พระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๖๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๒46 มาตรา6 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 17 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 de9a187e… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ นโยบายและการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจมาตรา ๕ · 1 มาตรา
  2. หมวด ๒ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจมาตรา ๖–๒๑ · 16 มาตรา
  3. หมวด ๓ แผนพัฒนารัฐวิสาหกิจมาตรา ๒๒–๒๘ · 7 มาตรา
  4. หมวด ๔ การประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจมาตรา ๒๙–๓๒ · 4 มาตรา
  5. หมวด ๕ การกำกับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจมาตรา ๓๓–๔๐ · 8 มาตรา
  6. บทเฉพาะกาลมาตรา ๔๑–๔๖ · 6 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๗๙ พระราชบัญญัติ การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๒ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

    16 มาตรา
  2. ให้มีคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เรียกโดยย่อว่า “คนร.” ประกอบด้วย

    (๑) นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ

    (๒) รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายคนหนึ่ง เป็นรองประธานกรรมการ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๘๑

    (๓) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีอื่นซึ่งคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งจำนวนสองคน ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

    (๔) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนห้าคน ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และข้าราชการในสำนักงานซึ่งผู้อำนวยการแต่งตั้ง เป็นผู้ช่วยเลขานุการจำนวนไม่เกินสองคน

  3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้าม ดังต่อไปนี้ ก. คุณสมบัติ

    (๑) มีสัญชาติไทย

    (๒) มีความรู้และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลและบริหาร รัฐวิสาหกิจ ข. ลักษณะต้องห้าม

    (๑) เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

    (๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๓) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

    (๔) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่ เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

    (๕) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

    (๖) เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

    (๗) เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำของราชการ ส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

    (๘) เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของรัฐวิสาหกิจ

    (๙) เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของนิติบุคคลที่รัฐวิสาหกิจถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ ยี่สิบห้าขึ้นไป เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๘๒

  4. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและยังมิได้แต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) แทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ถือว่า คนร. ประกอบด้วยกรรมการ ทั้งหมดเท่าที่เหลืออยู่ และให้ คนร. ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เมื่อตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) ว่างลงก่อนครบวาระ ให้แต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) ภายในเก้าสิบวัน เว้นแต่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เหลืออยู่ ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) แทนก็ได้ และให้ผู้ได้รับ แต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) ขึ้นใหม่ภายในเก้าสิบวัน หากยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๖

    (๔) ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

  5. นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออกตามข้อเสนอแนะของ คนร. เนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่ หรือมีความประพฤติ เสื่อมเสีย หรือบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง โดยต้องแสดงเหตุผลในการให้ออกอย่างชัดแจ้ง

    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๗

  6. ๑๐

    ให้ คนร. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) จัดทำแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

    (๒) เสนอแนะและให้คำปรึกษาต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางการกำกับดูแล และบริหารรัฐวิสาหกิจ และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๘๓

    (๓) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการกำกับดูแลให้หน่วยงานของรัฐหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจ

    (๔) กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังในรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทจำกัดหรือ บริษัทมหาชนจำกัด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

    (๕) กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสร้างแรงจูงใจแก่รัฐวิสาหกิจ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

    (๖) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดมาตรการและการจัดสรรเงินชดเชยให้แก่ รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้แผนพัฒนารัฐวิสาหกิจตามมาตรา ๒๘

    (๗) กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจตามมาตรา ๒๙

    (๘) กำหนดแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจตามมาตรา ๓๓

    (๙) แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจตามมาตรา ๓๔

    (๑๐) กำกับดูแลกระทรวงเจ้าสังกัดให้ติดตามรัฐวิสาหกิจในกำกับดำเนินการตามแผนพัฒนา รัฐวิสาหกิจ

    (๑๑) เสนอแนะให้มีการตราหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ รัฐวิสาหกิจต่อคณะรัฐมนตรี

    (๑๒) ออกประกาศเพื่อกำหนดแนวทางหรือหลักเกณฑ์ ตลอดจนวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัตินี้

    (๑๓) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของ คนร. หรือตามที่ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

  7. ๑๑

    การประชุม คนร. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน กรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุม คนร. ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธาน กรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้เลื่อนการประชุม ในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียโดยตรงหรือโดยอ้อมในเรื่องที่ คนร. พิจารณา ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้นั้นแจ้งให้ที่ประชุมทราบและให้ที่ประชุมพิจารณาว่ากรรมการผู้นั้น สมควรจะอยู่ในที่ประชุมหรือมีมติในการประชุมเรื่องนั้นได้หรือไม่ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๘๔ การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

  8. ๑๒

    คนร. มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใด อย่างหนึ่งตามที่ คนร. มอบหมาย การประชุมคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะอนุกรรมการ ถ้าประธานอนุกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อนุกรรมการที่มาประชุมเลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก อนุกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

  9. ๑๓

    ในกรณีที่ต้องมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) ให้รัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาและคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว ประกอบด้วย

    (๑) บุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวง พลังงาน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ หรือผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวนห้าคน

    (๒) บุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย หรือประธานสมาคมธนาคารไทย จำนวนสองคน บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามวรรคหนึ่ง

    (๑) ให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย กรรมการคัดเลือกตามวรรคหนึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียที่ขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ในขณะที่ได้รับการแต่งตั้ง และในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ให้คณะกรรมการคัดเลือกตามวรรคหนึ่งพิจารณาเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการ คัดเลือก เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๘๕ ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการคัดเลือก ให้กรรมการคัดเลือกได้รับค่าตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด และให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายใน การดำเนินงานของสำนักงาน

  10. ๑๔

    ให้คณะกรรมการคัดเลือกออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง โดยระเบียบดังกล่าวอย่างน้อยต้องกำหนดให้ผู้เข้ารับการคัดเลือกแสดงข้อมูล เกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ระเบียบตามวรรคหนึ่ง ให้เปิดเผยต่อสาธารณชน และให้มีผลใช้บังคับต่อไป แม้คณะกรรมการ คัดเลือกที่กำหนดระเบียบดังกล่าวจะพ้นจากตำแหน่งแล้ว การแก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิก หรือปรับปรุงระเบียบตามวรรคหนึ่งจะกระทำได้ก็แต่โดยคณะกรรมการ คัดเลือกมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด

  11. ๑๕

    การประชุมคณะกรรมการคัดเลือกต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าสองในสาม ของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก ถ้าประธานกรรมการคัดเลือกไม่มาประชุมหรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

  12. ๑๖

    เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาคัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) แล้ว ให้เสนอรายชื่อต่อรัฐมนตรีพร้อมเหตุผลการคัดเลือก เพื่อเสนอ คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ทั้งนี้ ให้เสนอเหตุผลการคัดเลือกของกรรมการคัดเลือกแต่ละคนเพื่อประกอบ การพิจารณาแต่งตั้งด้วย

  13. ๑๗

    เมื่อแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๖

    (๔) ที่เสนอตามมาตรา ๑๖ แล้ว ให้คณะกรรมการคัดเลือกทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันถัดจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ

  14. ๑๘

    ให้สำนักงานมีหน้าที่และอำนาจกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจและรับผิดชอบเกี่ยวกับ กิจการทั่วไปของ คนร. และให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๘๖

    (๑) ศึกษา ตรวจสอบ และวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน สถานะทางการเงินและภารกิจของ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนติดตามและจัดทำผลการดำเนินการตามแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจของรัฐวิสาหกิจ

    (๒) ศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะการกำหนดมาตรการและการจัดสรรเงินชดเชยให้แก่ รัฐวิสาหกิจตามมาตรา ๒๘

    (๓) ประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจตามมาตรา ๓๐

    (๔) เสนอแนะแนวทางการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสร้างแรงจูงใจแก่รัฐวิสาหกิจต่อ คนร. เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

    (๕) กำหนดทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และสมรรถนะหลักของกรรมการรัฐวิสาหกิจ ตามมาตรา ๓๖ (๒)

    (๖) ให้คำปรึกษา เสนอแนะ และให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการเกี่ยวกับการบริหารและพัฒนา องค์กรแก่รัฐวิสาหกิจ

    (๗) ส่งเสริมการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและประสิทธิภาพในการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

    (๘) เสนอแนะต่อ คนร. ให้มีการตรา แก้ไข เพิ่มเติม ยกเลิก หรือปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจให้เหมาะสมและสอดคล้องต่อการพัฒนาประเทศ

    (๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน หรือตามที่ คณะรัฐมนตรี หรือ คนร. มอบหมาย

  15. ๑๙

    เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ให้มีที่ปรึกษาหรือคณะที่ปรึกษา ประกอบด้วยบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารรัฐวิสาหกิจหรือ การบริหารธุรกิจ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่ คนร. หรือสำนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ ตามพระราชบัญญัตินี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของที่ปรึกษาหรือคณะที่ปรึกษาต้องกำหนดเป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์ และ ระยะเวลาของการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวไว้ให้ชัดเจน หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม องค์ประกอบและวิธีการปฏิบัติ หน้าที่ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของที่ปรึกษาหรือคณะที่ปรึกษา ให้เป็นไป ตามระเบียบที่ คนร. กำหนด เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา้ ๘๗

  16. ๒๐

    ให้กรรมการใน คนร. อนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๑๒ และ ที่ปรึกษาตามมาตรา ๑๙ ได้รับค่าตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

  17. ๒๑

    ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งคำชี้แจง เอกสาร และข้อมูลประกอบการพิจารณาเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/441ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNWFmZTRmZjAtYWFmOS00NTA0LTk3N2MtNmNlYTM5NjdhYWU3IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTg1IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTYyLTY34LiBLTc5LlBERiJ9.pfVYPJmleRgvpHaCkHuuA-3eBUsCNQhM-5W8zflRzes17 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:de9a187ef00d9877baf8c42b9e347986774c9079e66c7386fb37ffab037c54cbดึงเมื่อ 2026-08-23T15:15:53.544Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR