พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 640433e0… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- ลักษณะ ๑ การใช้รถมาตรา ๖–๒๐ · 16 มาตรา
- หมวด ๑ ลักษณะของรถที่ใช้ในทางมาตรา ๖–๑๐ ทวิ · 6 มาตรา
- หมวด ๒ การใช้ไฟหรือเสียงสัญญาณของรถมาตรา ๑๑–๑๗ · 7 มาตรา
- หมวด ๓ การบรรทุมาตรา ๑๘–๒๐ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๒ สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรมาตรา ๒๑–๓๐ · 10 มาตรา
- ลักษณะ ๓ การใช้ทางเดินรถมาตรา ๓๑–๖๔ · 38 มาตรา
- หมวด ๑ การขับรถมาตรา ๓๑–๔๓ เบญจ · 17 มาตรา
- หมวด ๒ การขับแซงและผ่านขึ้นหน้ามาตรา ๔๔–๔๙ · 6 มาตรา
- หมวด ๓ การออกรถการเลี้ยวรถและการกลับรถมาตรา ๕๐–๕๓ · 4 มาตรา
- หมวด ๔ การหยุดรถและจอดรถมาตรา ๕๔–๖๔ · 11 มาตรา
- ลักษณะ ๔ การใช้ทางเดินรถที่จัดเป็นช่องเดินรถประจำทางมาตรา ๖๕–๖๖ · 2 มาตรา
- ลักษณะ ๕ ข้อกำหนดเกี่ยวกับความเร็วของรถมาตรา ๖๗–๗๐ · 4 มาตรา
- ลักษณะ ๖ การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกหรือวงเวียนมาตรา ๗๑–๗๔ · 4 มาตรา
- ลักษณะ ๗ ๑๘มาตรา ๗๑(๓) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕มาตรา ๗๕–๗๖ · 2 มาตรา
- ลักษณะ ๘ การลากรถหรือการจูงรถมาตรา ๗๗ · 1 มาตรา
- ลักษณะ ๙ อุบัติเหตุมาตรา ๗๘ · 1 มาตรา
- ลักษณะ ๑๐ รถจักรยานมาตรา ๗๙–๘๔ · 6 มาตรา
- ลักษณะ ๑๑ รถบรรทุกคนโดยสารมาตรา ๘๕–๙๒ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๑๒ รถแท็กซี่มาตรา ๙๓–๑๐๒ · 10 มาตรา
- ลักษณะ ๑๓ คนเดินเท้ามาตรา ๑๐๓–๑๑๐ · 8 มาตรา
- ลักษณะ ๑๔ สัตว์และสิ่งของในทางมาตรา ๑๑๑–๑๑๕ · 5 มาตรา
- ลักษณะ ๑๕ รถม้ เกวียนและเลื่อนมาตรา ๑๑๖–๑๑๘ · 3 มาตรา
- ลักษณะ ๑๖ เขตปลอดภัยมาตรา ๑๑๙ · 1 มาตรา
- ลักษณะ ๑๗ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๑๒๐–๑๓๔ · 15 มาตรา
- ลักษณะ ๑๘ อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๑๓๕–๑๔๖ · 14 มาตรา
- ลักษณะ ๑๙ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๔๗–๑๖๓ · 20 มาตรา
ปรารภ
พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๑๘มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๑ การขับรถ
17 มาตรา- ๓๑
นอกจากที่บัญญัติไว้เป็นพิเศษในลักษณะ ๔ว่าด้วยการใช้ทางเดินรถที่ จัดเป็นช่องเดินรถประจำทาง การใช้ทางเดินรถให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในลักษณะนี้
- ๓๒
ในการใช้ทางเดินรถผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้รถชนหรือโดน คนเดินเท้าไม่ว่าจะอยู่ ส่วนใดของทาง และต้องให้สัญญาณเตือนคนเดินเท้ ใหู้้ตัวเมื่อจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็ก คนชราหรือคนพิการที่กำลังใช้ทาง ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษใน การควบคุมรถของตน
- ๓๓
ในการขับรถ ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้ายและต้องไม่ล้ำ กึ่งกลางของทางเดินรถเว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ ให้เดินทางขวาหรือล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถได้
(๑) ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่งกีดขวางหรือถูกปิดการจราจร
(๒) ทางเดินรถนั้นเจ้าพนังานจราจรกำหนดให้เป็ทางเดินรถทางเดียว
(๓) ทางเดินรถนั้นกว้างไม่ถึงหกเมตร
- ๓๔
ในการใช้ทางเดินรถที่ได้จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ สองช่องขึ้นไป หรือที่ได้จัดช่องเดินรถประจำทางไว้ในช่องเดินรถซ้ ยสุด ผู้ขับขี่ต้องขับรถในช่องซ้าย สุดหรือใกล้กับช่องเดินรถประจำทางเว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ ให้เดินทางขวาของทางเดินรถได้
(๑) ในช่องเดินรถนั้นมีสิ่งกีดขวางหรือถูกปิดการจราจร
(๒) ทางเดินรถนั้น เจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้เป็นทางเดินรถทางเดียว
(๓) จะต้องเข้าช่องทางให้ถูกต้องเมื่อเข้าบริเวณใกล้ทางร่วมทางแยก
(๔) เมื่อจะแซงขึ้นหน้ รถคันอื่น (๕)๖ เมื่อผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่ารถในช่องเดินรถด้านซ้าย
- ๓๕
รถที่มีความเร็วช้าหรือรถที่มีความเร็วต่ำกว่าความเร็วของรถคันอื่นที่ ขับในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ใกล้ขอบทางเดินรถด้านซ้ายเท่าที่จะกระทำได้ ผู้ขับขี่รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสารรถจักรยานยนต์ในทางเดินรถซึ่งได้แบ่งช่อง เดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป หรือได้จัดช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายไว้โดยเฉพาะ ต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายสุดหรือใกล้เคียงกับช่องเดินรถประจำทางแล้วแต่กรณี ความในวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักไม่เกินหนึ่ง พันหกร้อยกิโลกรัและรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
- ๓๖
ผู้ขับขี่ซึ่งจะเลี้ยวรถ ให้รถคันอื่นผ่านหรือแซงขึ้นหน้ เปลี่ยนช่องเดิน รถ ลดความเร็วของรถ จอดรถหรือหยุดรถ ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามมาตรา ๓๗หรือ ไฟสัญญาณตามมาตรา ๓๘หรือสัญญาณอย่างอื่นตามข้อบังคับของเจ้าพนักงานจราจร ถ้าโดยสภาพของรถสภาพของการบรรทุกหรือสภาพของทัศนวิสัย การให้สัญญาณ ด้วยมือและแขนตามวรรคหนึ่งไม่อาจทำให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมาหรือตามมาข้างหลังมองเห็นได้ ผู้ขับ ขี่ต้องให้ไฟสัญญาณ ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณหรือสัญญาณอย่างอื่นตามวรรค หนึ่งก่อนที่จะเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องเดินรถ จอดรถหรือหยุดรถเป็นระยะทางไม่น้อยกว่ สามสิบเมตร ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณหรือสัญญาณอย่างอื่นตามวรรค หนึ่ง ให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถอื่ เห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่าหกสิบเมตร
- ๓๗
การให้สัญญาณด้วยมือและแขนให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อจะลดความเร็วของรถ ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับ ไหล่ และโบกมือขึ้นลงหลายครั้ง
(๒) เมื่ อจะหยุดรถ ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่ ยก แขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น
(๓) เมื่อจะให้รถคันอื่นผ่านหรือแซงขึ้นหน้า ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถ เสมอระดับไหล่ และโบกมือไปทางข้างหน้าหลายครั้ง
(๔) เมื่อจะเลี้ยวขวาหรือเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรง ออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่
(๕) เมื่อจะเลี้ยวซ้ายหรือเปลี่ ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรง ออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่และงอข้อมือชูขึ้นโบกไปทางซ้ายหลายครั้ง ๖มาตรา ๓๔(๕) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๗มาตรา ๓๕แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๒๙ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ในกรณีที่รถยนต์นั้นมีเครื่องขับอยู่ทางด้านซ้าย ให้ผู้ขับขี่ ใช้ไฟสัญญาณแทนการใช้สัญญาณด้วยมือและแขน
- ๓๘
การให้ไฟสัญญาณของผู้ขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ให้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อจะหยุดรถ ผู้ขับขี่ต้องให้ไฟสัญญาณสีแดงที่ท้ายรถ (๒)๘ เมื่อจะเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องเดินรถ หรือแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น ผู้ขับขี่ต้องให้ สัญญาณยกเลี้ยวสีเหลืองอำพัน หรือให้ไฟสัญญาณกระพริบสีขาวหรือสีเหลืองอำพันที่ติดอยู่หน้ารถ หรือข้างรถ และไฟสัญญาณกระพริบสีแดงหรือสีเหลืองอำพันที่ติดอยู่ท้ายรถไปในทิศทางที่จะเลี้ยว เปลี่ยนช่องเดินรถ หรือแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น
(๓) เมื่อจะให้รถคันอื่นแซงขึ้ นหน้า ผู้ขับขี่ต้องให้ไฟสัญญาณยกเลี้ยวสีเหลืองอำพัน หรือให้ไฟสัญญาณกระพริบสีแดงหรือสีเหลืองอำพันที่ติดอยู่ท้ายรถทางด้านซ้ายของรถ
- ๓๙
เมื่อขับรถสวนกัน ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดด้านซ้ายของทางเดินรถ โดยให้ถือ กึ่งกลางของทางเดินรถเป็นหลัก แต่ถ้าทางเดินรถใดได้จัดแบ่งเป็นช่องเดินรถไว้ ให้ถือเส้นหรือแนวที่ แบ่งนั้นเป็นหลัก ในทางเดินรถที่แคบ เมื่อขับรถสวนกัน ผู้ขับขี่แต่ละฝ่ายต้องลดความเร็วของรถ เพื่อให้รถสวนกันได้โดยปลอดภัย ในทางเดินรถที่แคบซึ่งไม่อาจขับรถสวนกันได้โดยปลอดภัย เมื่อขับรถสวนกัน ผู้ขับขี่ ซึ่งขับรถคันที่ใหญ่กว่าต้องหยุดรถให้ชิ ดขอบทางเดินรถด้านซ้ายเพื่อให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถคันที่เล็กกว่า ผ่านไปได้ ในทางเดินรถที่มีสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้า ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถหรือหยุดรถ เพื่อให้รถคันที่สวนมาผ่านไปได้
- ๔๐
ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างรถคันหน้าพอสมควรในระยะที่จะหยุดรถได้โดย ปลอดภัยในเมื่อจำเป็นต้องหยุดรถ ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถขึ้นสะพานหรือทางลาดชันต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้รถถอยหลังไป โดนรถคันอื่น
- ๔๑
ทางเดินรถใดที่มีเครื่องหมายจราจรให้เป็นทางเดินรถทางเดียว ให้ผู้ขับ ขี่ขับรถไปตามทิศทางที่ได้กำหนดไว้
- ๔๒
ทางเดินรถใดที่มีเครื่องหมายจราจรแบ่งทางเดินรถออกเป็นสองทาง สำหรับรถเดินขึ้นทางหนึ่ง ล่องทางหนึ่ง โดยมีช่องว่างคั่นกลาง หรือทำเครื่องหมายจราจรกีดกั้นแสดง ว่าทางเดินรถนั้นมีการแบ่งออกเป็นสองทางดังกล่าว ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดด้านซ้ายของทางเดินรถ ๘มาตรา ๓๘(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕
- ๔๓
ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ
(๑) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ
(๒) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
(๓) ในลักษณะกีดขวางการจราจร
(๔) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
(๕) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทาง ด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย
(๖) คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ
(๗) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือ คนพิการ
(๘) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น (๙)๙ ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริม สำหรับการสนทนาโดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น
- ๔๓ ทวิ
ห้ามมิให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษ หรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท ทั้งนี้ ตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการมี อำนาจจัดให้มีารตรวจสอบผู้ขับขี่รถบางประเภทตามที่ อธิบดีำหนดโดยประกาศในราชกิจจา นุเบกษาว่าได้เสพยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามวรรคหนึ่งหรือไม่ และหากผลการตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่ ผู้ขับขี่นั้นไม่ได้เสพก็ให้ผู้ขับขี่นั้นขับรถต่อไปได้ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ตามวรรคสองไม่ยอมให้ตรวจสอบ ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงาน สอบสวนพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการมีอำนาจกักตัวผู้นั้นไว้ เพื่อดำเนิ การตรวจสอบได้ ภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นแห่งกรณีเพื่อให้การตรวจสอบเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว และเมื่อผู้นั้นยอมรับ การตรวจสอบแล้วหากผลการตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่าไม่ได้เสพ ก็ให้ปล่อยตัวไปทันที การตรวจสอบตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธี การที่ กำหนดใน กฎกระทรวง
- ๔๓ ตรี
ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๑) หรือ
(๒) ผู้ตรวจการมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดรถและสั่งให้มีการทดสอบตามมาตรา ๑๔๒ด้วย
- ๔๓ จัตวา
ในกรณีที่ผู้ตรวจการพบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๑) หรือ
(๒) หรือมาตรา ๔๓ทวิ วรรคหนึ่ง ให้ผู้ตรวจการส่งตัวผู้นั้นพร้อมพยานหลักฐานในเบื้องต้นแก่ ๙มาตรา ๔๓(๙) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๐มาตรา ๔๓ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๑๑มาตรา ๔๓ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๒ พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินหกชั่วโมงนับแต่เวลาที่พบการกระทำความผิด ดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีต่อไป
- ๔๓ เบญจ
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๔๓ทวิ และมาตรา ๔๓ตรี ให้ผู้ตรวจการแสดงบัตรประจำตัวของตนซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรือกฎหมายว่า ด้วยรถยนต์ต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
๔มาตรา ๑๘แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๕๐
๑๕มาตรา ๕๒แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕
๑๙มาตรา ๗๒แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ รถฉุกเฉิน
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.motorway.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.motorway.go.th/wp-content/uploads/2019/12/34-2522-%E0%B8%9E.%E0%B8%A3.%E0%B8%9A.-%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%81.pdf45 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:640433e048c037703a1d9970c4f7caeeaa7ac4011f99b9d1a14cfcdd41929ef8ดึงเมื่อ 2026-08-24T04:57:05.341Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR