท้าความผิด มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่เมื่อนับระยะเวลาทังหมด รวมกันแล้ว จะต้องมีระยะเวลาไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่ผู้นันพ้นโทษ

  7. ๓๓

    ในการพิจารณาค้าร้องของพนักงานอัยการตามมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง ศาลอาจสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษแก่ผู้ถูกเฝ้าระวังโดยมีก้าหนดระยะเวลา เพียงเท่าที่จ้าเป็นเพื่อป้องกันมิให้ผู้นันกระท้าความผิดซ้า ซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่ผู้ถูกเฝ้าระวัง ถูกควบคุมตัว แต่เมื่อนับระยะเวลาที่ศาลเคยมีค้าสั่งให้ใช้มาตรการป้องกันการกระท้าความผิดซ้าและ ระยะเวลาในครังนีทังหมดรวมกันแล้ว จะต้องมีระยะเวลาไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่ผู้นันพ้นโทษ ในกรณี เช่นว่านี ให้ถือว่าค้าสั่งการใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษของศาลสินสุดลง ในการพิจารณาค้าร้องของพนักงานอัยการตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง ศาลอาจสั่งให้ใช้ มาตรการคุมขังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษแก่ผู้ถูกเฝ้าระวังโดยมีก้าหนดระยะเวลาเพียงเท่าที่จ้าเป็น เพื่อป้องกันมิให้ผู้นันกระท้าความผิดซ้า ซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่ผู้ถูกเฝ้าระวังถูกควบคุมตัว หรือ มีค้าสั่งให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบก้าหนดการคุมขังดังกล่าว ต่อเนื่องกันไปตามที่พนักงานอัยการร้องขอก็ได้ โดยให้น้าหมวด ๓ มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระท้า ความผิด มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่เมื่อนับระยะเวลาที่ศาลเคยมีค้าสั่งให้ใช้มาตรการป้องกันการกระท้า ความผิดซ้าและระยะเวลาในครังนีทังหมดรวมกันแล้ว จะต้องมีระยะเวลาไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่ ผู้นันพ้นโทษ

  8. ๓๔

    ให้กรมราชทัณฑ์เป็นผู้รับผิดชอบในการด้าเนินการบังคับตามค้าสั่งคุมขัง ภายหลังพ้นโทษและให้น้ากฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาใช้บังคับโดยอนุโลม ผู้ใดถูกค้าสั่งให้คุมขังภายหลังพ้นโทษ ให้กรมราชทัณฑ์คุมขังไว้ในสถานที่คุมขังที่มิใช่เรือนจ้า และจะปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมขังเสมือนเป็นผู้กระท้าความผิดมิได้ ในกรณีที่พฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป หรือเมื่อครบก้าหนดหกเดือนนับแต่วันที่เริ่มมีการคุมขัง ภายหลังพ้นโทษและในทุกรอบหกเดือน ให้คณะกรรมการพิจารณาก้าหนดมาตรการป้องกันการกระท้า ความผิดซ้าพิจารณาเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการเพื่อพิจารณายื่นค้าร้องต่อศาลให้มีค้าสั่งแก้ไข เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๖๖ ก หนา้ ๑๘ เพิ่มเติม ลดหรือขยายระยะเวลา หรือยกเลิกค้าสั่งคุมขังภายหลังพ้นโทษหรือเปลี่ยนค้าสั่งคุมขังภายหลัง พ้นโทษเป็นค้าสั่งเฝ้าระวังแทนก็ได้

  9. ๓๕

    เมื่อศาลได้มีค้าสั่งคุมขังผู้ถูกเฝ้าระวัง ถ้าผู้นันยังมิได้รับการคุมขังก็ดีหรือได้รับ การคุมขังแต่ยังไม่ครบถ้วนโดยหลบหนีก็ดี ถ้าพ้นก้าหนดสามปีนับแต่วันที่ศาลมีค้าสั่งหรือนับแต่วันที่ ผู้นันหลบหนีระหว่างเวลาที่ต้องคุมขัง เป็นอันล่วงเลยการคุมขัง จะคุมขังผู้นันไม่ได้

  10. ๓๖

    ก่อนครบก้าหนดเวลาคุมขังภายหลังพ้นโทษ หากศาลไม่ได้มีค้าสั่งให้ใช้ มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษต่อเนื่องจากการคุมขังตามมาตรา ๓๒ วรรคสอง หรือมาตรา ๓๓ วรรคสอง พนักงานอัยการอาจยื่นค้าร้องต่อศาลก่อนครบก้าหนดการคุมขังเพื่อให้ศาล มีค้าสั่งให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษแก่ผู้ถูกคุมขังเมื่อครบก้าหนดการคุมขังได้ แต่ศาลอาจมีค้าสั่งดังกล่าวภายหลังครบก้าหนดการคุมขังก็ได้ และให้น้าหมวด ๓ มาตรการแก้ไขฟื้นฟู ผู้กระท้าความผิด มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/2344ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYTJmNzliZWYtOTRlZi00MGIwLThkZTItNzhlZjAxODViOGQwIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKEwMDQ5IOC4nuC4o-C4miAyNTY1LTY24LiBLTYuUERGIn0.80GgtylPI8R8PfVGSNxoZhF_aa34pv_4hlgiCueQfVI16 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6e47c6c25204b5603954d8f4c860305fcfa8cd182c1c79c1981d00c934541264ดึงเมื่อ 2026-08-23T15:51:11.958Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR