พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๒89 มาตรา11 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 25 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f6bd0ff6… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ วิสาหกิจเพื่อสังคมมาตรา ๕–๑๔ · 10 มาตรา
  2. หมวด ๒ คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมมาตรา ๑๕–๒๒ · 8 มาตรา
  3. หมวด ๓ การบริหารและการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจมาตรา ๒๓–๕๘ · 36 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๑ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมมาตรา ๒๓–๔๕ · 23 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๒ กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมมาตรา ๔๖–๕๘ · 13 มาตรา
  6. หมวด ๔ การส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจเพื่อสังคมมาตรา ๕๙–๖๕ · 7 มาตรา
  7. หมวด ๕ การกำกับดูแล และการเพิกถอนการจดทะเบียนมาตรา ๖๖–๗๒ · 7 มาตรา
  8. หมวด ๖ กลุ่มกิจการเพื่อสังคมมาตรา ๗๓–๗๔ · 2 มาตรา
  9. หมวด ๗ สมัชชาวิสาหกิจเพื่อสังคมมาตรา ๗๕–๗๗ · 3 มาตรา
  10. หมวด ๘ โทษทางปกครองมาตรา ๗๘–๘๒ · 5 มาตรา
  11. บทเฉพาะกาลมาตรา ๘๓–๘๙ · 7 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๓๒ พระราชบัญญัติ ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้ การกำกับดูแลการประกอบกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการจัดระเบียบ การประกอบอาชีพเพียงเท่าที่จำเป็นและเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับ เงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๕ การกำกับดูแล และการเพิกถอนการจดทะเบียน

    7 มาตรา
  2. ๖๖

    ให้สำนักงานมีหน้าที่ติดตามและกำกับดูแลให้วิสาหกิจเพื่อสังคมดำเนินการ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ หนังสือแสดงเจตนารมณ์การจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม ตามมาตรา ๗

    (๖) และตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ สำนักงานอาจมอบหมายให้หน่วยงานหรือบุคคลอื่นปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่งแทนได้

  3. ๖๗

    สำนักงานมีหน้าที่ในการตรวจสอบและประเมินผลกิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคม ที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนตามพระราชบัญญัตินี้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด ให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ หนังสือแสดงเจตนารมณ์การจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคมตามมาตรา ๗

    (๖) โดยสำนักงานอาจมอบหมายให้หน่วยงานหรือบุคคลใดเป็นผู้ดำเนินการแทนและจัดทำรายงานผล การดำเนินการเสนอต่อสำนักงานได้

  4. ๖๘

    ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานประกอบการของวิสาหกิจเพื่อสังคม ในระหว่างเวลาทำการ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงหรือเพื่อตรวจสอบเอกสารหรือสิ่งของใด ๆ ที่เกี่ยวกับ กิจการของวิสาหกิจเพื่อสังคมได้ตามความจำเป็น เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๕๑ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะเข้าไปในสถานที่ตามวรรคหนึ่ง ถ้าไม่เป็นการเร่งด่วนต้องแจ้ง เป็นหนังสือให้ทราบล่วงหน้าตามสมควร

  5. ๖๙

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๖๘ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัว ต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่ผู้อำนวยการกำหนด

  6. ๗๐

    เมื่อปรากฏว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมใดมีพฤติการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ และหนังสือแสดงเจตนารมณ์ การจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคมตามมาตรา ๗ (๖)

    (๒) ไม่จัดทำรายงานตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดตามมาตรา ๑๒

    (๓) ไม่นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนหรือนำส่งไม่ครบภายในระยะเวลาที่กำหนดตามมาตรา ๑๓

    (๔) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นกับสำนักงานโดยไม่มีเหตุอันควรตามที่คณะกรรมการ หรือคณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

    (๕) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีอื่น เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนแจ้งเตือนเป็นหนังสือให้วิสาหกิจเพื่อสังคมปฏิบัติ ให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่มีการปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียน เพิกถอนการจดทะเบียน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด และให้ประกาศ การเพิกถอนการจดทะเบียนให้สาธารณชนทราบเป็นการทั่วไป ในกรณีที่มีการอุทธรณ์การเพิกถอน การจดทะเบียน ให้แจ้งในประกาศนั้นด้วยว่าอยู่ในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ การเพิกถอนการจดทะเบียนตามวรรคสอง ในกรณีได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา ๕๙ (๒) (๓) หรือ

    (๔) ให้สำนักงานแจ้งรายชื่อวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ถูกเพิกถอนการจดทะเบียนนั้น เพื่อให้ กรมสรรพากรหรือหน่วยงานอื่นของรัฐพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ให้นำความในวรรคสามไปใช้บังคับแก่การแจ้งหน่วยงานหรือนิติบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย โดยอนุโลม

  7. ๗๑

    กิจการใดที่นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนตามมาตรา ๘ หรือวิสาหกิจ เพื่อสังคมใดถูกเพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรา ๗๐ แล้วแต่กรณี กิจการหรือวิสาหกิจเพื่อสังคมนั้น อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๕๒ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งประกอบด้วย กรรมการตามมาตรา ๑๕ (๒) และ

    (๓) ประเภทละหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนแต่ไม่เกินห้าคน ซึ่งคณะกรรมการ แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการเงินการคลัง ด้านกฎหมาย ด้านการพาณิชย์ หรือ ด้านการพัฒนาสังคม ให้คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์พิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายใน หกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทธรณ์ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เป็นที่สุดและให้ประกาศให้สาธารณชนทราบ เป็นการทั่วไป

  8. ๗๒

    ให้กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่น ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

เพื่อสังคมและกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

วิสาหกิจเพื่อสังคม

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/14423ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNGMwZmQ5NDAtZDQ2Yy00ZDQyLTlmMjctOWYwYzQzOTE1Yzg3IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKowMTAxIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTYyLTY34LiBLTMyLlBERiJ9.BGlZUCG9d_TxuQVsq5birgA9drptD1PraMp6fhwJ1-s25 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:f6bd0ff625823c871b03d651c7f1954b0b648d7269c99b8dc156faae32e41ffaดึงเมื่อ 2026-08-23T17:10:04.234Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR