พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๕๕๑163 มาตรา21 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 46 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 07bde558… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การจัดตั้งและการขอรับใบอนุญาตมาตรา ๙–๑๔ · 6 มาตรา
  2. หมวด ๒ โครงสร้างสถาบันการเงินมาตรา ๑๕–๒๘ · 14 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๑ หุ้นและผู้ถือหุ้นมาตรา ๑๕–๒๓ · 9 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๒ กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการมาตรา ๒๔–๒๘ · 5 มาตรา
  5. หมวด ๓ การกำกับสถาบันการเงินมาตรา ๒๙–๘๓ · 55 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๑ การดำรงเงินกองทุนและสินทรัพย์มาตรา ๒๙–๓๒ · 4 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๒ การลงทุนของสถาบันการเงินมาตรา ๓๓–๓๕ · 3 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๓ การประกอบธุรกิจมาตรา ๓๖–๔๗ · 12 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๔ ข้อห้ามในการให้สิ เชื่อมาตรา ๔๘–๕๒ · 5 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๕ กลุ่มธุรกิจทางการเงินมาตรา ๕๓–๕๙ · 7 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๖ การจัดชั้นสินทรัพย์และการกันเงินสำรองมาตรา ๖๐–๖๒ · 3 มาตรา
  12. ส่วนที่ ๗ การบริหารสินทรัพย์และการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องมาตรา ๖๓–๖๕ · 3 มาตรา
  13. ส่วนที่ ๘ การจัดทำบัญชี การรายงานและผู้สอบบัญชีมาตรา ๖๖–๗๑ · 6 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๙ การควบโอนและเลิ กิจ - -มาตรา ๗๒–๗๙ · 8 มาตรา
  15. ส่วนที่ ๑๐ การกำกับทั่วไป - -มาตรา ๘๐–๘๓ · 4 มาตรา
  16. หมวด ๔ การตรวจสอบสถาบันการเงิมาตรา ๘๔–๘๘ · 5 มาตรา
  17. หมวด ๕ การแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของสถาบันการเงินมาตรา ๘๙–๙๙ · 11 มาตรา
  18. หมวด ๖ การเข้าควบคุมสถาบันการเงินมาตรา ๑๐๐–๑๑๘ · 19 มาตรา
  19. หมวด ๗ การกำกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจมาตรา ๑๑๙–๑๒๐ · 2 มาตรา
  20. หมวด ๘ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๒๑–๑๕๖ · 36 มาตรา
  21. บทเฉพาะกาลมาตรา ๑๕๗–๑๖๓ · 7 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๗มกราคมพ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นปีที่ ๖๓ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และกฎหมายว่า ด้วยการประกอบธุ กิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ รวมเข้าเป็ฉบับเดียวกัน พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ประกอบกับมาตรา ๓๑มาตรา ๓๓มาตรา ๓๖มาตรา ๓๙มาตรา ๔๑และ มาตรา ๔๓ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๕ การแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงานของสถาบันการเงิน

    11 มาตรา
  2. ๘๙

    ในกรณีที่สถาบันการเงิน ผู้จัด หรือผู้ีอำนาจในการ จัดการได้กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือข้อกำหนดหรือประกาศที่ออกโดย อาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตให้ธนาคารแห่งประเทศ ไทยมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้

    (๑) มีหนังสือเตือนไปยังสถาบันการเงินหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ระงับการกระทำอัน เป็นการฝ่าฝืนหรือให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

    (๒) มีคำสั่งห้ามการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้หรือ ข้อกำหนดหรือประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน ใบอนุญาต

    (๓) มีคำสั่งถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการคนหนึ่งคนใด หรือทุกคน โดยให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมของผู้ถือหุ้น ในกรณีที่ก ผู้จัด หรือผู้มีอำนาจในการจัดการถูกถอดถอนตาม(๓) หาก บุคคลดังกล่าวพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบในการกระทำดังกล่าว ธนาคารแห่ง ประเทศไทยอาจแต่งตั้งบุคคลนั้นเข้าดำรงตำแหน่งเดิมได้ - -

  3. ๙๐

    ในกรณีที่สถาบันการเงินมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอัน อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนให้ธนาคารแห่ ประเทศไทยมีอำนาจ ดำเนินการดังต่อไปนี้

    (๑) มีคำสั่งให้สถาบันการเงินแก้ไขฐานะหรือการดำเนินงาน

    (๒) มีคำสั่งให้สถาบันการเงินลดทุน เพิ่มทุน หรือทั้งลดทุนและเพิ่มทุนภายในเวลาที่ กำหนดแต่ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่สถาบันการเงินได้รับแจ้งคำสั่ง ถ้าสถาบันการเงินไม่ ดำเนินการหรือดำเนินการไม่ได้ตามกำหนดให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นนับแต่วันที่ ครบกำหนดในคำสั่ง เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นรีบด่วนเพื่อพยุงฐานะและการดำเนินงานของสถาบัน การเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีคำสั่งให้สถาบันการเงินลดทุนเพิ่มทุน หรือทั้งลดทุนและเพิ่ม ทุนทันทีได้ โดยให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ มิให้นำมาตรา ๑๑๑๗มาตรา ๑๒๒๐มาตรา ๑๒๒๒มาตรา ๑๒๒๔มาตรา ๑๒๒๕มาตรา ๑๒๒๖แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ และมาตรา ๑๓๖วรรคสอง

    (๒) มาตรา ๑๓๗มาตรา ๑๓๙และมาตรา ๑๔๑แห่ง พระราชบัญญัติบริัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕มาใช้บังคับกับการลดทุนหรือเพิ่มทุ หรือการเสนอ ขายหุ้นเพิ่มทุน

    (๓) มีคำสั่งให้สถาบันการเงินระงับการดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการ ชั่วคราวภายในระยะเวลาที่กำหนด

    (๔) มีคำสั่งให้สถาบันการเงินถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการ จัดการคนใดคนหนึ่งหรือทุกคน และแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าไปดำรงตำแหน่งแทนในทันทีตามที่ เห็นสมควรโดยให้ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

    (๕) มีคำสั่งควบคุมสถาบันการเงิน หรือมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานการดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อรัฐมนตรีเพื่อ ทราบโดยไม่ชักช้า และหากธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคหนึ่ง

    (๕) ให้เสนอ รัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้นด้วย

  4. ๙๑

    ผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นลูกจ้าง เพราะถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการตามมาตรา ๘๙(๓) หรือมาตรา ๙๐(๔) ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ รวมทั้งสิทธิ ประโยชน์อื่นใดตามสัญญาจ้างอันเนื่องมาจากการออกจากงาน เว้นแต่สิทธิประโยชน์อันพึงได้รับตาม ข้อตกลงภายใต้กฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

  5. ๙๒

    กรณีดังต่อไปนี้ให้ถือว่าสถาบันการเงินมีฐานะหรือการดำเนินงานใน ลักษณะที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชน

    (๑) สถาบันการเงิน กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการฝ่าฝืนคำสั่งตาม มาตรา ๘๙(๒)

    (๒) สถาบันการเงิน ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการกระทำการฝ่า ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐มาตรา ๓๓มาตรา ๓๔มาตรา ๔๘มาตรา ๔๙มาตรา ๕๐มาตรา ๕๑มาตรา ๕๗มาตรา ๕๘มาตรา ๕๙มาตรา ๖๐มาตรา ๖๑มาตรา ๖๓หรือมาตรา ๖๔ - -

    (๓) สถาบันการเงิ ผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจในการจัด ไม่จัดทำบัญชี เพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงตามมาตรา ๖๖หรือลง ข้อความเท็จหรือปลอมบัญชี เอกสาร ซึ่งทำให้ไม่สามารถประเมินได้ว่าสถาบันการเงินนั้นมีฐานะ การเงินและการดำเนินงานที่มั่นคงเป็นไปตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเงินกองทุน สินทรัพย์ สินทรัพย์ สภาพคล่องการกันเงิ สำรอง การจัดชั้นสิ ทรัพย์ และเรื่องอื่น ๆในพระราชบัญญัตินี้

    (๔) สถาบันการเงินหยุดทำการจ่ายเงินตามที่มีหน้าที่จะต้องชำระคืน

    (๕) สถาบันการเงินมีผลประกอบการขาดทุนและธนาคารแห่งประเทศไทยมีเหตุอัน ควรคาดได้ว่าสถาบันการเงินนั้นไม่อาจดำรงเงินกองทุนได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีตาม มาตรา ๙๖หรือไม่

  6. ๙๓

    สถาบันการเงินใดหยุดทำการจ่ายเงินตามที่มีหน้าที่ต้องชำระคืนให้ สถาบันการเงินนั้นแจ้งการหยุดทำการจ่ายเงินพร้อมเหตุผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบทันที และห้ามมิให้ดำเนินกิจการใด ๆเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งผู้ตรวจการสถาบันการเงินเพื่อทำการสอบสวน กรณีตามวรรคหนึ่ง และเมื่อได้รับรายงานการสอบสวนจากผู้ตรวจการสถาบันการเงินแล้ว ให้ธนาคาร แห่งประเทศไทยมีอ นาจสั่งให้ควบคุ สถาบันการเงิน ปิดกิจการของสถาบัการเงิ หรือสั่งการ ตามที่เห็นสมควร เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคสองแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรี เพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น

  7. ๙๔

    ห้ามมิให้สถาบันการเงินจ่ายเงินทรัพย์สินหรือค่าตอบแทนที่มีผลทำให้ เงินกองทุนเหลือต่ำกว่าเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามมาตรา ๓๐ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้นเป็นการคืนส่วนทุน

    (๒) จ่ายค่าตอบแทนในการบริหารหรือผลประโยชน์อื่นใดซึ่งมิใช่ค่าจ้างตามปกติแก่ กรรมการผู้จัด หรือผู้มีอำนาจในการจัดการสถาบันการเงิ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจอนุญาตให้สถาบันการเงินซื้อคืน ไถ่ถอน สละหรือ ได้มาซึ่งหุ้นหรือผลประโยชน์ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้น อันจะมีผลเป็นการลดภาระทางการเงินหรือแก้ไข ฐานะการเงินของสถาบันการเงินนั้นได้

  8. ๙๕

    ในกรณีที่สถาบันการเงินใดมีเงินกองทุนเหลือต่ำกว่าเงินกองทุนที่ต้อง ดำรงไว้ตามมาตรา ๓๐ให้สถาบันการเงินนั้นเสนอโครงการเพื่อแก้ไขฐานะและการดำเนินงานต่อ ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อขอความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ดังนี้

    (๑) การเสนอโครงการต้องกระทำภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สถาบันการเงินทราบ

    (๒) โครงการตาม(๑) อย่างน้อยต้องประกอบด้วยรายการดังต่อไปนี้

    (ก) ขั้นตอนที่จะทำให้มีเงินกองทุนเพียงพอ

    (ข) ระดับเงินกองทุ ที่คาดว่าจะดำรงในแต่ละไตรมาสภายในระยะเวลาของ โครงการ

    (ค) แผนธุรกิจ - -

    (ง) ระยะเวลาการดำเนินการให้สำเร็จตามโครงการซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่ วันที่สถาบันการเงินทราบว่ามีเงินกองทุนต่ำกว่าที่ต้องดำรงตามมาตรา ๓๐ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับโครงการแล้ว จะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือไม่ให้ความเห็นชอบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับโครงการ และให้แจ้งสถาบันการเงินทราบ ภายในเวลาดังกล่าว ในการนี้ จะกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนเวลาไว้ด้วยก็ได้ ในกรณีที่สถาบันการเงินไม่เสนอโครงการภายในกำหนดเวลาตาม

    (๑) หรือโครงการ ที่เสนอไม่ได้รับความเห็นชอบ หรือไม่ดำเนินการตามโครงการ หรือดำเนินการไม่เป็นไปตามโครงการ ที่ได้รับความเห็นชอบหรือตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดตามวรรค สอง ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ เห็นสมควรหรือมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคสามแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรี เพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงิ้น

  9. ๙๖

    ในกรณีที่สถาบันการเงินดำรงเงิ กองทุนต่ำกว่ ร้อยละหกสิบของอัตรา ตามที่กำหนดในมาตรา ๓๐ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งเข้าควบคุมสถาบันการเงินนั้น เว้นแต่ ในกรณีที่ธนาคารแห่ ประเทศไทยเห็ว่ การมีคำสั่งควบคุมดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลกระทบหรือความ เสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างรุนแรง หรือสถาบันการเงินนั้นจะดำเนินการเพื่อแก้ไขให้มี เงินกองทุนไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ธนาคารแห่งประเทศไทย อาจยังไม่สั่งควบคุมสถาบันการเงินก็ได้ นอกจากการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีคำสั่งให้ สถาบันการเงินนั้นเลิกกิจการบริษัทลูกและชำระบัญชี หากปรากฏว่าสินทรัพย์ของบริษัทลูกไม่พอกับ หนี้สิน หรือบริษัทลูกไม่สามารถชำระหนี้ได้เป็นปกติติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่าสามเดือนหรือมีคำสั่ง อื่นใดตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควร

  10. ๙๗

    ในกรณีที่สถาบันการเงินดำรงเงินกองทุนต่ำกว่าร้อยละสามสิบห้าของ อัตราตามที่กำหนดในมาตรา ๓๐ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินนั้น เว้นแต่ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าการมีคำสั่งปิดกิจการจะก่อให้เกิดผลกระทบหรือ ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างรุนแรง ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจยังไม่สั่งปิดกิจการ ของสถาบันการเงิ ก็ได้ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เสนอรัฐมนตรี เพิกถอนใบอนุญาตของสถาบันการเงินนั้น

  11. ๙๘

    เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งปิดกิจการของสถาบันการเงินใด ตามมาตรา ๙๐(๕) มาตรา ๙๓มาตรา ๙๕หรือมาตรา ๙๗และรัฐมนตรีเพิกถอนใบอนุญาตแล้วให้ ชำระบัญชีสถาบันการเงินนั้น - -

  12. ๙๙

    เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งให้สถาบันการเงินดำเนินการอย่าง หนึ่งอย่างใดหรือได้รับรายงานเกี่ยวกับสถาบันการเงินตามความในหมวดนี้ ให้ธนาคารแห่งประเทศ ไทยรายงานต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบโดยไม่ชักช้า

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://www.fpo.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.fpo.go.th/main/getattachment/The-law-in-charge-of-FPO/Financial-Institutions-and-Financial-Benefits-Prot/704/CNT0008963-1.pdf.aspx46 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:07bde558bd0dadacdb75b1da0cd100fdbe248f7d6c055448b389d44da5da470cดึงเมื่อ 2026-08-24T07:53:27.641Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR