พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๕65 มาตรา8 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 21 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 0e32130e… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ สภาการสัตวบาลมาตรา ๕–๑๑ · 7 มาตรา
  2. หมวด ๒ สมาชิก เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ กมาตรา ๑๒–๑๔ · 3 มาตรา
  3. หมวด ๓ คณะกรรมการสภาการสัตวบาลมาตรา ๑๕–๒๕ · 11 มาตรา
  4. หมวด ๔ การดำเนินการของคณะกรรมการมาตรา ๒๖–๒๘ · 3 มาตรา
  5. หมวด ๕ การควบคุมการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลมาตรา ๒๙–๕๒ · 24 มาตรา
  6. หมวด ๖ การกำกับดูแลมาตรา ๕๓–๕๖ · 4 มาตรา
  7. หมวด ๗ บทกำหนดโทษมาตรา ๕๗–๖๐ · 4 มาตรา
  8. บทเฉพาะกาลมาตรา ๖๑–๖๕ · 5 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑ พระราชบัญญัติ วิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวบาล พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อควบคุมการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลให้มีมาตรฐานเดียวกันและป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบจากผู้ซึ่งไม่ได้ประกอบวิชาชีพ อันจะทำให้เกิดความเสียหายต่อการเลี้ยงและการดูแลสัตว์เลี้ยง เพื่อการค้า รวมทั้งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและสุขภาพของประชาชน ซึ่งการตรา พระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๕ การควบคุมการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล

    24 มาตรา
  2. ๒๙

    ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพการสัตวบาล หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่น เข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตจากสภาการสัตวบาล เว้นแต่ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    (๑) การประกอบวิชาชีพการสัตวบาลที่กระทำต่อสัตว์เลี้ยงของตนเอง และสัตว์เลี้ยงของ ผู้เลี้ยงหรือเกษตรกรรายย่อย ทั้งนี้ โดยมีขนาด ชนิด และจำนวนสัตว์เลี้ยงตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

    (๒) นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรมซึ่งทำการฝึกหัดหรือฝึกอบรมในความควบคุม ของสถาบันการศึกษาวิชาการสัตวบาลทั้งที่เป็นของรัฐหรือสถาบันการศึกษาอื่นที่ได้รับอนุญาตจาก ทางราชการให้จัดตั้ง หรือสถาบันการสัตวบาลที่สภาการสัตวบาลรับรอง ทั้งนี้ ภายใต้การควบคุมของ เจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดหรือผู้ให้การฝึกอบรมซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล

    (๓) ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมายกำหนด ซึ่งทำการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลตามหน้าที่ และอำนาจ หรือตามที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานดังกล่าวมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร

    (๔) บุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหาร ส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมาย กำหนด มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

    (๕) การประกอบวิชาชีพการสัตวบาลของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการหรือ ผู้สอนในสถาบันการศึกษาหรือสถาบันการสัตวบาลที่สภาการสัตวบาลรับรอง ทั้งนี้ โดยอนุมัติ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๒ ของคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศใน

  3. ๓๐

    ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตใช้คำหรือข้อความด้วยอักษรไทย หรืออักษรต่างประเทศว่า สัตวบาล หรือใช้อักษรย่อของคำดังกล่าวประกอบกับชื่อตัวหรือชื่อสกุลของตน หรือใช้คำหรือข้อความอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ซึ่งทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่า ตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล รวมถึงการใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าวให้แก่ตน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

  4. ๓๑

    แบบและประเภทใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการ ขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกหนังสืออนุมัติบัตรหรือ วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลสาขาต่างๆและหนังสือแสดงวุฒิอื่น ในวิชาชีพการสัตวบาล รวมทั้งการออกใบแทนใบอนุญาต หนังสืออนุมัติบัตรหรือวุฒิบัตร และหนังสือ แสดงวุฒิอื่น ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

  5. ๓๒

    ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล ให้แบ่งเป็นสองประเภท คือ ผู้ประกอบ วิชาชีพการสัตวบาลประเภท ก. และผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ข.

  6. ๓๓

    ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ก. ต้องเป็นสมาชิกและมีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับรวมทั้งต้องมีความรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    (๑) ได้รับปริญญาในสาขาวิชาชีพการสัตวบาลจากสถานศึกษาในประเทศไทยที่กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกระทรวงศึกษาธิการรับรอง และผ่านการสอบความรู้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

    (๒) ได้รับปริญญาในสาขาวิชาชีพการสัตวบาลจากสถานศึกษาในต่างประเทศที่สภาการสัตวบาล รับรอง ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศที่ตนได้รับปริญญา และผ่านการสอบความรู้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยอาจไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็น ผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศที่ผู้นั้นได้รับปริญญาก็ได้ แต่ต้องผ่านการสอบความรู้ตามที่กำหนดไว้ใน ข้อบังคับ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๓

  7. ๓๔

    ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลประเภท ข. ต้องเป็นสมาชิกและมีคุณสมบัติอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ รวมทั้งต้องมีความรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    (๑) ได้รับปริญญาสาขาอื่นที่มิใช่สาขาวิชาชีพการสัตวบาลหรือได้รับประกาศนียบัตรและ มีความรู้ในวิชาชีพการสัตวบาล ทั้งนี้ จากสถานศึกษาที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือกระทรวงศึกษาธิการรับรอง และผ่านการสอบความรู้ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

    (๒) ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาชีพการสัตวบาล หรือได้รับหนังสือแสดงวุฒิอื่น ในวิชาชีพการสัตวบาลขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ จากสถาบันที่สภาการสัตวบาลรับรอง และผ่านการสอบความรู้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

  8. ๓๕

    เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดพ้นจากสมาชิกภาพ ให้ใบอนุญาตของ ผู้นั้นสิ้นสุดลงนับแต่วันที่พ้นจากสมาชิกภาพ และให้คณะกรรมการประกาศการพ้นจากสมาชิกภาพ และเหตุแห่งการนั้นให้สาธารณชนทราบ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

  9. ๓๖

    ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัด และเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

  10. ๓๗

    ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลต้องรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการสัตวบาล ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

  11. ๓๘

    บุคคลผู้ได้รับความเสียหายเพราะผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดประพฤติ ผิดข้อจำกัดหรือเงื่อนไขการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๖ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๗ มีสิทธิกล่าวหาผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้นั้น โดยทำ คำกล่าวหาเป็นหนังสือหรือโดยวิธีอื่นใดยื่นต่อสภาการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ กรรมการหรือบุคคลอื่นที่พบหรือทราบว่าผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดประพฤติ ผิดข้อจำกัดและเงื่อนไขการประกอบวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๖ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพการสัตวบาลตามมาตรา ๓๗ มีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้นั้นโดยทำ คำกล่าวโทษเป็นหนังสือหรือโดยวิธีอื่นใดยื่นต่อสภาการสัตวบาล ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๔ สิทธิการกล่าวหาตามวรรคหนึ่งหรือสิทธิการกล่าวโทษตามวรรคสองสิ้นสุดลง เมื่อพ้นหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้กล่าวโทษรู้เรื่องและรู้ตัวผู้ประพฤติผิด แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสามปีนับแต่ วันที่มีการประพฤติผิดในเรื่องดังกล่าว การถอนคำกล่าวหาหรือคำกล่าวโทษที่ได้ยื่นไว้แล้วไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการ ตามพระราชบัญญัตินี้

  12. ๓๙

    เมื่อสภาการสัตวบาลได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา ๓๘ ให้เลขาธิการเสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า

  13. ๔๐

    ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณจากสมาชิก ประกอบด้วย ประธานคนหนึ่ง และอนุกรรมการอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสองคน มีหน้าที่และอำนาจ สืบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องที่ได้รับตามมาตรา ๓๙ แล้วทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอ คณะกรรมการเพื่อพิจารณา คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณหลายคณะก็ได้

  14. ๔๑

    เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานและความเห็นของคณะอนุกรรมการ จรรยาบรรณแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณารายงานและความเห็นดังกล่าว และมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    (๑) ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อเสนอให้คณะกรรมการ พิจารณา

    (๒) ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือ ข้อกล่าวโทษนั้นมีมูล

    (๓) ให้ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษนั้นไม่มีมูล

  15. ๔๒

    การสืบสวนและการสอบสวนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

  16. ๔๓

    ในการดำเนินการสอบสวน ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวน จากสมาชิก ประกอบด้วย ประธานคนหนึ่ง และอนุกรรมการอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสองคน มีหน้าที่ และอำนาจสอบสวนและเสนอผลการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนหลายคณะก็ได้ เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๕

  17. ๔๔

    ให้คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ และคณะอนุกรรมการ สอบสวนมีอำนาจออกหนังสือเรียกบุคคลผู้เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสาร หลักฐาน หรือวัตถุใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่การดำเนินการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการดังกล่าว ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ และคณะอนุกรรมการ สอบสวน ให้กรรมการ อนุกรรมการจรรยาบรรณ และอนุกรรมการสอบสวนเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา

  18. ๔๕

    ให้ประธานอนุกรรมการสอบสวนมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ พร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือกล่าวโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ก่อนวันเริ่มทำการสอบสวน ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษมีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานใด ๆ มาให้ คณะอนุกรรมการสอบสวน คำชี้แจงหรือพยานหลักฐาน ให้ยื่นต่อประธานอนุกรรมการสอบสวนภายในสิบห้าวันนับแต่ วันที่ได้รับแจ้งจากประธานอนุกรรมการสอบสวนหรือภายในกำหนดเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวน จะขยายให้

  19. ๔๖

    เมื่อคณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ให้เสนอสำนวน การสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวัน เพื่อให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด

  20. ๔๗

    เมื่อคณะกรรมการได้รับสำนวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการ สอบสวนแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาสำนวนการสอบสวนและความเห็นดังกล่าวภายในเก้าสิบวัน คณะกรรมการอาจให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมก่อนวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้

  21. ๔๘

    คณะกรรมการมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    (๑) ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ

    (๒) ว่ากล่าวตักเตือน

    (๓) ภาคทัณฑ์

    (๔) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินสองปี

    (๕) เพิกถอนใบอนุญาต เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๕๑ ก หนา้ ๑๖ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๘ คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ และให้ทำเป็นคำสั่งสภาการสัตวบาลพร้อมด้วยเหตุผลของ คำวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้ถือเป็นที่สุด

  22. ๔๙

    ให้เลขาธิการแจ้งคำสั่งสภาการสัตวบาลตามมาตรา ๔๘ ไปยังผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวโทษเพื่อทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีคำสั่ง และให้บันทึกข้อความตามคำสั่งนั้นไว้ ในทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาล พร้อมทั้งแจ้งผลการวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้กล่าวหาหรือผู้กล่าวโทษ ทราบด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  23. ๕๐

    ภายใต้บังคับมาตรา ๒๙ ห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลซึ่งอยู่ใน ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำการซึ่งเป็นการประกอบวิชาชีพการสัตวบาล หรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนยังคงมีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าวนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง สภาการสัตวบาลที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตนั้น

  24. ๕๑

    ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลผู้ใดซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต กระทำการฝ่าฝืนตามมาตรา ๕๐ ให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้น

  25. ๕๒

    ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวบาลซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอาจขอรับใบอนุญาต อีกได้เมื่อพ้นสองปีนับแต่วันถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาคำขอรับใบอนุญาต และปฏิเสธการออกใบอนุญาต ผู้นั้นจะยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้อีกต่อเมื่อสิ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ คณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาต ถ้าคณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาตเป็นครั้งที่สองแล้ว ผู้นั้นเป็นอันหมดสิทธิขอรับใบอนุญาตตลอดไป

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

หนา้ ๕

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/1194ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiYjE0OGU2NGMtMzFiNy00Y2RiLWEzMGEtZWQ1ZDNjYjA3YzI2IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKc4OCDguJ7guKPguLDguKPguLLguIrguJrguLHguI3guI3guLHguJXguLQgMjU2NS01MeC4gS0xLlBERiJ9.6csJcIWWbi1Rau4xnnF8htMoSm7pFNghbX25y53D9z821 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:0e32130ee5c55a40e89bf93ac9f454fc375dd5604d26f57b3bb46ace39295019ดึงเมื่อ 2026-08-23T15:42:59.931Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR