๕. เวทนาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๖๐๘สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตํ กึ มญฺญสิ ราหุล จกฺขุสมฺผสฺสชาเวทนา นิจฺจา วา อนิจฺจา วาติ ฯ อนิจฺจา ภนฺเต ... โสตสมฺผสฺสชาเวทนา ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสชาเวทนา ... ชิวฺหาสมฺผสฺสชาเวทนา ... กายสมฺผสฺสชาเวทนา ... มโนสมฺผสฺสชาเวทนา นิจฺจา วา อนิจฺจา วาติ ฯ อนิจฺจา ภนฺเต ... ฯ
๖๐๙เอวํ ปสฺสํ ราหุล สุตวา อริยสาวโก จกฺขุสมฺผสฺสชา- เวทนายปิ นิพฺพินฺทติ โสตสมฺผสฺสชาเวทนายปิ นิพฺพินฺทติ ฆานสมฺผสฺสชาเวทนายปิ นิพฺพินฺทติ ชิวฺหาสมฺผสฺสชาเวทนายปิ นิพฺพินฺทติ กายสมฺผสฺสชาเวทนายปิ นิพฺพินฺทติ มโนสมฺผสฺสชา- เวทนายปิ นิพฺพินฺทติ ฯเปฯ ปชานาตีติ ฯ ปญฺจมํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๗. ราหุลสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๖. สัญญาสูตร ๕. เวทนาสูตร ว่าด้วยเวทนา
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ... “ราหุล เธอจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร จักขุสัมผัสสชาเวทนา (เวทนาเกิดแต่จักขุสัมผัส) เที่ยงหรือไม่เที่ยง” “ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า” ฯลฯ “โสตสัมผัสสชาเวทนา (เวทนาที่เกิดแต่โสตสัมผัส) ... ฆานสัมผัสสชาเวทนา(เวทนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส) ... ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา (เวทนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส) ... กายสัมผัสสชาเวทนา (เวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส) ... มโนสัมผัสสชาเวทนา(เวทนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส) เที่ยงหรือไม่เที่ยง” “ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า” “ราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักขุสัมผัสสชา-เวทนา ฯลฯ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในโสตสัมผัสสชาเวทนา ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในฆานสัมผัสสชาเวทนา ... ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในชิวหาสัมผัสสชาเวทนา ... ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในกายสัมผัสสชาเวทนา ... ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในมโนสัมผัสสชาเวทนาฯลฯ รู้ชัดว่า” ... เวทนาสูตรที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อรรถกถาจักขุสูตรที่ ๑ เป็นต้น
ราหุลสังยุต จักขุสูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า เอโก ได้แก่ มีปกติอยู่ผู้เดียวในอิริยาบถทั้ง ๔.
บทว่า วูปกฏฺโฐ แปลว่า ปลีกตัวไป สลัดไป.
บทว่า อปฺปมตฺโต ได้แก่ ตั้งอยู่ในความไม่ปราศจากสติ.
บทว่า อาตาปี ได้แก่ ถึงพร้อมด้วยความเพียร.
บทว่า ปหิตตฺโต วิหเรยฺยํ ได้แก่ เป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยวเพื่อประโยชน์แก่การบรรลุคุณวิเศษอยู่.
บทว่า อนิจฺจํ ได้แก่ ชื่อว่าไม่เที่ยง โดยอาการที่มีแล้วก็ไม่มี.
อีกนัยหนึ่ง ชื่อว่าไม่เที่ยง ด้วยเหตุแม้เหล่านี้ คือเพราะมีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป เพราะเป็นของเป็นไปอยู่ชั่วคราว เพราะมีความแปรปรวนเป็นที่สุด เพราะปฏิเสธความเที่ยง.
บทว่า ทุกฺขํ ได้แก่ ชื่อว่าทุกข์ด้วยเหตุ ๔ ประการ คือด้วยอรรถว่าทนได้ยาก ด้วยอรรถว่าเป็นวัตถุที่ตั้งแห่งความทนได้ยาก ด้วยอรรถว่าบีบคั้นสัตว์ ด้วยการปฏิเสธความสุข.
ตรัสว่า ควรหรือ ยึดถือด้วยตัณหาว่านั่นของเรา ยึดถือด้วยมานะว่าเราเป็นนั่น ยึดถือด้วยทิฏฐิว่านั่นเป็นตัวของเรา.
บรรดาความยึดถือเหล่านั้น ยึดถือด้วยตัณหา ก็พึงทราบโดยอำนาจตัณหาวิปริต ๑๐๘. ยึดถือด้วยมานะ ก็พึงทราบโดยอำนาจมานะ ๙ ประการ. ยึดถือด้วยทิฏฐิ ก็พึงทราบโดยอำนาจทิฏฐิ ๖๒.
ในคำว่า นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ นี้ ตรัสมรรค ๔ ด้วยอำนาจวิราคะ.
ในคำว่า วิราคา วิมุจฺจติ นี้ตรัสสามัญญผล ๔ ด้วยอำนาจวิมุตติ.
ก็ในพระสูตรที่ ๑ นี้ ทรงถือเอาปสาทะในทวาร ๕. ทรงถือเอาสมันนาหารจิตที่เป็นไปในภูมิ ๓ ด้วยบทนี้ว่า มโน.
ในรูปสูตรที่ ๒ ทรงถือเอาอารมณ์อย่างเดียว ในทวาร ๕.
พึงทราบวินิจฉัยในวิญญาณสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้.
ในทวารทั้ง ๕ ทรงถือเอาจิตที่มีปสาทะเป็นที่อาศัยเท่านั้น ทรงถือเอาสมันนาหารจิตที่เป็นไปในภูมิ ๓ ด้วยมโนวิญญาณ.
พึงนำนัยไปใช้ในที่ทุกแห่งอย่างนี้.
สัมผัสสสูตรที่ ๔ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.
เวทนาสูตรที่ ๕ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.
ในสัญญาสูตรที่ ๖ ทรงถือเอาธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓.
เจตนาสูตรที่ ๗ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.
แต่ในตัณหาสูตรที่ ๘ จะได้ชื่อว่า ตัณหา ในเมื่อตกถึงชวนะในทวารนั้นๆ เท่านั้น.
จบอรรถกถาจักขุสูตรที่ ๑ เป็นต้น -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปิตุสูตร ภาตุสูตร ภคินิสูตร ปุตตสูตร ธีตุสูตร ปชาปติสูตร