๑๐. อนาถปิณฑิกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ อนาถปิณฺฑิกสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อนาถปิณฑิกสูตรที่ ๑๐
เอกมนฺตํ ฐิโต โข อนาถปิณฺฑิโก เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ อิทํ หิตํ เชตวนํ อิสิสงฺฆนิเสวิตํ อาวุตฺถํ ธมฺมราเชน ปีติสญฺชนนํ มม กมฺมํ วิชฺชา จ ธมฺโม จ สีลํ ชีวิตมุตฺตมํ เอเตน มจฺจา สุชฺฌนฺติ น โคตฺเตน ธเนน วา ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน โยนิโส วิจิเน ธมฺมํ เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌติ สารีปุตฺโตว ปญฺญาย สีเลน อุปสเมน จ โยปิ ปารคโต ภิกฺขุ เอตาวปรโม สิยาติ ฯ อิทมโวจ อนาถปิณฺฑิโก เทวปุตฺโต อิทํ วตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ
อนาถบิณฑิกเทวบุตร ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ กล่าวคาถาเหล่านี้ ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า ก็พระเชตวันนี้นั้น อันหมู่แห่งท่านผู้แสวงคุณพำนักอยู่ พระธรรมราชาก็ประทับอยู่แล้ว เป็นที่ให้เกิดปีติแก่ข้า พระองค์ ฯ สัตว์ทั้งหลาย ย่อมบริสุทธิ์ด้วยส่วน ๕ นี้ คือ กรรม วิชชา ธรรม ศีล และชีวิตอันอุดม หาใช่บริสุทธิ์ด้วยโคตร หรือทรัพย์ไม่ ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ บุรุษผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ ของตน พึงเลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคายอย่างนี้ จึงจะบริสุทธิ์ ในธรรมนั้น พระสารีบุตรรูปเดียวเท่านั้น เป็นผู้ประเสริฐ ด้วยปัญญา ศีล และธรรมเครื่องสงบระงับ ภิกษุใดเป็นผู้ ถึงซึ่งฝั่ง ภิกษุนั้นก็มีท่านพระสารีบุตรนั้นเป็นอย่างเยี่ยม ฯ อนาถบิณฑิกเทวบุตร ครั้นได้กล่าวดังนี้แล้ว ก็ถวายบังคมพระผู้มี-*พระภาค ทำประทักษิณแล้วอันตรธานไปในที่นั้นเอง ฯ
อถ โข ภควา ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ภิกฺขู อามนฺเตสิ อิทํ ภิกฺขเว รตฺตึ อญฺญตโร เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ เอกมนฺตํ ฐิโต โข โส เทวปุตฺโต มม สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ อิทํ หิตํ เชตวนํ อิสิสงฺฆนิเสวิตํ อาวุตฺถํ ธมฺมราเชน ปีติสญฺชนนํ มม กมฺมํ วิชฺชา จ ธมฺโม จ สีลํ ชีวิตมุตฺตมํ เอเตน มจฺจา สุชฺฌนฺติ น โคตฺเตน ธเนน วา ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน โยนิโส วิจิเน ธมฺมํ เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌติ สารีปุตฺโตว ปญฺญาย สีเลน อุปสเมน จ โยปิ ปารคโต ภิกฺขุ เอตาวปรโม สิยาติ ฯ อิทมโวจ ภิกฺขเว โส เทวปุตฺโต อิทํ วตฺวา มํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค เมื่อล่วงราตรีนั้นแล้ว จึงตรัส เรียกภิกษุทั้งหลายมาว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้เทวบุตรองค์หนึ่ง เมื่อราตรีปฐมยามสิ้นไปแล้ว มีวรรณงามยิ่งนัก ยังวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้ามาหาเราถึงที่อยู่ ครั้นแล้ว ก็อภิวาทเราแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งเทวบุตรนั้น ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ในสำนักเราว่า ก็พระเชตวันนี้นั้น อันหมู่แห่งท่านผู้แสวงคุณพำนักอยู่ พระธรรมราชาก็ประทับอยู่แล้ว เป็นที่ให้เกิดปีติแก่ข้า พระองค์ ฯ สัตว์ทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ด้วยส่วน ๕ นี้ คือ กรรม วิชชา ธรรม ศีล และชีวิตอันอุดม หาใช่บริสุทธิ์ด้วยโคตรหรือ ทรัพย์ไม่ ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ บุรุษผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ ของตน พึงเลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคายอย่างนี้ จึงจะบริสุทธิ์ ในธรรมนั้น พระสารีบุตรรูปเดียวเท่านั้น เป็นผู้ประเสริฐ ด้วยปัญญา ศีล และธรรมเครื่องสงบระงับ ภิกษุใดเป็นผู้ ถึงซึ่งฝั่ง ภิกษุนั้นก็มีท่านพระสารีบุตรนั้นเป็นอย่างเยี่ยม ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เทวบุตรนั้นครั้นได้กล่าวดังนี้แล้ว ก็อภิวาทเรา ทำประทักษิณแล้ว อันตรธานไปในที่นั้นเอง ฯ
เอวํ วุตฺเต อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ โส หิ นูน ภนฺเต อนาถปิณฺฑิโก เทวปุตฺโต ภวิสฺสติ อนาถปิณฺฑิโก คหปติ อายสฺมนฺเต สารีปุตฺเต อภิปฺปสนฺโน อโหสีติ ฯ สาธุ สาธุ อานนฺท ยาวตกํ โข อานนฺท ตกฺกาย ปตฺตพฺพํ อนุปฺปตฺตํ ตยา อนาถปิณฺฑิโก หิ โส อานนฺท เทวปุตฺโตติ ฯ อนาถปิณฺฑิกวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ จนฺทิมโส จ เวณฺฑุ จ ทีฆลฏฺฐิ จ นนฺทโน จนฺทโน วาสุทตฺโต จ สุพฺรหฺมา กกุเธน จ อุตฺตโร นวโม วุตฺโต ทสโม อนาถปิณฺฑิโกติ ฯ ---------
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ท่านพระอานนท์ได้กราบ-*ทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เทวบุตรนั้นเห็นจะเป็นอนาถบิณฑิกเทวบุตรแน่ อนาถบิณฑิกคฤหบดีได้เลื่อมใสยิ่งนักในท่านพระสารีบุตร ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ถูกละๆ ดูกรอานนท์ ข้อที่จะพึงถึงด้วยการนึกคิดมีประมาณเพียงใดนั้น เธอถึงแล้ว ดูกรอานนท์ ก็เทวบุตรนั้นคือ อนาถบิณฑิกเทวบุตร ฯ จบ อนาถบิณฑิกวรรคที่ ๒ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรในอนาถบิณฑิกวรรคที่ ๒ นี้มี ๑๐ สูตร คือ จันทิมสสูตรที่ ๑ เวณฑุสูตรที่ ๒ ทีฆลัฏฐิสูตรที่ ๓ นันทนสูตรที่ ๔ จันทนสูตรที่ ๕วาสุทัตตสูตรที่ ๖ สุพรหมสูตรที่ ๗ กกุธสูตรที่ ๘ อุตตรสูตรที่ ๙ และอนาถบิณฑิกสูตรที่ ๑๐ ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๒. อนาถปิณฑิกวรรค ๑๐. อนาถปิณฑิกสูตร ๑๐. อนาถปิณฑิกสูตร ว่าด้วยอนาถบิณฑิกเทพบุตร
อนาถบิณฑิกเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า พระเชตวันนี้นั้นมีหมู่ฤาษีพำนักอยู่ พระผู้เป็นธรรมราชาก็ประทับอยู่ เป็นสถานที่ให้เกิดปีติแก่ข้าพระองค์ การงาน ๑ วิชชา ๑ ธรรม ๑ ศีล ๑ ชีวิตอันสูงสุด ๑ สัตว์ทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ด้วยธรรม ๕ ประการนี้ หาใช่บริสุทธิ์ด้วยโคตรหรือด้วยทรัพย์ไม่ เพราะเหตุนั้นแหละ คนฉลาดเมื่อเห็นประโยชน์ตน ควรเลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคายเถิด เพราะเมื่อเลือกเฟ้นเช่นนี้ ย่อมหมดจดได้ในธรรมเหล่านั้น พระสารีบุตรเท่านั้นเป็นผู้ยอดเยี่ยมกว่าภิกษุผู้ถึงฝั่ง ด้วยปัญญา ศีล และความสงบ อนาถบิณฑิกเทพบุตรได้กราบทูลดังนี้แล้ว ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค กระทำประทักษิณแล้วหายตัวไป ณ ที่นั้นเอง ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค เมื่อราตรีนั้นล่วงไปแล้ว รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เมื่อคืนนี้เทพบุตรองค์หนึ่งมีวรรณะงดงามยิ่งนัก เมื่อราตรีผ่านไป เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วพระเชตวัน เข้ามาหาเราถึงที่อยู่ อภิวาทเราแล้วยืนอยู่ณ ที่สมควร ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ในสำนักของเราว่า พระเชตวันนี้นั้นมีหมู่ฤาษีพำนักอยู่ พระผู้เป็นธรรมราชาก็ประทับอยู่ เป็นสถานที่ให้เกิดปีติแก่ข้าพระองค์ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาข้อ ๔๘ หน้า ๖๑-๖๒ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๐๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๒. อนาถปิณฑิกวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค การงาน ๑ วิชชา ๑ ธรรม ๑ ศีล ๑ ชีวิตอันสูงสุด ๑ สัตว์ทั้งหลายย่อมบริสุทธิ์ด้วยธรรม ๕ ประการนี้ หาใช่บริสุทธิ์ด้วยโคตรหรือด้วยทรัพย์ไม่ เพราะเหตุนั้นแหละ คนฉลาดเมื่อเห็นประโยชน์ตน ควรเลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคายเถิด เพราะเมื่อเลือกเฟ้นเช่นนี้ ย่อมหมดจดได้ในธรรมเหล่านั้น พระสารีบุตรเท่านั้นเป็นผู้ยอดเยี่ยมกว่าภิกษุผู้ถึงฝั่ง ด้วยปัญญา ศีล และความสงบ ภิกษุทั้งหลาย เทพบุตรนั้นได้กล่าวดังนี้ อภิวาทเรา กระทำประทักษิณแล้วหายตัวไป ณ ที่นั้นเอง” เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลพระผู้มี พระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เทพบุตรนั้นเห็นจะเป็นอนาถบิณฑิก-เทพบุตรแน่นอน อนาถบิณฑิกคหบดีได้เลื่อมใสยิ่งนักในท่านพระสารีบุตร” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ดีละ ดีละ อานนท์ เธอคิดถูกแล้ว เทพบุตรนั้นคืออนาถบิณฑิกเศรษฐีนั่นเอง” อนาถปิณฑิกสูตรที่ ๑๐ จบ อนาถปิณฑิกวรรคที่ ๒ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. จันทิมสสูตร ๒. เวณฑุสูตร ๓. ทีฆลัฏฐิสูตร ๔. นันทนสูตร ๕. จันทนสูตร ๖. วาสุทัตตสูตร ๗. สุพรหมสูตร ๘. กกุธสูตร ๙. อุตตรสูตร ๑๐. อนาถปิณฑิกสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๐๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอนาถปิณฑิกสูตรที่ ๑๐
ในอนาถบิณฑิกสูตรที่ ๑๐ พระสังคีติกาจารย์กล่าวว่า เทวบุตรองค์ใดองค์หนึ่ง ดังนี้ เพื่อประกาศความรู้โดยอนุมานของพระอานันทเถระ.
จบอรรถกถาอนาถปิณฑิกสูตรที่ ๑๐ จบอนาถบิณฑิกวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรในอนาถบิณฑิกวรรคที่ ๒ นี้มี ๑๐ สูตร คือ
๑. จันทิมสสูตร
๒. เวณฑุสูตร
๓. ทีฆลัฏฐิสูตร
๔. นันทนสูตร
๕. จันทนสูตร
๖. วาสุทัตตสูตร
๗. สุพรหมสูตร
๘. กกุธสูตร
๙. อุตตรสูตร
๑๐. อนาถปิณฑิกสูตร จบจุลปัณณาสก์. -----------------------------------------------------