พระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๒70 มาตรา7 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 28 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 68957048… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๗–๑๖ · 10 มาตรา
  2. หมวด ๒ การดำเนินการมาตรา ๑๗–๓๙ · 23 มาตรา
  3. หมวด ๓ การประกันคุณภาพและการประเมินมาตรา ๔๐–๔๔ · 5 มาตรา
  4. หมวด ๔ การบริหารงานบุคคลและตำแหน่งทางวิชาการมาตรา ๔๕–๕๐ · 6 มาตรา
  5. หมวด ๕ ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะมาตรา ๕๑–๕๘ · 8 มาตรา
  6. หมวด ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๕๙–๖๐ · 2 มาตรา
  7. บทเฉพาะกาลมาตรา ๖๑–๗๐ · 10 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๔๐ พระราชบัญญัติ สถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสถาบันพระบรมราชชนก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. บทเฉพาะกาล

    10 มาตรา
  2. ๖๑

    ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างของส่วนราชการ ลูกจ้าง อัตรากำลัง งบประมาณ และรายได้ ในส่วนของสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๐ และวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตามบัญชีรายชื่อวิทยาลัยท้ายพระราชบัญญัติ มาเป็นของสถาบัน พระบรมราชชนกตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามรายการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยต้องดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

  3. ๖๒

    ให้ข้าราชการที่โอนมาตามมาตรา ๖๑ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัย หรือดำรงตำแหน่งด้านการสอนในสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๖๑ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา โดยในระยะเริ่มแรก ให้ข้าราชการดังกล่าวยังคงดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือน ตลอดจน ได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดิมต่อไป จนกว่าจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

  4. ๖๓

    ให้พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และลูกจ้างที่โอนมา ตามมาตรา ๖๑ ซึ่งดำรงตำแหน่งด้านการสอนในสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข ยังคงดำรงตำแหน่งด้านการสอน และรับเงินเดือน ตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ เช่นเดิมต่อไป จนกว่าจะสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือลาออก เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้นำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการและระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยพนักงานกระทรวงสาธารณสุข มาใช้บังคับโดยอนุโลม แล้วแต่กรณี และในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการตามระเบียบดังกล่าว ให้ดำเนินการ ตามมติของสภาสถาบัน

  5. ๖๔

    ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างของ ส่วนราชการ และลูกจ้าง ซึ่งโอนมาตามมาตรา ๖๑ แต่มิได้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา ๖๒ ยังคงเป็น ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างของส่วนราชการ หรือลูกจ้าง แล้วแต่กรณี ในสถาบันพระบรมราชชนกตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยพนักงานกระทรวงสาธารณสุข หรือระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ มาใช้บังคับโดยอนุโลม แล้วแต่กรณี และให้บรรดาหน้าที่และอำนาจของ ก.พ. อ.ก.พ. กระทรวง หรือ อ.ก.พ. กรม เป็นหน้าที่และอำนาจของสภาสถาบัน และให้บรรดาหน้าที่และอำนาจของผู้มีอำนาจ สั่งบรรจุและแต่งตั้งตามกฎหมายและระเบียบดังกล่าว เป็นหน้าที่และอำนาจของอธิการบดี ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องตามวรรคสอง ให้ดำเนินการ ตามมติของสภาสถาบัน เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๖๒

  6. ๖๕

    ในระยะเริ่มแรก เพื่อให้การปฏิบัติงานของสถาบันพระบรมราชชนกดำเนินการ ไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ สภาสถาบันอาจขอให้รัฐมนตรีอนุมัติให้ข้าราชการในสังกัดกระทรวง สาธารณสุขมาช่วยปฏิบัติงานในสถาบันพระบรมราชชนกเป็นการชั่วคราว เป็นระยะเวลาไม่เกินสองปี โดยให้ได้รับเงินเดือนตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ทางสังกัดเดิม และให้ถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการของกระทรวงสาธารณสุข

  7. ๖๖

    ในระยะเริ่มแรก ให้สภาสถาบัน ประกอบด้วย

    (๑) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นนายกสภาสถาบัน

    (๒) รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนหนึ่งซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบหมาย เป็นอุปนายก สภาสถาบัน

    (๓) ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงาน ก.พ. ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทน สำนักงาน ก.พ.ร. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนกตามมาตรา ๖๙ เป็นกรรมการ

    (๔) ผู้อำนวยการวิทยาลัยตามมาตรา ๕ จำนวนสิบคน ซึ่งนายกสภาสถาบันแต่งตั้ง เป็นกรรมการ

    (๕) ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกสถาบัน จำนวนห้าคน ซึ่งนายกสภาสถาบันแต่งตั้ง เป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนกตามมาตรา ๖๙ แต่งตั้งข้าราชการของสถาบัน พระบรมราชชนกคนหนึ่ง เป็นกรรมการและเลขานุการ และแต่งตั้งข้าราชการของสถาบันพระบรมราชชนก จำนวนสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้สภาสถาบันตามมาตรานี้ปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายกสภาสถาบัน อธิการบดี และกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ และได้มีการเลือกกรรมการ สภาสถาบันตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

  8. ๖๗

    ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาวิชาการตามมาตรา ๒๑ ให้สภาวิชาการประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนกตามมาตรา ๖๙ เป็นประธานสภาวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิจาก ภายในและภายนอกสถาบันจำนวนไม่เกินแปดคน ซึ่งสภาสถาบันแต่งตั้งเป็นกรรมการ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๖๓

  9. ๖๘

    ให้สภาสถาบันมีหน้าที่และอำนาจกำหนดระดับตำแหน่งทางวิชาการ และ การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ รวมทั้งการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการหรือ พนักงานราชการที่ดำรงตำแหน่งด้านการสอนในวิทยาลัยในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตามบัญชีรายชื่อวิทยาลัยท้ายพระราชบัญญัติ ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันพระบรมราชชนกตามพระราชบัญญัตินี้ โดยให้นำ กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษามาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้นับระยะเวลาการปฏิบัติงานในด้านการเรียนการสอนของข้าราชการหรือพนักงานราชการ ที่ดำรงตำแหน่งด้านการสอนในสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในวันก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับต่อเนื่องเป็นระยะเวลาการปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์ในการขอแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในสถาบันพระบรมราชชนกตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเปลี่ยนตำแหน่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่สภาสถาบัน กำหนด

  10. ๖๙

    ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ รักษาการในตำแหน่งอธิการบดี จนกว่าจะได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยของวิทยาลัยตามบัญชีรายชื่อวิทยาลัยท้ายพระราชบัญญัติ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการวิทยาลัยจนกว่าจะมีการแต่งตั้ง ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้

  11. ๗๐

    ในระหว่างที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ และ ประกาศ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราชกฤษฎีกากฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุข ที่ใช้อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการตามที่กำหนดในบทเฉพาะกาลนี้ ให้รัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจ ตีความและวินิจฉัยชี้ขาด เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๖๔ ในกรณีที่การดำเนินการในเรื่องใดตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศ ถ้ายังมิได้มีพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศในเรื่องนั้นและไม่อาจนำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับได้ ให้สภาสถาบัน มีมติกำหนดการดำเนินการในเรื่องนั้นเพื่อใช้บังคับเป็นการชั่วคราวได้ ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๖๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดตั้งสถาบัน พัฒนากำลังคนด้านสาธารณสุขขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ให้มีหน้าที่หลักด้านการผลิตและพัฒนาบุคลากร ด้านสาธารณสุข ประกอบด้วยวิทยาลัยการสาธารณสุข วิทยาลัยพยาบาล และโรงเรียนต่าง ๆ ในกระทรวง สาธารณสุข ต่อมาวิทยาลัยการสาธารณสุขได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย มาเป็นชื่อของวิทยาลัยว่า “วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร” และวิทยาลัยพยาบาลได้รับพระราชทานชื่อว่า “วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี” ส่วนวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขได้รับพระราชทานชื่อว่า “วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก” และพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เปลี่ยนชื่อสถาบันพัฒนากำลังคน ด้านสาธารณสุขเป็น “สถาบันพระบรมราชชนก” ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล ๐๐๐๓/๑๒๘๑๙ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๓๗ โดยมีฐานะเป็นส่วนราชการของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข แต่เนื่องจากสถาบันพระบรมราชชนกประสงค์จะมีความเป็นอิสระในการจัดการศึกษาและการบริหารกิจการ ด้านต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้น เพื่อให้สถาบันพระบรมราชชนกสามารถพัฒนาระบบบริหารและ การจัดการศึกษาเฉพาะทางที่มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สภาสถาบันพระบรมราชชนกได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ สมควรกำหนดสถานภาพของสถาบันพระบรมราชชนกให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทาง ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากร ตามความต้องการของกระทรวงสาธารณสุข ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพ ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/1032ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjIxMTdlNTMtOGNiMS00MTJiLTg3Y2UtODJhMTU1NmE0YjhkIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKowMDk2IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTYyIDQz4LiBIDQwLlBERiJ9.-WNBWmrcDK-wFC6Bt_bIX6SsOxgwMvw_OKolgf84CUc28 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:689570486919d64ff5411eca1c9d231ba1d2c8b3cee2d58b89000c00ad62742aดึงเมื่อ 2026-08-23T15:36:08.421Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR