พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก พ.ศ. ๒๕๕๐

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๐๔35 มาตราต้นฉบับ PDF · 21 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 692a969b… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

พระราชบัญญัติ คุ้มครองการดำเนินงานขององค์การความร่วมมือ ด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก พ.ศ. ๒๕๕๐ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒๙ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นปีที่ ๖๒ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การความร่วมมือด้านอวกาศ แห่งเอเชียแปซิฟิก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การ ความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก พ.ศ. ๒๕๕๐” มาตรา ๒พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๕ ก “อนุสัญญา” หมายความว่า อนุสัญญาว่าด้วยองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชีย แปซิฟิกซึ่งรัฐบาลแห่งประเทศไทยได้ลงนามเมื่อวันที่ ๒๘ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ “องค์การ” หมายความว่า องค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิกที่จัดตั้งขึ้นตาม อนุสัญญา “บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่” หมายความว่า คณะมนตรีขององค์การ เลขาธิการขององค์การ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการขององค์การ และผู้เชี่ยวชาญขององค์การ มาตรา ๔ เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยขององค์การให้บรรลุผลตามความมุ่ง ประสงค์ (๑) ให้ยอมรับนับถือว่าองค์การเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย (๒) ให้องค์การ บุคคลในคณะเจ้าหน้าที่ และผู้แทนรัฐสมาชิกแต่ละประเทศขององค์การ ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเท่าที่จำเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ขององค์การหรือการปฏิบัติภารกิจ เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ขององค์การเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การดังคำแปลอนุสัญญาท้าย พระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่รัฐบาลแห่งประเทศไทยจะได้ทำความตกลงต่อไปกับองค์การในเรื่อง เอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นเดียวกับที่รัฐบาลแห่งประเทศไทยได้ให้แก่ทบวงการชำนัญพิเศษขององค์การ สหประชาชาติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษ ในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี อนุสัญญาว่าด้วยองค์การความร่วมมือ ด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก อนุสัญญาว่าด้วยองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก รัฐภาคีแห่งอนุสัญญาฉบับนี้ ยอมรับ ความสำคัญของการแสวงประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศทางสันติเพื่อส่งเสริมการ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อความรุ่งเรืองร่วมกันใน ภูมิภาคนี้ ปรารถนาที่จะกระชับความร่วมมือพหุภาคีระหว่างประเทศต่าง ๆในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในสาขาอวกาศบนพื้นฐานแห่งการประยุกต์ใช้ประโยชน์โดยสันติจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อวกาศ ตระหนักถึง ความเป็นจริงในความมหาศาลของทรัพยากรทางวิชาการ การเงิน และบุคคลที่ จำเป็นต่อการพัฒนาเพื่อประยุกต์ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศ มีถึงขนาด ที่ควรจะรวมทรัพยากรต่างๆของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเข้าด้วยกันเพื่อดำเนิน กิจกรรมเหล่านั้น ยอมรับว่า อนุสัญญาฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐสมาชิกแห่งภูมิภาคในความร่วมมือพหุภาคีใน ด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ เทคโนโลยีอวกาศรวมทั้งการประยุกต์ใช้ประโยชน์อย่างสันติโดยให้มี การนำทรัพยากรด้านเทคโนโลยี การเงินและบุคคลมารวมกัน เพื่อที่จะทำให้รัฐสมาชิกสามารถ ร่วมกันพัฒนาในส่วนของโครงการ/ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาขาต่าง ๆเหล่านั้น เชื่อว่า การจัดตั้งองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก ที่เป็นอิสระเพื่อความ ร่วมมือพหุภาคีของภูมิภาคในการประยุกต์ใช้ประโยชน์โดยสันติจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อวกาศซึ่งอยู่บนพื้นฐานแห่งการใช้ประโยชน์อวกาศโดยสันติ หลักแห่งผลประโยชน์ร่วมกันและ การเสริมซึ่งกันและกัน รวมทั้งการหารือและการพัฒนาด้วยความเทียมกัน จะปรับปรุงสมรรถนะ ของรัฐสมาชิกให้มีประสิทธิภาพในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศและการประยุกต์ใช้ ประโยชน์โดยสันติ และจะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและสังคมต่อรัฐสมาชิกแต่ละรัฐมาก ขึ้น ได้ตกลงกันดังต่อไปนี้ 2 บทที่ ๑ เรื่องทั่วไป

  1. มาตรา
  2. มาตรา
  3. มาตรา
  4. มาตรา
  5. มาตรา
  6. มาตรา
  7. มาตรา
  8. มาตรา
  9. มาตรา
  10. มาตรา ๑๐
  11. มาตรา ๑๑
  12. มาตรา ๑๒
  13. มาตรา ๑๓
  14. มาตรา ๑๔
  15. มาตรา ๑๕
  16. มาตรา ๑๖
  17. มาตรา ๑๗
  18. มาตรา ๑๘
  19. มาตรา ๑๙
  20. มาตรา ๒๐
  21. มาตรา ๒๑
  22. มาตรา ๒๒
  23. มาตรา ๒๓
  24. มาตรา ๒๔
  25. มาตรา ๒๕
  26. มาตรา ๒๖
  27. มาตรา ๒๗
  28. มาตรา ๒๘
  29. มาตรา ๒๙
  30. มาตรา ๓๐
  31. มาตรา ๓๑
  32. มาตรา ๓๒
  33. มาตรา ๓๓
  34. มาตรา ๓๔
  35. มาตรา ๓๕
ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/150ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiOTkxNzVhMDQtY2NlMy00NjdiLWIzZDMtZGIyMGVjZjkxMmY5IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIQwMTAzIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTUxLTXguIEtMzUuUERGIn0.RE69yYco8fHrCVT7DEpScs424oOd1sRrzLE0lmD3n9Y21 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:692a969b909e7e8007f2fcea295607d00ddfdf8d190040220063a5d14a201a10ดึงเมื่อ 2026-08-23T15:03:46.847Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR