พระราชบัญญัติการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. ๒๕๖๐

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๐38 มาตรา5 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 11 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 d1bb20db… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศมาตรา ๕–๑๕ · 11 มาตรา
  2. หมวด ๒ การสรรหาและเจรจา และการให้การส่งเสริมมาตรา ๑๖–๒๒ · 7 มาตรา
  3. หมวด ๓ สิทธิและประโยชน์มาตรา ๒๓–๒๗ · 5 มาตรา
  4. หมวด ๔ กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายมาตรา ๒๘–๓๗ · 10 มาตรา
  5. บทเฉพาะกาลมาตรา ๓๘ · 1 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นปีที่ ๒ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๑ คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

    11 มาตรา
  2. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย” ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กรรมการ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นกรรมการ ให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงาน จำนวนสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

  3. คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ รวมทั้งจัดทำแผนเกี่ยวกับการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย

    (๒) ประกาศกำหนดประเภทอุตสาหกรรมเป้าหมาย และลักษณะของกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๑๙ ก

    (๓) กำหนดกรอบแนวทางในการสรรหาและเจรจากับผู้ประกอบกิจการเพื่อให้มีการลงทุน ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

    (๔) ประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้สิทธิและประโยชน์ ตามพระราชบัญญัตินี้

    (๕) อนุมัติให้ผู้ขอรับการส่งเสริมได้รับสิทธิและประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งกำหนด เงื่อนไขให้ผู้ได้รับการส่งเสริมแต่ละรายต้องปฏิบัติ

    (๖) อนุมัติการจ่ายเงินสนับสนุนจากกองทุน

    (๗) เพิกถอนการให้สิทธิและประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้

    (๘) ออกระเบียบเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินของกองทุน

    (๙) ประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน รวมทั้งประเมินความคุ้มค่าในการให้สิทธิและ ประโยชน์แก่ผู้ได้รับการส่งเสริมพร้อมทั้งรายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี

    (๑๐) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบาย หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

  4. การประชุมคณะกรรมการนโยบายต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการนโยบาย ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม หากรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

  5. ให้มีคณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจาคณะหนึ่ง ประกอบด้วยรองประธาน กรรมการนโยบาย เป็นประธานอนุกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้แทน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นอนุกรรมการ ให้เลขาธิการเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และให้เลขาธิการ แต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานจำนวนหนึ่งคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

  6. คณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจามีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) ดำเนินการสรรหาและเจรจากับผู้ประกอบกิจการเพื่อให้มีการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามกรอบแนวทางในการสรรหาและเจรจาที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๑๙ ก

    (๒) เสนอบันทึกสรุปผลการเจรจาต่อคณะกรรมการนโยบาย เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ผู้ขอรับการส่งเสริม ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้

    (๓) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามที่คณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจามอบหมาย

    (๔) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการนโยบายมอบหมาย

  7. ๑๐

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการนโยบายจะมอบอำนาจ ให้สำนักงานกระทำการใดๆ แทน หรือแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อให้กระทำการใด ๆ ตามที่มอบหมาย หรือเรียกบุคคลใดซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำ หรือความเห็นก็ได้ เมื่อสำนักงานหรือคณะอนุกรรมการได้กระทำการไปแล้วตามวรรคหนึ่งต้องรายงานให้ คณะกรรมการนโยบายทราบด้วย

  8. ๑๑

    การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  9. ๑๒

    ให้สำนักงานทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการนโยบาย โดยให้มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม และกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานของ คณะกรรมการนโยบาย คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน

    (๒) ติดตามและตรวจสอบกิจการของผู้ได้รับการส่งเสริม

    (๓) รายงานผลการติดตามและตรวจสอบกิจการของผู้ได้รับการส่งเสริมเพื่อเสนอ คณะกรรมการนโยบายพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินสนับสนุนจากกองทุน

    (๔) รายงานสภาพปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการของผู้ได้รับการส่งเสริมต่อ คณะกรรมการนโยบายเพื่อพิจารณาผ่อนผันเงื่อนไขตามบัตรส่งเสริม

    (๕) ศึกษาและวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายกำหนด ประเภทอุตสาหกรรมที่สมควรให้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายตามพระราชบัญญัตินี้

    (๖) ศึกษาและวิเคราะห์แนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายของ ต่างประเทศเพื่อเป็นข้อมูลในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบาย คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน

    (๗) เก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำสถิติเกี่ยวกับผู้ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

    (๘) ประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน รวมทั้งประเมินความคุ้มค่าในการให้สิทธิและ ประโยชน์แก่ผู้ได้รับการส่งเสริม พร้อมทั้งรายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อคณะกรรมการนโยบาย

    (๙) ประสานงานและร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานเอกชน ในการดำเนินงานตามพระราชบัญญัตินี้

    (๑๐) รับเงิน จ่ายเงิน และเก็บรักษาเงินของกองทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด

    (๑๑) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการนโยบาย คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานมอบหมาย เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๑๙ ก

  10. ๑๓

    ในกรณีที่จะต้องมีการตรวจสอบ และประเมินผลกิจการในอุตสาหกรรม เป้าหมายที่ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ สำนักงานอาจมอบหมายให้บุคคลใด เป็นผู้ดำเนินการแทนและจัดทำรายงานผลการดำเนินการเสนอต่อสำนักงานได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด

  11. ๑๔

    ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานประกอบการของผู้ได้รับการส่งเสริม ในระหว่างเวลาทำการเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงหรือเพื่อตรวจสอบเอกสารหรือสิ่งของใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการ ในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้จากบุคคลซึ่งอยู่ในสถานที่นั้นได้ ตามความจำเป็น ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะเข้าไปในสถานที่ตามวรรคหนึ่ง ถ้าไม่เป็นการเร่งด่วน ต้องแจ้ง เป็นหนังสือให้ผู้ได้รับการส่งเสริมทราบล่วงหน้าตามสมควร

  12. ๑๕

    ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัว ต่อบุคคลซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/262ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZTZmZDEzOGUtNGIzNS00ZjY0LWI4MzQtMDA2YjI2MmQ3NDg0IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTYzIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTYwLTE54LiBLTEuUERGIn0.JwlHa9-Vx7DIJgILjZhdlbDKQJXP49wAMj82m40LBFs11 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:d1bb20dbf829b3fe04da4bce62c5e4967eba40b4da378255ec700fa0e26b023cดึงเมื่อ 2026-08-23T15:08:35.735Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR