พระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๒70 มาตรา7 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 28 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 68957048… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๗–๑๖ · 10 มาตรา
  2. หมวด ๒ การดำเนินการมาตรา ๑๗–๓๙ · 23 มาตรา
  3. หมวด ๓ การประกันคุณภาพและการประเมินมาตรา ๔๐–๔๔ · 5 มาตรา
  4. หมวด ๔ การบริหารงานบุคคลและตำแหน่งทางวิชาการมาตรา ๔๕–๕๐ · 6 มาตรา
  5. หมวด ๕ ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะมาตรา ๕๑–๕๘ · 8 มาตรา
  6. หมวด ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๕๙–๖๐ · 2 มาตรา
  7. บทเฉพาะกาลมาตรา ๖๑–๗๐ · 10 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๔๐ พระราชบัญญัติ สถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสถาบันพระบรมราชชนก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๒ การดำเนินการ

    23 มาตรา
  2. ๑๗

    ให้มีสภาสถาบัน ประกอบด้วย

    (๑) นายกสภาสถาบัน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

    (๒) อุปนายกสภาสถาบัน ได้แก่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

    (๓) กรรมการสภาสถาบันโดยตำแหน่ง ได้แก่ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา อธิการบดี และประธานสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน

    (๔) กรรมการสภาสถาบันจำนวนสามคน ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีจำนวนหนึ่งคน จากผู้ดำรงตำแหน่งคณบดีจำนวนหนึ่งคน และจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักหรือผู้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะจำนวนหนึ่งคน

    (๕) กรรมการสภาสถาบันจำนวนสามคน ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัย

    (๖) กรรมการสภาสถาบันจำนวนสามคน ซึ่งเลือกจากคณาจารย์ประจำของสถาบัน ซึ่งมิใช่ ผู้ดำรงตำแหน่งตาม (๔) และ (๕)

    (๗) กรรมการสภาสถาบันจำนวนหนึ่งคน ซึ่งเลือกจากผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ซึ่งมิใช่ ผู้ดำรงตำแหน่งตาม (๔) (๕) และ (๖)

    (๘) กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสิบสี่คน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกสถาบัน ให้สภาสถาบันโดยคำแนะนำของอธิการบดีแต่งตั้งรองอธิการบดีคนหนึ่ง ซึ่งมิใช่กรรมการ สภาสถาบันเป็นเลขานุการสภาสถาบัน และให้ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดีเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ให้อุปนายกสภาสถาบันทำหน้าที่แทนนายกสภาสถาบันเมื่อนายกสภาสถาบันไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบัน เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๔๖ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งนายกสภาสถาบันและกรรมการ สภาสถาบันตาม (๔) (๕) (๖) (๗) และ

    (๘) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน

  3. ๑๘

    นายกสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๑๗ (๔) (๕) (๖) (๗) และ

    (๘) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือ อาจได้รับเลือกใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งในประเภทเดียวกันเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง นายกสภาสถาบันและกรรมการ สภาสถาบันตามมาตรา ๑๗ (๔) (๕) (๖) (๗) และ

    (๘) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของการเป็นนายกสภาสถาบันหรือกรรมการ สภาสถาบันในประเภทนั้น

    (๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

    (๕) เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๖) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๗) สภาสถาบันมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการ สภาสถาบันแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาสถาบันประกอบด้วยกรรมการสภาสถาบันเท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่นายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระและ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือได้มีการดำเนินการให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้นั้น อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่า เก้าสิบวัน จะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ ในกรณีที่นายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๔๗ ยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภาสถาบันอื่นขึ้นใหม่ ให้นายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกรรมการสภาสถาบันอื่นซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนจนกว่าจะได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกสภาสถาบันหรือกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ ได้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการสภาสถาบันอื่นขึ้นใหม่แล้ว

  4. ๑๙

    สภาสถาบันมีหน้าที่และอำนาจควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของสถาบัน หน้าที่และ อำนาจเช่นว่านี้ ให้รวมถึง

    (๑) วางนโยบายและแนวทางในการพัฒนาของสถาบัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗

    (๒) ออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของสถาบันเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของ สถาบัน และอาจมอบหมายให้ส่วนราชการใดในสถาบันเป็นผู้ออกระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศ สำหรับส่วนราชการนั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้

    (๓) พิจารณาอนุมัติหลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ คณะกรรมการการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการกำหนด

    (๔) กำกับมาตรฐานการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา

    (๕) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของสถาบันและอธิการบดี

    (๖) พิจารณาการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกส่วนราชการตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง รวมทั้งการแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการดังกล่าว

    (๗) อนุมัติให้ปริญญา อนุปริญญา และประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใด รวมทั้งการอนุมัติ ให้ปริญญากิตติมศักดิ์

    (๘) อนุมัติการรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบและการยกเลิกการสมทบ ตามมาตรา ๑๒

    (๙) อนุมัติการจัดการศึกษาหรือการดำเนินการวิจัยและยกเลิกการจัดการศึกษาหรือ การดำเนินการวิจัยร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นตามมาตรา ๑๓

    (๑๐) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและพิจารณาถอดถอน นายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ หรือพิจารณาให้อธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๔๘

    (๑๑) แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก หรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

    (๑๒) แต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และกรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ

    (๑๓) อนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากเงินรายได้ของสถาบัน

    (๑๔) ออกระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงาน การเงินและทรัพย์สินของสถาบัน และการจัดหารายได้และผลประโยชน์ของสถาบัน

    (๑๕) พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสถาบันตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

    (๑๖) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อพิจารณาและ เสนอความเห็นในเรื่องหนึ่งเรื่องใด หรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในหน้าที่และอำนาจ ของสภาสถาบัน

    (๑๗) พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของสถาบันตามที่อธิการบดีเสนอ และอาจมอบหมายให้อธิการบดีปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาสถาบันได้

    (๑๘) ส่งเสริม สนับสนุน และแสวงหาวิธีการ เพื่อพัฒนาความก้าวหน้าของสถาบัน

    (๑๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของสถาบันที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ

  5. ๒๐

    การประชุมสภาสถาบันให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน

  6. ๒๑

    ให้มีสภาวิชาการ ประกอบด้วย อธิการบดี เป็นประธานสภาวิชาการ รองอธิการบดี ซึ่งรับผิดชอบงานด้านวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายในและภายนอกสถาบันซึ่งสภาสถาบันแต่งตั้ง เป็นกรรมการสภาวิชาการ จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และ การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนการประชุมสภาวิชาการ ให้เป็นไป ตามข้อบังคับของสถาบัน

  7. ๒๒

    สภาวิชาการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอแนะการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาทางวิชาการของสถาบันต่อสภาสถาบัน

    (๒) เสนอแนะการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานทางวิชาการต่อสภาสถาบัน เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๔๙

    (๓) พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษา การเปิดสอน รวมทั้งการปรับปรุง การยุบรวม และการยกเลิกหลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษาต่อสภาสถาบัน

    (๔) พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการรับเข้าสมทบหรือยกเลิกการสมทบของสถานศึกษาชั้นสูง หรือสถาบันอื่นตามมาตรา ๑๒ และการจัดการศึกษาหรือการดำเนินการวิจัยร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูง หรือสถาบันอื่นตามมาตรา ๑๓ ต่อสภาสถาบัน

    (๕) พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิกส่วนราชการตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่งและวรรคสอง รวมทั้งการแบ่งส่วนราชการของส่วนราชการดังกล่าวต่อสภาสถาบัน

    (๖) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใดๆ อันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาวิชาการ

    (๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภาสถาบันมอบหมาย

  8. ๒๓

    ให้มีสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ประกอบด้วย

    (๑) ประธานสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ซึ่งเป็นคณาจารย์ประจำของสถาบัน และต้องไม่เป็นผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสถาบัน

    (๒) รองประธานสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน คนที่หนึ่ง ซึ่งเป็นคณาจารย์ ประจำของสถาบัน และต้องไม่เป็นผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสถาบัน

    (๓) รองประธานสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน คนที่สอง ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงาน ในสถาบัน และต้องไม่เป็นคณาจารย์ประจำของสถาบันหรือผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสถาบัน

    (๔) กรรมการสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ซึ่งเลือกจากผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน รองประธานสภาคณาจารย์ และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน และกรรมการสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ตลอดจนการประชุม ของสภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบัน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน

  9. ๒๔

    สภาคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในสถาบันมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในกิจการของสถาบันและการพัฒนาสถาบันต่อสภาสถาบัน หรืออธิการบดี เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๕๐

    (๒) จัดทำจรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันเพื่อเสนอสภาสถาบัน และดูแลให้มี การปฏิบัติตามจรรยาบรรณดังกล่าว

    (๓) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานในสถาบันในการปฏิบัติหน้าที่

    (๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภาสถาบันหรืออธิการบดีมอบหมาย

  10. ๒๕

    ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดและรับผิดชอบการบริหารงานของ สถาบัน และให้มีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี หรือจะมีทั้งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดี ตามจำนวนที่สภาสถาบันกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่อธิการบดีมอบหมายก็ได้

  11. ๒๖

    อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของ สภาสถาบันจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๗ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งอธิการบดี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่ อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๗

    (๔) สภาสถาบันมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ ตามหลักเกณฑ์ที่สภาสถาบันกำหนด

    (๕) สภาสถาบันมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด เท่าที่มีอยู่

    (๖) ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ เพราะเหตุมีมลทินหรือ มัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง

    (๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

    (๘) เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๙) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๕๑ รองอธิการบดีนั้น ให้สภาสถาบันแต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดีจากผู้มีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๗ ผู้ช่วยอธิการบดีนั้น ให้อธิการบดีแต่งตั้งจากผู้ปฏิบัติงานในสถาบันซึ่งมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๘ เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย

  12. ๒๗

    อธิการบดีและรองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น ที่สภาสถาบันรับรอง และได้ทำการสอนในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบัน รับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภาสถาบันไม่น้อยกว่าสามปี หรือ มีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน

    (๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันหรือสถาบัน อุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรอง และได้ทำการสอนในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบัน รับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น ที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภาสถาบันไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีและรองอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอื่นและ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน

  13. ๒๘

    ผู้ช่วยอธิการบดี ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่า จากสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรอง และได้ทำการสอนในสถาบันหรือ สถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารใน สถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือมีประสบการณ์ ด้านการบริหารอื่นตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง ผู้ช่วยอธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอื่นและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๕๒

  14. ๒๙

    อธิการบดีเป็นผู้แทนของสถาบันในกิจการทั้งปวง และโดยเฉพาะให้มีหน้าที่ และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) บริหารกิจการของสถาบันให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับของ ทางราชการและของสถาบัน รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของสถาบัน

    (๒) บริหารงานบุคคล การเงิน การพัสดุ สถานที่ และทรัพย์สินอื่นของสถาบันให้เป็นไป ตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการและของสถาบัน

    (๓) จัดทำแผนพัฒนาสถาบัน ดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและแผนงาน รวมทั้งติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของสถาบัน

    (๔) แต่งตั้งและถอดถอนผู้ช่วยอธิการบดี รองคณบดี รองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าภาควิชาหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา และอาจารย์พิเศษ

    (๕) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการดำเนินการและกิจการของสถาบันเพื่อเสนอต่อ สภาสถาบัน

    (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของสถาบัน และตามที่สภาสถาบัน มอบหมาย

  15. ๓๐

    ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิการบดี ซึ่งอธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าอธิการบดีมิได้มอบหมาย ให้รองอธิการบดี ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดตามหลักเกณฑ์ที่สภาสถาบันกำหนดเป็นผู้รักษาราชการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือไม่มีผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีตามวรรคหนึ่ง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้สภาสถาบันแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๒๗ เป็นผู้รักษาราชการแทน แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

  16. ๓๑

    ในคณะให้มีคณบดีคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงาน ของคณะ และจะให้มีรองคณบดีตามจำนวนที่สภาสถาบันกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่ คณบดีมอบหมายก็ได้ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๕๓ คณบดีนั้น ให้สภาสถาบันแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๒ วรรคหนึ่งและวรรคสาม ซึ่งได้รับการสรรหาตามข้อบังคับของสถาบัน รองคณบดีนั้น ให้อธิการบดีแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๒ วรรคสองและวรรคสาม โดยคำแนะนำของคณบดี คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่ง เกินสองวาระติดต่อกันมิได้ และให้นำความในมาตรา ๒๖ วรรคสี่ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่ง ก่อนครบวาระของคณบดีโดยอนุโลม เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย

  17. ๓๒

    คณบดีต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบัน หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรอง และได้ทำการสอนในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น ที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันหรือ สถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี รองคณบดีต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันหรือ สถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรอง และได้ทำการสอนในสถาบันหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น ที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันหรือ สถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภาสถาบันรับรองมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง คณบดีและรองคณบดีต้องมีคุณสมบัติอื่น และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับของสถาบัน

  18. ๓๓

    ในคณะให้มีคณะกรรมการประจำคณะ ประกอบด้วย คณบดี เป็นประธาน กรรมการ และกรรมการอื่นอีกจำนวนหนึ่ง จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการอื่นตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนการประชุมของคณะกรรมการประจำคณะ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน

  19. ๓๔

    คณะกรรมการประจำคณะมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) จัดทำแผนพัฒนาของคณะ ให้สอดคล้องกับนโยบายของสถาบัน เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๕๔

    (๒) ออกระเบียบและข้อบังคับของคณะเฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับคณะทั้งนี้ โดยไม่ขัดต่อ ระเบียบและข้อบังคับของสถาบัน รวมทั้งออกระเบียบและข้อบังคับอื่นตามที่สภาสถาบันมอบหมาย

    (๓) พิจารณากำหนดหลักสูตรและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรสำหรับคณะเสนอต่อ สภาวิชาการเพื่อเสนอสภาสถาบัน

    (๔) จัดการวัดผล ประเมินผล และควบคุมมาตรฐานการศึกษาของคณะ

    (๕) ส่งเสริมงานวิจัย งานบริการวิชาการแก่สังคม และงานทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม

    (๖) ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของคณะ

    (๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของ คณะกรรมการประจำคณะ

    (๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภาสถาบัน สภาวิชาการ หรืออธิการบดีมอบหมาย

  20. ๓๕

    ในกรณีที่มีการแบ่งเป็นวิทยาลัย ภาควิชา หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาในคณะ ให้มีผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของวิทยาลัย ภาควิชา หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าภาควิชา ให้อธิการบดีแต่งตั้งจากคณาจารย์ประจำซึ่งได้รับการสรรหาตามข้อบังคับของสถาบัน และให้อธิการบดีมีอำนาจถอดถอนผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชาโดยคำแนะนำของคณบดี คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้อำนวยการ วิทยาลัย หัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าภาควิชา ให้เป็นไป ตามข้อบังคับของสถาบัน

  21. ๓๖

    ในสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้มี ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ เป็นผู้บังคับบัญชาและ รับผิดชอบงานของส่วนราชการนั้น และจะให้มีรองหัวหน้าส่วนราชการตามจำนวนที่สภาสถาบันกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่มอบหมายก็ได้ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๔๓ ก หนา้ ๕๕ ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้สภาสถาบัน แต่งตั้งจากผู้ซึ่งได้รับการสรรหาตามข้อบังคับของสถาบัน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้อำนวยการ หัวหน้าส่วนราชการ และรองหัวหน้าส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน

  22. ๓๗

    ในสำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะอาจมี คณะกรรมการประจำส่วนราชการนั้นคณะหนึ่ง องค์ประกอบ จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา หน้าที่และ อำนาจ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุมของ คณะกรรมการประจำส่วนราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน

  23. ๓๘

    ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ จะดำรงตำแหน่ง ดังกล่าวเกินหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้ ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง จะรักษาราชการแทนตำแหน่งอื่นอีกหนึ่งตำแหน่งก็ได้ แต่ต้อง ไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

  24. ๓๙

    ให้ผู้รักษาราชการแทนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้มีหน้าที่และอำนาจ เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน นอกจากที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ การรักษาราชการแทน การมอบอำนาจให้ปฏิบัติ ราชการแทน ตลอดจนการมอบอำนาจช่วงให้ปฏิบัติการแทนของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในสถาบัน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน ในกรณีที่กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการหรือให้มีหน้าที่และอำนาจอย่างใด ให้ผู้รักษาราชการแทนทำหน้าที่กรรมการ หรือมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาราชการแทนด้วย

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/1032ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjIxMTdlNTMtOGNiMS00MTJiLTg3Y2UtODJhMTU1NmE0YjhkIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKowMDk2IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTYyIDQz4LiBIDQwLlBERiJ9.-WNBWmrcDK-wFC6Bt_bIX6SsOxgwMvw_OKolgf84CUc28 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:689570486919d64ff5411eca1c9d231ba1d2c8b3cee2d58b89000c00ad62742aดึงเมื่อ 2026-08-23T15:36:08.421Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR