มาตรา ๓๓
พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๖๕ · ๒๕๖๕
ในการพิจารณาค้าร้องของพนักงานอัยการตามมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง ศาลอาจสั่งให้ใช้มาตรการคุมขังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษแก่ผู้ถูกเฝ้าระวังโดยมีก้าหนดระยะเวลา เพียงเท่าที่จ้าเป็นเพื่อป้องกันมิให้ผู้นันกระท้าความผิดซ้า ซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่ผู้ถูกเฝ้าระวัง ถูกควบคุมตัว แต่เมื่อนับระยะเวลาที่ศาลเคยมีค้าสั่งให้ใช้มาตรการป้องกันการกระท้าความผิดซ้าและ ระยะเวลาในครังนีทังหมดรวมกันแล้ว จะต้องมีระยะเวลาไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่ผู้นันพ้นโทษ ในกรณี เช่นว่านี ให้ถือว่าค้าสั่งการใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษของศาลสินสุดลง ในการพิจารณาค้าร้องของพนักงานอัยการตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง ศาลอาจสั่งให้ใช้ มาตรการคุมขังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษแก่ผู้ถูกเฝ้าระวังโดยมีก้าหนดระยะเวลาเพียงเท่าที่จ้าเป็น เพื่อป้องกันมิให้ผู้นันกระท้าความผิดซ้า ซึ่งต้องไม่เกินสามปีนับแต่วันที่ผู้ถูกเฝ้าระวังถูกควบคุมตัว หรือ มีค้าสั่งให้ใช้มาตรการเฝ้าระวังนักโทษเด็ดขาดภายหลังพ้นโทษเมื่อครบก้าหนดการคุมขังดังกล่าว ต่อเนื่องกันไปตามที่พนักงานอัยการร้องขอก็ได้ โดยให้น้าหมวด ๓ มาตรการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระท้า ความผิด มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่เมื่อนับระยะเวลาที่ศาลเคยมีค้าสั่งให้ใช้มาตรการป้องกันการกระท้า ความผิดซ้าและระยะเวลาในครังนีทังหมดรวมกันแล้ว จะต้องมีระยะเวลาไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่ ผู้นันพ้นโทษ
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน