พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๒70 มาตรา13 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 29 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 2822be30… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๖–๑๑ · 6 มาตรา
  2. หมวด ๒ แผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนมาตรา ๑๒ · 1 มาตรา
  3. หมวด ๓ คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนมาตรา ๑๓–๒๑ · 9 มาตรา
  4. หมวด ๔ การจัดทำและดำเนินโครงการมาตรา ๒๒–๔๙ · 28 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๑ การเสนอโครงการมาตรา ๒๒–๓๑ · 10 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๒ การคัดเลือกเอกชนมาตรา ๓๒–๔๒ · 11 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๓ การกำกับดูแลโครงการร่วมลงทุนมาตรา ๔๓–๔๕ · 3 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๔ การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนและการทำสัญญาใหม่มาตรา ๔๖–๔๙ · 4 มาตรา
  9. หมวด ๕ การใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะมาตรา ๕๐ · 1 มาตรา
  10. หมวด ๖ กองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนมาตรา ๕๑–๕๙ · 9 มาตรา
  11. หมวด ๗ บทเบ็ดเตล็ดมาตรา ๖๐–๖๒ · 3 มาตรา
  12. หมวด ๘ บทกำหนดโทษมาตรา ๖๓ · 1 มาตรา
  13. บทเฉพาะกาลมาตรา ๖๔–๗๐ · 7 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๙ ก หนา้ ๑ พระราชบัญญัติ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้ การคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในโครงการลงทุนของรัฐ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจาก การมีส่วนได้เสียในการดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนตามพระราชบัญญัตินี้ อันจะเป็นประโยชน์ ต่อสาธารณะในการได้รับการบริการของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับ เงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๙ ก หนา้ ๒

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๖ กองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

    9 มาตรา
  2. ๕๑

    ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกระทรวงการคลังเรียกว่า “กองทุนส่งเสริม การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

  3. ๕๒

    กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

    (๑) เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา ๖๖

    (๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล

    (๓) ค่าธรรมเนียมการขายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และค่าธรรมเนียมการประเมิน ข้อเสนอ

    (๔) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการดำเนินงานของกองทุน

    (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้กองทุน

    (๖) ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน เงินและทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเข้ากองทุนโดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

  4. ๕๓

    เงินของกองทุนให้นำไปใช้จ่ายได้เท่าที่จำเป็นในกรณี ดังต่อไปนี้

    (๑) การว่าจ้างที่ปรึกษาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้

    (๒) การพัฒนาฐานข้อมูลและองค์ความรู้ และการเผยแพร่ อบรม ให้ความรู้ และให้คำแนะนำ เกี่ยวกับการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

    (๓) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๙ ก หนา้ ๒๔

  5. ๕๔

    การว่าจ้างที่ปรึกษาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หากหน่วยงานเจ้าของ โครงการไม่สามารถใช้เงินของหน่วยงานได้ หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจขอรับจัดสรรเงินจากกองทุน เพื่อเป็นค่าจ้างที่ปรึกษาได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการที่ได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนนำส่งเงินค่าธรรมเนียมการขาย เอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอ เข้ากองทุนตามที่คณะกรรมการ กองทุนกำหนด

  6. ๕๕

    เงินของกองทุนให้นำฝากกระทรวงการคลังหรือธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามที่ คณะกรรมการกองทุนกำหนด

  7. ๕๖

    ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชน” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และอธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เป็นกรรมการและเลขานุการ และข้าราชการในสำนักงานที่ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจแต่งตั้งหนึ่งคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ และให้สำนักงานรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการกองทุน

  8. ๕๗

    คณะกรรมการกองทุนมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) กำกับดูแลการบริหารจัดการกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

    (๒) กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขอรับจัดสรรเงินจากกองทุน

    (๓) พิจารณาอนุมัติการใช้เงินกองทุนตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้

    (๔) ออกระเบียบหรือคำสั่งเกี่ยวกับการบริหารกิจการของกองทุน หลักเกณฑ์และวิธีการ ในการเก็บรักษา รับและจ่ายเงินของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน

    (๕) รายงานผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของกองทุนต่อคณะกรรมการอย่างน้อย ปีละหนึ่งครั้ง เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๒๙ ก หนา้ ๒๕

    (๖) จัดทำรายงานการเงินประจำปี เพื่อเสนอสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบภายใน เก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี และส่งรายงานการเงินที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบแล้ว พร้อมกับรายงานการสอบบัญชีต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป

  9. ๕๘

    ให้นำความในมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม

  10. ๕๙

    ปีบัญชีของกองทุนให้ถือตามปีงบประมาณ และการบัญชีของกองทุนให้จัดทำ ตามมาตรฐานการบัญชีสำหรับหน่วยงานภาครัฐตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/438ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNzFhYzFhY2MtYzJhZC00MDI0LWFlZjQtZDA5N2E3MjBlZjdmIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTc1IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTYyLTI54LiBLTEuUERGIn0.zD_yj2Mt0yxcMn1XTQ59vq3HSOvmw5nloq68CkrN4X829 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:2822be305a997c4b3c9b360394e44b8533270d9a100fba9150f0d04a6a344454ดึงเมื่อ 2026-08-23T15:15:49.879Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR