๒. มูลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๕๘๓สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... ทารุโณ ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก ฯเปฯ ลาภสกฺการสิโลเกน อภิภูตสฺส ปริยาทินฺนจิตฺตสฺส ภิกฺขเว เทวทตฺตสฺส กุสลมูลํ สมุจฺเฉทมคมา ฯ เอวํ ทารุโณ โข ภิกฺขเว ลาภสกฺการสิโลโก ฯเปฯ สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ทุติยํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. กุสลมูลสูตร ว่าด้วยกุศลมูล
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ... เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค ... “ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นสิ่งทารุณ ฯลฯ กุศลมูล ของเทวทัตผู้ถูกลาภสักการะและความสรรเสริญครอบงำ ย่ำยีจิต ถึงความขาดสูญแล้ว ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นสิ่งทารุณ ฯลฯ อย่างนี้เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้” กุศลมูลสูตรที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ กุศลมูล คือรากเหง้าแห่งกุศลมีอโลภะ(ความไม่อยากได้) เป็นต้น (สํ.นิ.อ. ๒/๑๘๑/๒๓๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๘๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามูลสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในมูลสูตรที่ ๒ เป็นต้น ดังต่อไปนี้.
บทว่า กุสลมูลํ ได้แก่ กุศลธรรม ๓ อย่างมีอโลภะเป็นต้น.
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สุกฺโก ธมฺโม ได้แก่ ปริยายเทศนาแห่งกุศลธรรมนั้นเอง.
ส่วนความสังเขปในข้อนี้ มีดังนี้
เทวทัตพึงเกิดบนสวรรค์หรือพึงบรรลุมรรคผลได้ เพราะธรรมที่ไม่มีโทษกล่าวคือกุศลมูลเป็นต้นยังไม่ขาด. แต่เทวทัตนั้นอาศัยการตัดขาดแห่งกุศลธรรมนั้น จึงขาดแล้ว จึงฉิบหายแล้ว.
จบอรรถกถามูลสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------