พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๐262 มาตรา31 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 56 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 4da2c8ba… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๖–๑๒ · 7 มาตรา
  2. หมวด ๒ การจัดเก็บอากรมาตรา ๑๓–๔๙ · 37 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๑ การเสียอากรมาตรา ๑๓–๑๘ · 6 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๒ การประเมินอากรมาตรา ๑๙–๒๔ · 6 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๓ การคืนอากรมาตรา ๒๕–๓๑ · 7 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๔ การวินิจฉัยอากรและการอุทธรณ์การประเมินอากรมาตรา ๓๒–๔๙ · 18 มาตรา
  7. หมวด ๓ การนำของเข้าและการส่งของออกมาตรา ๕๐–๑๐๑ · 52 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๑ การนำของเข้าและการส่งของออกทางทะเลมาตรา ๖๔–๘๕ · 22 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๒ การนำของเข้าและการส่งของออกทางบกมาตรา ๘๖–๙๑ · 6 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๓ การนำของเข้าและการส่งของออกทางอากาศมาตรา ๙๒–๙๘ · 7 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๔ ตัวแทนมาตรา ๙๙–๑๐๑ · 3 มาตรา
  12. หมวด ๔ การผ่านแดน การถ่ายลำ และของตกค้างมาตรา ๑๐๒–๑๑๐ · 9 มาตรา
  13. ส่วนที่ ๑ การผ่านแดนและการถ่ายลำมาตรา ๑๐๒–๑๐๖ · 5 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๒ ของตกค้างมาตรา ๑๐๗–๑๑๐ · 4 มาตรา
  15. หมวด ๕ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง และท่าเรือรับอนุญาตมาตรา ๑๑๑–๑๓๕ · 25 มาตรา
  16. ส่วนที่ ๑ การจัดตั้งมาตรา ๑๑๑–๑๑๕ · 5 มาตรา
  17. ส่วนที่ ๒ การดำเนินการมาตรา ๑๑๖–๑๓๑ · 16 มาตรา
  18. ส่วนที่ ๓ การพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตมาตรา ๑๓๒–๑๓๕ · 4 มาตรา
  19. หมวด ๖ เขตปลอดอากรมาตรา ๑๓๖–๑๕๖ · 21 มาตรา
  20. ส่วนที่ ๑ การจัดตั้งเขตปลอดอากรมาตรา ๑๓๖–๑๔๕ · 10 มาตรา
  21. ส่วนที่ ๒ การขออนุญาตประกอบกิจการในเขตปลอดอากรมาตรา ๑๔๖–๑๕๐ · 5 มาตรา
  22. ส่วนที่ ๓ สิทธิประโยชน์ในเขตปลอดอากรมาตรา ๑๕๑–๑๕๖ · 6 มาตรา
  23. หมวด ๗ พนักงานศุลกากรมาตรา ๑๕๗–๑๗๔ · 18 มาตรา
  24. หมวด ๘ อำนาจทางศุลกากรในพื้นที่เฉพาะมาตรา ๑๗๕–๒๐๑ · 27 มาตรา
  25. ส่วนที่ ๑ เขตควบคุมศุลกากรมาตรา ๑๗๕–๑๗๗ · 3 มาตรา
  26. ส่วนที่ ๒ พื้นที่ควบคุมร่วมกันมาตรา ๑๗๘–๑๘๓ · 6 มาตรา
  27. ส่วนที่ ๓ การค้าชายฝั่งมาตรา ๑๘๔–๑๘๗ · 4 มาตรา
  28. ส่วนที่ ๔ เขตต่อเนื่องมาตรา ๑๘๘–๑๙๑ · 4 มาตรา
  29. ส่วนที่ ๕ พื้นที่พัฒนาร่วมมาตรา ๑๙๒–๒๐๑ · 10 มาตรา
  30. หมวด ๙ บทกำหนดโทษมาตรา ๒๐๒–๒๕๗ · 56 มาตรา
  31. บทเฉพาะกาลมาตรา ๒๕๘–๒๖๒ · 5 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยศุลกากร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๓ การคืนอากร

    7 มาตรา
  2. ๒๕

    ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการเสียอากรไว้เกินจำนวนที่ต้องเสีย ให้ดำเนินการอย่างใด อย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    (๑) ให้อธิบดีมีอำนาจคืนอากรส่วนที่เสียไว้เกินเฉพาะในเหตุที่ได้คำนวณอากรผิดโดยไม่ต้องมี คำร้องขอคืนอากร แต่มิให้สั่งคืนเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ได้นำของเข้ามาในหรือส่งออกไป นอกราชอาณาจักร หรือ

    (๒) ให้ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนอากรภายในกำหนดสามปีนับแต่ วันที่นำของเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี ประกาศกำหนด เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๕๓ ก

  3. ๒๖

    ในกรณีที่ได้เสียอากรเพื่อส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว แต่มิได้ส่งของนั้น ออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ผู้ส่งของออกมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนอากรภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ พนักงานศุลกากรได้รับใบขนสินค้าแล้ว การยื่นคำร้องขอคืนอากรและการคืนอากรตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  4. ๒๗

    ในกรณีที่ต้องคืนอากรหรือเงินประกันค่าอากรเพราะเหตุที่ได้เรียกไว้เกินจำนวน อันพึงต้องเสียหรือเสียเพิ่ม ให้คืนเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยอีกร้อยละศูนย์จุดหกสองห้าต่อเดือนของจำนวนเงิน ที่ต้องคืนโดยไม่คิดทบต้นนับแต่วันที่ได้เสียอากรหรือวางเงินประกันอากรครั้งสุดท้ายจนถึงวันที่มีการอนุมัติ ให้จ่ายคืน ในกรณีที่ได้เปลี่ยนการวางประกันอย่างอื่นเป็นการวางเงินประกันภายหลังจากที่ได้นำของออกไปจาก อารักขาของศุลกากรหรือส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว ให้คำนวณดอกเบี้ยสำหรับจำนวนเงินประกัน ที่ต้องคืนนับแต่วันที่วางเงินประกันครั้งสุดท้ายแทนการวางประกันจนถึงวันที่อนุมัติให้จ่ายคืน ดอกเบี้ยที่จ่ายตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มิให้เกินจำนวนเงินอากรหรือเงินประกันค่าอากร ที่ต้องคืน ในการคำนวณดอกเบี้ยตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดือน และดอกเบี้ย ที่ต้องจ่ายนี้ให้ถือเป็นอากรที่ต้องจ่ายคืน

  5. ๒๘

    ผู้นำของเข้ามาในราชอาณาจักรและเสียอากรแล้ว หากส่งของนั้นกลับออกไป นอกราชอาณาจักร หรือส่งไปเป็นของใช้สิ้นเปลืองในเรือหรืออากาศยานที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ให้มีสิทธิขอคืนอากรขาเข้าสำหรับของนั้นเก้าในสิบส่วนหรือส่วนที่เกินหนึ่งพันบาทของจำนวนที่ได้เรียกเก็บไว้ โดยคำนวณตามใบขนสินค้าขาออกแต่ละฉบับ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

    (๑) ต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นของรายเดียวกันกับที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร

    (๒) ต้องไม่นำของนั้นไปใช้ประโยชน์ในระหว่างที่อยู่ในราชอาณาจักร เว้นแต่การใช้ประโยชน์ เพื่อส่งของนั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักร และมิได้เปลี่ยนแปลงสภาพหรือลักษณะแห่งของนั้น

    (๓) ได้ส่งของนั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักรภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่นำของนั้น เข้ามาในราชอาณาจักร และ

    (๔) ต้องขอคืนอากรภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ส่งของนั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักร การขอคืนอากร การพิสูจน์ของ การส่งของกลับออกไป และการคืนอากร ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  6. ๒๙

    ผู้นำของเข้ามาในราชอาณาจักรและเสียอากรแล้ว เพื่อใช้สำหรับผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด หากส่งของที่ได้จากการดำเนินการดังกล่าวออกไป นอกราชอาณาจักร หรือส่งไปเป็นของใช้สิ้นเปลืองในเรือหรืออากาศยานที่เดินทางออกไป นอกราชอาณาจักร ให้มีสิทธิขอคืนอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรนั้น ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๕๓ ก

    (๑) ต้องพิสูจน์ได้ว่าได้ผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดด้วยของที่นำเข้ามา ในราชอาณาจักร

    (๒) ต้องพิสูจน์ได้ว่าของที่นำไปใช้ในการผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการ ด้วยวิธีอื่นใดนั้นมีปริมาณไม่เกินที่อธิบดีประกาศกำหนด

    (๓) ได้ส่งของที่ได้จากการผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดนั้นออกไป นอกราชอาณาจักรภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่นำของที่ใช้ในการผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือ ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดเข้ามาในราชอาณาจักร เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่อาจส่งของดังกล่าวออกไป ภายในกำหนดหนึ่งปี ให้อธิบดีขยายระยะเวลาได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือน และ

    (๔) ต้องขอคืนอากรภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร เว้นแต่อธิบดีจะขยายระยะเวลาให้แต่ต้องไม่เกินหกเดือน การขอคืนอากร การพิสูจน์ของ การส่งของออกไป และการคืนอากร ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  7. ๓๐

    ผู้นำของเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้สำหรับผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใดตามมาตรา ๒๙ เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรหรือส่งไปเป็นของใช้สิ้นเปลือง ในเรือหรืออากาศยานที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร อาจร้องขอต่ออธิบดีวางประกันอย่างหนึ่งอย่างใด แทนการเสียอากรขาเข้า ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด การคืนประกันที่ผู้นำของเข้าได้วางไว้แทนการเสียอากรตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

  8. ๓๑

    การโอนของที่ได้จากการผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด ตามมาตรา ๒๙ เข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือจำหน่ายให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมาย ว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรหรือกฎหมายอื่น ให้ถือว่าเป็นการส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร และเป็น การส่งของออกสำเร็จในเวลาที่โอนหรือจำหน่ายของนั้น ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับกับการคืนอากรหรือประกันอย่างอื่นแก่ผู้นำของเข้าโดยอนุโลม การรับของที่ได้โอนหรือจำหน่ายตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการนำเข้ามาในราชอาณาจักร นับแต่เวลาที่ได้โอนหรือจำหน่ายของนั้น และให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับการนำของเข้ามาใช้บังคับ โดยอนุโลม การโอนของเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บน การจำหน่ายของแก่ผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นอากร และ การรับของดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๕๓ ก

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/435ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMmQ3YjIyY2ItMWEzZi00OTE3LTgxYTctZGQ4OWZhZWYwZTBkIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKgwMDAxIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTYwLTUz4LiBLTI2LlBERiJ9.5CJHdAXc_NT6pvhaxewO-SWxlwFJSvv4YvvVGoHBqxI56 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:4da2c8ba4417cf7c190ddb6a044ea8354cbd4e960ebdefe330299bd0c7a2193eดึงเมื่อ 2026-08-23T15:15:39.092Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR