พระราชบัญญัติส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย พ.ศ. ๒๕๕๑
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 60fff0b1… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ คณะกรรมการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยมาตรา ๕–๑๓ · 9 มาตรา
- หมวด ๒ การส่งเสริมโครงการศิลปะร่วมสมัยมาตรา ๑๔–๑๖ · 3 มาตรา
- หมวด ๓ กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยมาตรา ๑๗–๒๘ · 12 มาตรา
ปรารภ
พระราชบัญญัติ ส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย พ.ศ. ๒๕๕๑ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๓กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นปีที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๓ กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย
12 มาตรา- ๑๗
ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เรียกว่า “กองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน เกี่ยวกับการให้การอุดหนุนหรือให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ขอรับการส่งเสริม ตลอดจนการดำเนินการอื่นเกี่ยวกับ การส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยตามพระราชบัญญัตินี้
- ๑๘
กองทุนประกอบด้วย
(๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้
(๒) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี
(๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้
(๔) เงินที่ได้รับจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก
(๕) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนหรือที่กองทุนได้รับตามกฎหมาย
(๖) ดอกผลหรือรายได้ของกองทุน รวมทั้งผลประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา
(๗) เงินที่ได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนหรือที่ได้จากการจัดหารายได้
(๘) เงินตอบแทนที่ได้จากการให้การอุดหนุนหรือให้กู้ยืมเงินกองทุนไปลงทุนดำเนินงาน เงินตอบแทนตาม
(๘) ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการ
- ๑๙
เงินและดอกผลตามมาตรา ๑๘ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
- ๒๐
การบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเข้ากองทุน ให้ผู้บริจาคนำไปหักลดหย่อนหรือ ยกเว้นภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนด
- ๒๑
ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากบุคคลดังต่อไปนี้
(๑) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ เป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง
(๒) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเงิน การคลัง หรือกองทุน จำนวนสองคน เป็นกรรมการ
(๓) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะร่วมสมัย จำนวนสี่คน เป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็นรองประธานกรรมการ ให้ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็นกรรมการและเลขานุการกองทุน และให้แต่งตั้งข้าราชการในศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และแหล่งทุน อีกสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
- ๒๒
คณะกรรมการบริหารกองทุนมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันที่ ได้รับแต่งตั้ง และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗ วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับกับคณะกรรมการบริหารกองทุนโดยอนุโลม
- ๒๓
คณะกรรมการบริหารกองทุนมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณาอนุมัติโครงการที่ขอรับการส่งเสริมจากกองทุน
(๒) บริหารกองทุน รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์และการจัดการกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก
(๓) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อคณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการ กำหนด
- ๒๔
ในการพิจารณาโครงการ คณะกรรมการบริหารกองทุนอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับโครงการที่ขอรับ การส่งเสริมเป็นผู้ตรวจสอบกลั่นกรองโครงการและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริหารกองทุน เพื่อพิจารณาอนุมัติ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด การพิจารณาอนุมัติโครงการของคณะกรรมการบริหารกองทุนให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน สี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับโครงการ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นก็ให้ขยายได้ไม่เกินสิบห้าวัน ในกรณีที่ไม่ได้รับการส่งเสริม ให้ผู้ขอรับการส่งเสริมมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา ให้คณะกรรมการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาภายในสามสิบวัน คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ให้ถือเป็นที่สุด
- ๒๕
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจพิจารณาอนุมัติโครงการที่มีวงเงินไม่เกินสองแสนบาท ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด เมื่อผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติโครงการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รายงานคณะกรรมการบริหารกองทุน ทราบในการประชุมครั้งถัดไป
- ๒๖
ภายหลังได้รับแจ้งผลการพิจารณาอนุมัติโครงการแล้ว ผู้ได้รับการส่งเสริมที่ได้รับ เงินกู้ยืมจากกองทุนต้องทำสัญญาเป็นหนังสือกับคณะกรรมการบริหารกองทุน ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด ซึ่งต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) จำนวนเงินที่กู้ยืม
(๒) หลักประกัน ในกรณีที่เป็นการกู้ยืมเงินในจำนวนเกินกว่าที่คณะกรรมการบริหารกองทุน กำหนด
(๓) อัตราดอกเบี้ย
(๔) วิธีการและกำหนดเวลาในการชำระเงินกู้คืน
(๕) ผลประโยชน์ตอบแทนอื่นใด เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก
- ๒๗
ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบดุลและบัญชีทำการส่งผู้สอบบัญชี ตรวจสอบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี แล้วทำรายงานผลการสอบบัญชีของกองทุน เสนอต่อคณะกรรมการ
- ๒๘
ให้สำนักงานวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีอันถูกต้อง แยกตามประเภทส่วนงาน ที่สำคัญ มีสมุดบัญชีลงรายการแยกตามประเภทของสินทรัพย์ หนี้ ทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย ตามความเป็นจริง พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้น ๆ และให้มีการตรวจสอบบัญชี ภายในเป็นประจำ การบันทึกรายการในสมุดบัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๔ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ศิลปะร่วมสมัยมีส่วนในการสร้างสรรค์ และคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของชาติให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพราะผลงานทางศิลปะนอกจากจะทำให้เยาวชน ของชาติเกิดการเรียนรู้การเข้าถึงคุณค่าและสุนทรียภาพของศิลปะแล้วยังเป็นการพัฒนาและเสริมสร้าง คุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีคุณธรรมสร้างความสมานฉันท์และมีความสุขทางจิตใจโดยทางตรงหรือทางอ้อม ประกอบกับศิลปะร่วมสมัยเป็นทุนและพลังในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติให้ดีขึ้น ดังนั้น สมควรส่งเสริม ศิลปะร่วมสมัยโดยสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ ปลูกจิตสำนึก ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและ จัดตั้งกองทุนขึ้นโดยความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนผู้สร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/769ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNmE4YzlhYTYtZmZiYi00OWNkLWJjN2UtNDk5ZDQ5NDNmZTBjIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKowMDgxIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTUxLTQ04LiBLTE4LlBERiJ9.B0441NPV1Zy1mvIzaaat-nvRqI12_BKmU_M9stp-awc10 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:60fff0b12cc45e214000305b331ea92a9586c35c5fef752e274652848f330577ดึงเมื่อ 2026-08-23T15:31:26.974Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีฟอนต์ที่เทียบลำดับ glyph ได้ — ตรวจได้แค่ชนิด "ขาดรายการ" ไม่ครอบชนิด "มีรายการแต่ผิด""ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR