พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๖๘

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๘106 มาตรา9 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 35 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 fb541300… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๗–๒๑ · 15 มาตรา
  2. หมวด ๒ การดำเนินการมาตรา ๒๒–๕๑ · 30 มาตรา
  3. หมวด ๓ การประกันคุณภาพและการประเมินมาตรา ๕๒–๕๙ · 8 มาตรา
  4. หมวด ๔ การบัญชีและการตรวจสอบมาตรา ๖๐–๖๖ · 7 มาตรา
  5. หมวด ๕ การกำกับดูแลมาตรา ๖๗–๖๘ · 2 มาตรา
  6. หมวด ๖ ตำแหน่งทางวิชาการและตำแหน่งอื่นมาตรา ๖๙–๗๕ · 7 มาตรา
  7. หมวด ๗ ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะมาตรา ๗๖–๘๓ · 8 มาตรา
  8. หมวด ๘ บทกำหนดโทษมาตรา ๘๔–๘๘ · 5 มาตรา
  9. บทเฉพาะกาลมาตรา ๘๙–๑๐๖ · 18 มาตรา

ปรารภ

เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖8 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๒ การดำเนินการ

    30 มาตรา
  2. ๒๒

    ให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย

    (๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอก ซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย

    (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสิบสี่คน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย

    (๓) อธิการบดี

    (๔) ประธานสภาบุคลากรและประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย

    (๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนสี่คน ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี จำนวนหนึ่งคน และจากคณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก หรือหัวหน้าส่วนงาน ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสถาบันหรือสำนักจำนวนสามคน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก

    (๖) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนไม่เกินสี่คน ซึ่งเลือกจากพนักงานมหาวิทยาลัย หรือข้าราชการของมหาวิทยาลัยซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหารหรือประธานสภาบุคลากร คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิตาม

    (๒) และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตาม (๕) และ

    (๖) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ให้สรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอจำนวนหนึ่งคน สภามหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง ต้องมีจำนวนของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการ สภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติงาน ในมหาวิทยาลัยรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าจำนวนของกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง ประเภทผู้บริหารและกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยทั้งหมด ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัย และให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัยเมื่อนายกสภามหาวิทยาลัย ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ในกรณีที่ไม่มีอุปนายก สภามหาวิทยาลัยหรืออุปนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภามหาวิทยาลัยเลือก กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งเลขานุการสภามหาวิทยาลัยคนหนึ่ง และจะแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการ สภามหาวิทยาลัยด้วยก็ได้

  3. ๒๓

    ให้มีสำนักงานสภามหาวิทยาลัยในสำนักงานมหาวิทยาลัยรับผิดชอบงานธุรการ ของสภามหาวิทยาลัย มีผู้อำนวยการสำนักงานสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบขึ้นตรง ต่อนายกสภามหาวิทยาลัย คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้อำนวยการสำนักงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือน การโยกย้าย และการดำเนินการทางวินัยต่อผู้อำนวยการ สำนักงานตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกสภามหาวิทยาลัยก่อน จึงจะดำเนินการได้ ให้อธิการบดีติดตามและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานตามวรรคหนึ่ง โดยให้นายกสภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก

  4. ๒๔

    นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๒๒ (๒) (๕) และ

    (๖) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งหรือ อาจได้รับเลือกใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้

  5. ๒๕

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒๔ นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๒๒ (๒) (๕) และ

    (๖) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการ สภามหาวิทยาลัยในประเภทนั้น

    (๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๕) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

    (๖) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการ ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เพราะฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

    (๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุก ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยว่างลงก่อนครบวาระ การดำรงตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการ สภามหาวิทยาลัยแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภามหาวิทยาลัยประกอบด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่จำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่มีจำนวนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดที่จะพึงมีได้ตามมาตรา ๒๒ ในกรณีเช่นนี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยแทนตำแหน่งที่ว่าง และให้บุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่าจะได้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยแทนผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หรือได้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่ น้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือยังมิได้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทอื่นขึ้นใหม่ ให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยอื่น ซึ่งพ้นจากตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพลางก่อนจนกว่าจะถึงวันที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือวันที่ได้มาซึ่งกรรมการ สภามหาวิทยาลัยประเภทอื่นขึ้นใหม่แล้ว

  6. ๒๖

    เมื่อมีกรณีที่ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ตามมาตรา ๒๒ (๒) (๕) และ

    (๖) โดยวิธีการสรรหาหรือเลือกบุคคล แล้วแต่กรณี ในการดำเนินการ ดังกล่าวให้สภามหาวิทยาลัยประกาศกำหนดจำนวนของกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ต้องสรรหาหรือเลือก และต้องระบุเหตุผลของการกำหนดจำนวนไว้ในประกาศนั้นด้วย โดยหลักเกณฑ์และวิธีการประกาศ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

  7. ๒๗

    สภามหาวิทยาลัยมีหน้าที่และอำนาจกำกับและอภิบาลให้มหาวิทยาลัย ดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ ปฏิบัติภารกิจอุดมศึกษาด้วยปัญญาและวิทยาการที่มีคุณค่าต่อมนุษย์ อย่างสมดุลและสมบูรณ์ เป็นไปตามหลักการของการจัดการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา โดยหน้าที่และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

    (๑) กำหนดเป้าหมาย วางนโยบาย แนวทาง และแผนในการพัฒนามหาวิทยาลัย แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัย ตลอดจนนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับ การจัดหารายได้ แหล่งทุน และทรัพยากรอื่น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย

    (๒) ให้ความเห็นชอบพันธกิจที่มหาวิทยาลัยมีต่อผู้เรียน บุคลากร สังคม และประเทศ เพื่อประกาศต่อสาธารณะให้รับทราบกันอย่างกว้างขวาง

    (๓) ออกข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศของมหาวิทยาลัย เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงาน ของมหาวิทยาลัย และอาจมอบหมายให้มหาวิทยาลัยหรือส่วนงานใดในมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกระเบียบ หรือประกาศสำหรับมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานนั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้

    (๔) ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคล การบริหารการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สิน ของมหาวิทยาลัย เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก

    (๕) จัดให้มีประมวลจริยธรรมของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย และผู้เรียน

    (๖) อนุมัติการดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้

    (ก) การจัดตั้งหรือยุบเลิกวิทยาเขต

    (ข) การจัดตั้ง การรวม หรือการยุบเลิกส่วนงานตามมาตรา ๙ และการจัดตั้ง การรวม การแบ่ง หรือการยุบเลิกหน่วยงานภายในของส่วนงานตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่งและวรรคสอง

    (ค) หลักสูตรการศึกษาและการเปิดสอน รวมทั้งการปรับปรุง การยุบรวม หรือการยกเลิกหลักสูตรการศึกษา

    (ง) การรับเข้าสมทบ การจัดการศึกษาร่วม หรือการยกเลิกการสมทบ หรือการยกเลิก การจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่น

    (จ) การจัดการศึกษาในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงหรือประเทศอื่น

    (ฉ) การให้และการเพิกถอนปริญญา อนุปริญญา และประกาศนียบัตร หรือการร่วมให้ หรือการร่วมเพิกถอนปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรกับสถานศึกษาชั้นสูงที่ร่วมจัดการศึกษา รวมทั้งการให้และการเพิกถอนปริญญากิตติมศักดิ์

    (ช) งบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายของมหาวิทยาลัย

    (ซ) การกู้ยืมเงิน การให้กู้ยืมเงิน การถือหุ้น การเข้าเป็นหุ้นส่วน การลงทุน การร่วมลงทุน หรือการออกพันธบัตรหรือตราสารใดเพื่อการลงทุน (ฌ)การจัดตั้งหรือการร่วมกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งนิติบุคคลหรือยกเลิกนิติบุคคล

    (๗) พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และพิจารณาถอดถอน นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อธิการบดี ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ

    (๘) แต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่เรียกชื่ออย่างอื่น

    (๙) แต่งตั้งและถอดถอนรองอธิการบดีและหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙

    (๑๐) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลมหาวิทยาลัยและอธิการบดี และแต่งตั้งบุคคลซึ่งเป็นกลาง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางประกอบกันเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการธรรมาภิบาล และจริยธรรม และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

    (๑๑) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใด ๆ อันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภามหาวิทยาลัย รวมทั้งมอบหมายให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลดังกล่าวทำการแทน แล้วรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบ

    (๑๒) ติดตามและประเมินผลมหาวิทยาลัยและอธิการบดี และพิจารณารายงานการติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ ที่อธิการบดีเสนอ

    (๑๓) รับรองรายงานประจำปีของมหาวิทยาลัยและเสนอรายงานนั้นต่อรัฐมนตรีเพื่อทราบ

    (๑๔) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัย

    (๑๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของส่วนงานใด หรือของผู้ใดโดยเฉพาะ

  8. ๒๘

    การประชุมและวิธีดำเนินงานของสภามหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย เมื่อสภามหาวิทยาลัยมีมติประการใดแล้ว ให้ดำเนินการตามมตินั้นได้ทันทีโดยไม่ต้องรับรอง รายงานการประชุมของสภามหาวิทยาลัยก่อน เว้นแต่สภามหาวิทยาลัยจะมีมติไว้เป็นอย่างอื่น

  9. ๒๙

    ให้มีสภาวิชาการ ประกอบด้วยประธานและกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง มีพันธกิจรักษามาตรฐานและพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการของมหาวิทยาลัย จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ รวมทั้งหน้าที่และอำนาจ ตลอดจนการประชุม และวิธีดำเนินงานของสภาวิชาการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ องค์ประกอบ ของสภาวิชาการต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ผู้ ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสภาวิชาการทั้งหมด

  10. ๓๐

    ให้มีสภาบุคลากร ประกอบด้วยประธานและกรรมการซึ่งเลือกตั้งจากพนักงาน มหาวิทยาลัยและข้าราชการของมหาวิทยาลัย โดยให้กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งเลือกกันเองเพื่อแต่งตั้ง ให้คนหนึ่งเป็นประธาน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงานของสภาบุคลากร ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

  11. ๓๑

    สภาบุคลากรมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่อธิการบดีในการบริหารกิจการทั้งปวงของมหาวิทยาลัย

    (๒) ส่งเสริมจริยธรรมและผดุงเกียรติของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย

    (๓) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย

    (๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมาย

  12. ๓๒

    ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ประกอบด้วยประธาน และกรรมการซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยมีหน้าที่เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่มหาวิทยาลัย ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยในการจัดหารายได้ ทุน และทรัพยากรอื่น จากแหล่งต่าง ๆ ให้มหาวิทยาลัย และสนับสนุนการดำเนินกิจการอื่นของมหาวิทยาลัย จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ ตลอดจนการประชุมและวิธีดำเนินงาน ของคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

  13. ๓๓

    ให้มีคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์มหาวิทยาลัย คณะหนึ่งหรือหลายคณะตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด ประกอบด้วยประธานและกรรมการ ทำหน้าที่ พิจารณาการขอเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์มหาวิทยาลัยเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของประธานและกรรมการ รวมทั้งหน้าที่และอำนาจ ตลอดจนการประชุม และวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์มหาวิทยาลัย ให้เป็นไป ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

  14. ๓๔

    ให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และรับผิดชอบการบริหารงาน ของมหาวิทยาลัยขึ้นตรงต่อสภามหาวิทยาลัย และจะให้มีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี หรือจะมีทั้งรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่ และรับผิดชอบตามที่อธิการบดีมอบหมายก็ได้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก ให้อธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต

  15. ๓๕

    อธิการบดีนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำ ของสภามหาวิทยาลัยจากผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๖ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๗ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาอธิการบดี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งรองอธิการบดีโดยคำแนะนำของอธิการบดีจากผู้มีคุณสมบัติ ตามมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๗ รวมทั้ง ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ช่วยอธิการบดีจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด ในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือรองอธิการบดีเป็นคณาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ผู้นั้นอาจแสดงความจำนงขอพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ทางวิชาการหรือลดภาระงานทางวิชาการได้ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

  16. ๓๖

    อธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษา และได้ทำ การสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

    (๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษา และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าแปดปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าแปดปี

    (๓) เป็นหรือเคยเป็นคณบดีในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี นอกจากคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย ข้อบังคับของมหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่งและวรรคสองอาจกำหนดให้สภามหาวิทยาลัยรับรองคุณวุฒิ ตำแหน่ง หรือประสบการณ์ตาม (๑) (๒) หรือ

    (๓) แล้วแต่กรณี เพิ่มเติมได้

  17. ๓๗

    อธิการบดีต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

    (๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก

    (๒) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๓) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

    (๔) เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ได้กระทำความผิดโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

    (๕) เคยถูกปลดออกหรือไล่ออกจากสถาบันอุดมศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

    (๖) เคยถูกวินิจฉัยว่ากระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง นอกจากลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่กำหนด ในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

  18. ๓๘

    อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หรือหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ จะแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยก็ได้ รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หรือหัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ซึ่งแต่งตั้งจาก บุคคลภายนอกต้องมีจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดี ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดไว้ หรือจำนวนหัวหน้าส่วนงานตามวรรคหนึ่งที่พึงมี แล้วแต่กรณี

  19. ๓๙

    อธิการบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย

  20. ๔๐

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อธิการบดีพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก

    (๓) มีอายุครบเจ็ดสิบห้าปี

    (๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

    (๕) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการ ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่โดยไม่นับรวมกับตำแหน่งอธิการบดี เพราะฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

    (๖) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่งเพราะไม่ผ่านการประเมินผลตามเกณฑ์ ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

    (๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุก เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก

  21. ๔๑

    อธิการบดีเป็นผู้แทนของมหาวิทยาลัยในกิจการทั้งปวง มีหน้าที่บริหารกิจการ ของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศของมหาวิทยาลัย และมติ ของสภามหาวิทยาลัย และให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    (๑) ดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามนโยบาย วัตถุประสงค์ และพันธกิจ ของมหาวิทยาลัย

    (๒) จัดทำพันธกิจของมหาวิทยาลัย แผนพัฒนามหาวิทยาลัย แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของมหาวิทยาลัย และแผนปฏิบัติการประจำปีเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย รวมทั้งเร่งรัด ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย

    (๓) บริหารการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย

    (๔) จัดทำงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย

    (๕) บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน ดำเนินการทางวินัย และบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย

    (๖) ดำเนินการให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ และการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย

    (๗) กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานของหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙

    (๘) แต่งตั้งและถอดถอนผู้ช่วยอธิการบดี รองหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ ผู้ช่วยคณบดี และอาจารย์พิเศษ

    (๙) จัดหารายได้ ทุน และทรัพยากรอื่นจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย

    (๑๐) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย

    (๑๑) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

  22. ๔๒

    ในกรณีที่อธิการบดีไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองอธิการบดี เป็นผู้รักษาการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รองอธิการบดีซึ่งอธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าอธิการบดีมิได้มอบหมาย ให้รองอธิการบดีซึ่งมีลำดับตามที่สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบเป็นผู้รักษาการแทน ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี หรือไม่มีผู้รักษาการแทนอธิการบดีตามวรรคหนึ่ง หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๖ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๗ เป็นผู้รักษาการแทน เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก

  23. ๔๓

    ในกรณีที่มีการจัดตั้งวิทยาเขต ให้มีรองอธิการบดีคนหนึ่งซึ่งสภามหาวิทยาลัย แต่งตั้งโดยคำแนะนำของอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของวิทยาเขตให้เป็นไป ตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของมหาวิทยาลัย และปฏิบัติหน้าที่อื่น ทั้งนี้ ตามที่อธิการบดีมอบหมาย การบริหารและการดำเนินงานภายในวิทยาเขต ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดให้มีคณะกรรมการประสานงานประจำวิทยาเขตประกอบด้วยรองอธิการบดี ตามวรรคหนึ่งเป็นประธาน หัวหน้าส่วนงานในวิทยาเขตเป็นกรรมการ และกรรมการอื่นตามที่จำเป็น เพื่อประโยชน์แก่การประสานงานและการบริหารงานของวิทยาเขต

  24. ๔๔

    ในคณะ วิทยาลัย หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะหรือ วิทยาลัย ให้มีคณบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของส่วนงานนั้น และจะให้มี รองคณบดีหรือผู้ช่วยคณบดี หรือจะมีทั้งรองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่คณบดีมอบหมายก็ได้

  25. ๔๕

    คณบดีต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

    (๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษา และได้ทำ การสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือมีประสบการณ์ ด้านการบริหารอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี

    (๒) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นหนึ่งชั้นใดหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษา และได้ทำการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารอื่นตามที่กำหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่าหกปี ให้นำความในมาตรา ๓๖ วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับแก่คณบดีด้วยโดยอนุโลม คณบดีต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๗ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาคณบดี ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย คณบดีมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่ง ติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ และให้นำความในมาตรา ๔๐ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ของคณบดีด้วยโดยอนุโลม

  26. ๔๖

    ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองคณบดีโดยคำแนะนำของคณบดีจากผู้มีคุณสมบัติ ตามมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๗ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ช่วยคณบดีตามคำแนะนำของคณบดีจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย เมื่อคณบดีพ้นจากตำแหน่ง ให้รองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีพ้นจากตำแหน่งด้วย ให้นำความในมาตรา ๔๒ มาใช้บังคับแก่การรักษาการแทนคณบดีด้วยโดยอนุโลม

  27. ๔๗

    ในคณะ วิทยาลัย และส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือวิทยาลัย ให้มีคณะกรรมการประจำส่วนงานนั้น และให้คณบดีเป็นประธานกรรมการ องค์ประกอบ จำนวน คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ รวมทั้งหน้าที่และอำนาจ ตลอดจน การประชุมและวิธีดำเนินงานของคณะกรรมการประจำส่วนงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย

  28. ๔๘

    ในสำนักงานมหาวิทยาลัย ให้มีผู้อำนวยการสำนักงานมหาวิทยาลัยเป็นผู้บังคับบัญชา และรับผิดชอบการบริหารงานของสำนักงานมหาวิทยาลัย และจะให้มีรองผู้อำนวยการตามจำนวน ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายก็ได้ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง รวมทั้งหน้าที่และอำนาจของผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนการบริหาร ส่วนงานดังกล่าว ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่งโดยคำแนะนำของผู้อำนวยการ เมื่อผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง ให้รองผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งด้วย

  29. ๔๙

    ในสถาบัน สำนัก หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสถาบัน หรือสำนัก ให้มีผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของส่วนงานนั้น และจะให้มีรองผู้อำนวยการตามจำนวนที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบ ตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายก็ได้ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา และการพ้นจากตำแหน่ง รวมทั้ง หน้าที่และอำนาจของผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนการบริหารส่วนงานดังกล่าว ให้เป็นไป ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๔๙ ก ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่งโดยคำแนะนำของผู้อำนวยการ เมื่อผู้อำนวยการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่ง ให้รองผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งด้วย

  30. ๕๐

    ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี และหัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๙ ต้องสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มเวลา และจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเกินหนึ่งตำแหน่งในขณะเดียวกันมิได้ ผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งอยู่หนึ่งตำแหน่งแล้ว ให้รักษาการแทนตำแหน่งอื่นได้อีก เพียงหนึ่งตำแหน่ง แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

  31. ๕๑

    นอกจากที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ การรักษาการแทน การมอบอำนาจ ให้ปฏิบัติการแทน ตลอดจนการมอบอำนาจช่วงให้ปฏิบัติการแทนของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ในกรณีที่มีกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งหรือกำหนดให้ ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการ อนุกรรมการ หรือมีหน้าที่และอำนาจอย่างใด ให้ผู้รักษาการแทน ทำหน้าที่กรรมการ อนุกรรมการ หรือมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ในระหว่างที่รักษาการแทนด้วย แล้วแต่กรณี

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/12553ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNGI3ODcxMzUtYjA0Ny00YzQ5LTgxZjgtMzFmYTNiYzc0ZWZlIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKEwMDU1IOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTY4LTQ54LiBLTEucGRmIn0.GOqYEWnWPs4SrSOu7dO8gFgmz8xQMKeFlinuDzs9Guk35 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:fb54130093a4f6fd633887ebba1b7f3d071ec1c92dbb523704d8326bf1802466ดึงเมื่อ 2026-08-23T17:09:12.755Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR