พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๕๕๑163 มาตรา21 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 46 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 07bde558… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การจัดตั้งและการขอรับใบอนุญาตมาตรา ๙–๑๔ · 6 มาตรา
  2. หมวด ๒ โครงสร้างสถาบันการเงินมาตรา ๑๕–๒๘ · 14 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๑ หุ้นและผู้ถือหุ้นมาตรา ๑๕–๒๓ · 9 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๒ กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการมาตรา ๒๔–๒๘ · 5 มาตรา
  5. หมวด ๓ การกำกับสถาบันการเงินมาตรา ๒๙–๘๓ · 55 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๑ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์มาตรา ๒๙–๓๒ · 4 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๒ การลงทุนของสถาบันการเงินมาตรา ๓๓–๓๕ · 3 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๓ การประกอบธุรกิจมาตรา ๓๖–๔๗ · 12 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๔ ข้อห้ามในการให้สิ เชื่อมาตรา ๔๘–๕๒ · 5 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๕ กลุ่มธุรกิจทางการเงินมาตรา ๕๓–๕๙ · 7 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๖ การจัดชั้นสินทรัพย์และการกันเงินสำรองมาตรา ๖๐–๖๒ · 3 มาตรา
  12. ส่วนที่ ๗ การบริหารสินทรัพย์และการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องมาตรา ๖๓–๖๕ · 3 มาตรา
  13. ส่วนที่ ๘ การจัดทำบัญชี การรายงานและผู้สอบบัญชีมาตรา ๖๖–๗๑ · 6 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๙ การควบโอนและเลิ กิจ - -มาตรา ๗๒–๗๙ · 8 มาตรา
  15. ส่วนที่ ๑๐ การกำกับทั่วไป - -มาตรา ๘๐–๘๓ · 4 มาตรา
  16. หมวด ๔ การตรวจสอบสถาบันการเงิมาตรา ๘๔–๘๘ · 5 มาตรา
  17. หมวด ๕ การแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของสถาบันการเงินมาตรา ๘๙–๙๙ · 11 มาตรา
  18. หมวด ๖ การเข้าควบคุมสถาบันการเงินมาตรา ๑๐๐–๑๑๘ · 19 มาตรา
  19. หมวด ๗ การกำกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจมาตรา ๑๑๙–๑๒๐ · 2 มาตรา
  20. หมวด ๘ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๒๑–๑๕๖ · 36 มาตรา
  21. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๕๗–๑๖๓ · 7 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๗มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นปีที่ ๖๓ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และกฎหมายว่า ด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ รวมเข้าเป็ฉบับเดียวกัน พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ประกอบกับมาตรา ๓๑มาตรา ๓๓มาตรา ๓๖มาตรา ๓๙มาตรา ๔๑และ มาตรา ๔๓ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๖ การเข้าควบคุมสถาบันการเงิน

    19 มาตรา
  2. ๑๐๐

    ในหมวดนี้ “สถาบันคุ้มครองเงินฝาก” หมายความว่า สถาบันคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายว่า ด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

  3. ๑๐๑

    เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งควบคุมสถาบันการเงินใดแล้ว ให้ แจ้งคำสั่งเป็นหนัสือให้สถาบันคุ้มครองเงิ ฝากและสถาบันการเงินนั้นทราบ และปิดประกาศไว้ในที่ เปิดเผย ณสำนักงานของสถาบันการเงินนั้น รวมทั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในสื่อใด ๆตาม หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ในกรณีที่สถาบันการเงินตามวรรคหนึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือแก่ตลาดหลัทรัพย์ด้วย

  4. ๑๐๒

    เมื่อมีการออกคำสั่งควบคุมสถาบันการเงินใดแล้ว ให้ธนาคารแห่ง ประเทศไทยประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินนั้นซึ่งประกอบด้วยประธาน กรรมการหนึ่งคนและกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่าสองคนแต่ไม่เกินสี่คน โดยให้มีกรรมการที่สถาบัน คุ้มครองเงินฝากเสนอชื่ออย่างน้อยหนึ่งคน ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ กรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

  5. ๑๐๓

    กรรมการควบคุมสถาบันการเงินจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามเช่นเดียวกับกรรมการของสถาบันการเงินตามมาตรา ๒๔และไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับ อำนาจหน้าที่ในฐานะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน ให้กรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับกรรมการของสถาบัน การเงิน

  6. ๑๐๔

    เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้แจ้งคำสั่งควบคุมแก่สถาบันการเงินใด ห้ามมิให้ก พนักงาน และลูกจ้าง ของสถาบันการเงินดำเนินกิจการของสถาบันการเงินนั้น ต่อไป เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน - - ให้ ณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินมีอำนาจแต่งตั้งพนังานควบคุมสถาบัน การเงินคนหนึ่งหรือหลายคนเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ คณะกรรมการควบคุมสถาบัน การเงินมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินกิจการของสถาบันการเงิ ที่ถูกคำสั่งควบคุมได้ทุกประการและให้ ประธานกรรมการเป็นผู้แทนของสถาบันการเงินนั้น ให้กรรมการพนัก และลูกจ้าง ของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุ

    (๑) จัดการเพื่อปกปักรักษาทรัพย์และประโยชน์ของสถาบันการเงินไว้

    (๒) รายงานกิจการและมอบสินทรัพย์พร้อมด้วยข้อมูล บัญชี เอกสารดวงตราหรือ หลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการและสินทรัพย์ของสถาบันการเงินให้แก่คณะกรรมการควบคุมสถาบัน การเงินโดยไม่ชักช้า ให้ผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือเอกสารของสถาบันการเงินแจ้งการครอบครองให้ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินทราบโดยไม่ชักช้า

  7. ๑๐๕

    ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า เงินฝากของ สถาบันการเงิ ที่ถูกควบคุมมีภาระดอกเบี้ยสูงเกินสมควรและไม่เป็นธรรม คณะกรรมการควบคุม สถาบันการเงินโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝากมีอำนาจปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ต้องประกาศให้ผู้ฝากเงินทราบก่อน และจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เมื่อ พ้นระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันประกาศ

  8. ๑๐๖

    ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า ความผูกพัน ตามสัญญาของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ คณะกรรมการ ควบคุมสถาบันการเงินอาจทำความตกลงกับเจ้าของทรัพย์สิน คู่สัญญา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อลด ภาระดังกล่าวได้

  9. ๑๐๗

    ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นว่า สัญญาจ้าง ผู้บริหารของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมมีเงื่อนไขที่ไม่เหมาะสมหรือกำหนดค่าตอบแทนหรือสิทธิ ประโยชน์สูงเกินสมควร หรือสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมได้รับความเสียหายจากการบริหารหรือการ ละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้บริหารสถาบันการเงิน ให้คณะกรรมการควบคุ สถาบันการเงินมี อำนาจเลิกจ้าง ระงับหรือลดการจ่ายค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆแก่ผู้บริหารดังกล่าวได้

  10. ๑๐๘

    ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นสมควรให้มีการ ควบหรือโอนกิจการของสถาบันการเงิน ในการควบหรือโอนกิจการดังกล่าวให้นำบทบัญญัติในส่วนที่ ๙การควบ โอน และเลิกกิจการของหมวด ๓มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้ถือว่ามติของ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น และให้คณะกรรมการควบคุม สถาบันการเงินมีอำนาจดำเนินการแทนคณะกรรมการของสถาบันการเงินนั้น

  11. ๑๐๙

    ให้คณะกรรมการควบคุ สถาบันการเงินรายงานต่อธนาคารแห่ง ประเทศไทยว่าสมควรจะให้สถาบันการเงินที่ถูกคำสั่งควบคุมดำเนินกิจการต่อไปหรือไม่ พร้อมทั้ง - - ข้อมูลทางการเงิ และเหตุผลประกอบ ภายในหนึ่ ร้อยยี่ สิบวันนับแต่ว ที่มีคำสั่ แต่ ตั้ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเว้นแต่ได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเห็นสมควรให้สถาบันการเงินดำเนิน กิจการต่อไป ให้คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินเสนอโครงการแก้ไขฟื้นฟูสถาบันการเงิน ดังกล่าวต่อธนาคารแห่งประเทศไทยโครงการแก้ไขฟื้นฟูสถาบันการเงินอย่างน้อยต้องประกอบด้วย รายการดังต่อไปนี้

    (๑) ขั้นตอนที่จะทำให้มีเงินกองทุนเพียงพอ

    (๒) ระดับเงินกองทุนที่คาดว่าจะดำรงในแต่ละไตรมาส

    (๓) แผนธุรกิจ

    (๔) ระยะเวลาการดำเนินการให้สำเร็จตามโครงการซึ่งจะต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่ วันที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามวรรคหนึ่ง

    (๕) แผนการควบรวมกิจการหรือโอนกิจการ (ถ้ามี) เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับรายงานจากคณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน ตามวรรคหนึ่งแล้วให้รายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ช ช้

  12. ๑๑๐

    ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุ สถาบันการเงิ รายงานว่าสมควรจะ ให้สถาบันการเงินที่ถูกคำสั่งควบคุมดำเนินกิจการต่อไปได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องมีคำสั่ง เห็นชอบหรือไม่เห็ชอบกับรายงานดักล่าวภายในสิบห้ วับแต่วัที่ได้รับรายงานจาก คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงิน ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมการควบคุมสถาบัน การเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการไปตามโครงการแก้ไขฟื้นฟูสถาบันการเงินตามที่คณะกรรมการ ควบคุมสถาบันการเงินเสนอ ในการนี้ จะมีคำสั่งเลิกควบคุมก็ได้ และให้ประกาศคำสั่งเลิกควบคุมใน ราชกิจจานุเบกษาและในสื่อใด ๆตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งไม่เห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมการ ควบคุมสถาบันการเงิน หรือโครงการแก้ไขฟื้นฟูสถาบันการเงินไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ไม่ว่าด้วย เหตุใด ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคสามแล้วให้เสนอรัฐมนตรี เพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น

  13. ๑๑๑

    กรณีที่คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินรายงานว่าสถาบัน การเงินที่ถูกควบคุมไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของ สถาบันการเงินนั้นและให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในสื่อใด ๆตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยประกาศกำหนด เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคหนึ่งแล้วให้เสนอรัฐมนตรี เพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น - -

  14. ๑๑๒

    เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินใด ตามมาตรา ๑๑๐วรรคสาม หรือมาตรา ๑๑๑วรรคหนึ่ง และรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตแล้วให้ ชำระบัญชีสถาบันการเงินนั้น

  15. ๑๑๓

    ในกรณีที่สถาบันการเงินถูกควบคุมหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตห้ามมิ ให้ผู้ที่ซื้อหุ้นกู้หรือตราสารหนี้อื่น หรือผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ของสถาบันการเงินนั้นในภายหลัง เหตุดังกล่าวนำหุ้นกู้ ตราสารหนี้ หรือสิทธิเรียกร้องที่ได้รับโอนมานั้น มาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่ผู้นั้นมี อยู่กับสถาบันการเงิน

  16. ๑๑๔

    เพื่อประโยชน์ในการเข้าควบคุมสถาบันการเงินตามหมวดนี้ ให้ คณะกรรมการควบคุมสถาบันการเงินหรือพนักงานควบคุมสถาบันการเงินที่ได้รับมอบอำนาจมีอำนาจ สั่งให้บุคคลใดๆมาให้ถ้อยคำ หรือให้แสดงหรือส่งข้อมูล บัญชี เอกสารดวงตราหรือหลักฐานอื่นอัน เกี่ยวกับกิจการและสินทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ถูกควบคุมภายในเวลาที่คณะกรรมการควบคุม สถาบันการเงินหรือพนักงานควบคุมสถาบันการเงินกำหนด

  17. ๑๑๕

    ให้ รรมการควบคุมสถาบันการเงินและพนังานควบคุมสถาบัน การเงินได้รับเงินค่าตอบแทนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

  18. ๑๑๖

    ค่าใช้จ่ายและเงินค่าตอบแทนในการควบคุมสถาบันการเงินใดให้จ่าย จากสินทรัพย์ของสถาบันการเงินนั้น

  19. ๑๑๗

    มิให้นำบทบัญญัติในหมวด ๓การกำกับสถาบันการเงิน เว้นแต่ส่วนที่ ๘การจัดทำบัญชี การรายงานและผู้สอบบัญชี มาใช้กับสถาบันการเงินในระหว่างที่ถูกควบคุมตาม หมวดนี้

  20. ๑๑๘

    เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการ อย่างหนึ่งอย่างใด หรือได้รับรายงานเกี่ยวกับสถาบันการเงินตามความในหมวดนี้ ให้ธนาคารแห่ง ประเทศไทยรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Financial-Institutions-and-Financial-Benefits-Prot/704/CNT0008963-1.pdf.aspx46 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:07bde558bd0dadacdb75b1da0cd100fdbe248f7d6c055448b389d44da5da470cดึงเมื่อ 2026-08-24T07:53:27.641Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR