พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๕๒๒92 มาตรา9 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 27 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 7f2a557b… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ คณะกรรมการพิจารณาคนเขาเมืองมาตรา ๖–๑๐ · 5 มาตรา
  2. หมวด ๒ การเขาและออกนอกราชอาณาจัรมาตรา ๑๑–๒๒ · 12 มาตรา
  3. หมวด ๓ พาหนะมาตรา ๒๓–๓๓ · 11 มาตรา
  4. หมวด ๔ การเขามาในราชอาณาจักรเป1นการชั่วคราวมาตรา ๓๔–๓๙ · 6 มาตรา
  5. หมวด ๕ การเขามามีถิ่นที่อยู9ในราชอาณาจักรมาตรา ๔๐–๕๒ · 13 มาตรา
  6. หมวด ๖ การส9งคนต9างดาวกลับออกไปนอกราชอาณาจักรมาตรา ๕๓–๕๖ · 4 มาตรา
  7. หมวด ๗ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๕๗–๖๐ · 4 มาตรา
  8. หมวด ๘ บทกำหนดโทษมาตรา ๖๑–๘๔ · 24 มาตรา
  9. บทเฉพาะกาลมาตรา ๘๕–๙๒ · 8 มาตรา

ปรารภ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ คนเขาเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไวณวันที่ ๒๔กุมภาพันธ0 พ.ศ. ๒๕๒๒ เป1นป2ที่ ๓๔ในรัชกาลป4จจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพ ใหประกาศว9า โดยที่เป1นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว9าดวยคนเขาเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไว โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห9งชาติ ทำหนาที่รัฐสภา ดังต9อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๒ การเขาและออกนอกราชอาณาจัร

    12 มาตรา
  2. ๑๑

    บุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจะตองเดิน ทางเขามาหรือออกไปตามช9องทาง ด9านตรวจคนเขาเมือง เขตท9า สถานี หรือทองที่และตาม กำหนดเวลา ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีจะไดประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  3. ๑๒

    หามมิใหคนต9างดาวซึ่งมีลัษณะอย9างใดอย9างหนึ่งดังต9อไปนี้เขามาใน ราชอาณาจักร

    (๑) ไม9มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใชแทนหนังสือเดินทางอันถู ตองและยัง สมบูรณ0อยู9 หรือมีแต9ไม9ไดรับการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางหรือเอกสารใชแทนหนังสือเดินทาง เช9นว9านั้นจากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต9างประเทศหรือจากกระทรวงการต9างประเทศเวนแต9 กรณีที่ไม9ตองมีการตรวจลงตราสำหรับคนต9างดาวบางประเภทเป1นกรณีพิเศษ การตรวจลงตราและการยกเวนการตรวจลงตราใหเป1นไปตามหลักเกณฑ0วิธีการและ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง การตรวจลงตราตาม(๑) ใหเสียค9าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๒) ไม9มีป4จจัยในการยังชีพตามควรแก9กรณีที่เขามาในราชอาณาจักร

    (๓) เขามาเพื่อมีอาชีพเป1นกรรมกร หรือเขามาเพื่อรับจางทำงานดวยกำลังกาย โดย ไม9ไดอาศัยวิชาความรูหรือการฝRกทางวิชาการ หรือเขามาเพื่อทำงานอื่นอันเป1นการฝSาฝTนกฎหมายว9า ดวยการทำงานของคนต9างดาว

    (๔) วิกลจริตหรือมีโรคอย9างใดอย9างหนึ่งตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    (๕) ยังมิไดปลูกฝ2ปUองกันไขทรพิษหรือฉีดวัคซีนหรือปฏิบัติการอย9างอื่นตาม วิชาการแพทย0เพื่อปUองกันโรคติดต9อตามที่กฎหมายบัญญัติและไม9ยอมใหแพทย0ตรวจคนเขาเมือง กระทำการเช9นว9านั้น

    (๖) เคยไดรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาของศาลไทยหรือคำสั่งที่ชอบดวยกฎหมาย หรือคำพิพากษาของศาลต9างประเทศ เวนแต9เป1นโทษสำหรับความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได กระทำโดยประมาทหรือความผิดที่ยกเวนไวในกฎกระทรวง

    (๗) มีพฤติการณ0เป1นที่น9าเชื่อว9าเป1นบุคคลที่เป1นภัยต9อสังคม หรือจะก9อเหตุรายให เกิดอันตรายต9อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห9งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจาหนาที่รัฐบาลต9างประเทศไดออกหมายจับ

    (๘) มีพฤติการณ0เป1นที่น9าเชื่ อว9าเขามาเพื่อการคาประเวณี การคาหญิงหรือเด็ก การคายาเสพติดใหโทษ การลักลอบหนีภาษีศุลกากรหรือเพื่อประกอบกิจการอื่นที่ขัดต9อความสงบ เรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

    (๙) ไม9มีเงินติดตัวหรือไม9มีประกันตามที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๑๔ (๑๐)รัฐมนตรีไม9อนุญาตใหเขามาในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๖

    (๑๑) ถูกรัฐบาลไทยหรือรัฐบาลต9างประเทศเนรเทศ หรือถูกเพิกถอนสิทธิการอยู9 อาศัยในราชอาณาจักรหรือในต9างประเทศมาแลว หรือถูกพนักงานเจาหนาที่ส9งกลับออกไปนอก ราชอาณาจักรโดยรัฐบาลไทยเสียค9าใชจ9าย ทั้งนี้ เวนแต9รัฐมนตรีไดพิจารณายกเวนใหเป1นกรณีพิเศษ เฉพาะราย การตรวจวินิจฉัยโรค ร9างกายหรือจิต ตลอดจนการปฏิบัติการเพื่อปUองกันโรคติดต9อ ใหใชแพทย0ตรวจคนเขาเมือง

  4. ๑๓

    คนต9างดาวดังต9อไปนี้ใหไดรับยกเวนไม9ตองมีหนังสือเดินทางหรือ งสือเดินทาง

    (๑) ผูควบคุมพาหนะและคนประจำพาหนะทางน้ำหรือทางอากาศซึ่งเพียงแต9แวะ เขามายังท9า สถานี หรือทองที่ ในราชอาณาจัรแลวกลับออกไป เพื่อประโยชน0ในการควบคุมบุคคลดังกล9าว พนักงานเจาหนาที่จะออกหนังสือสำคัญ ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงเพื่อใหถือไวก็ได

    (๒) คนสัญชาติของประเทศที่มีอาณาเขตติดต9อกับประเทศไทยเดินทางขาม พรมแดนไปมาชั่วคราวโดยปฏิบัติตามขอตกลงระหว9างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห9งประเทศนั้น

    (๓) คนโดยสารรถไฟผ9านแดนซึ่งถือตั๋วโดยสารทอดเดียวตลอดเพียงแต9ผ9านอาณา เขตประเทศไทยไปนอกราชอาณาจักรตามขอตกลงระหว9างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห9งประเทศนั้น ๆ และรวมตลอดถึงผูควบคุมพาหนะและคนประจำพาหนะแห9งรถไฟเช9นว9านั้นดวย

  5. ๑๔

    รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดใหคนต9างดาวซึ่งเขามาในราชอาณาจักรมีเงิน ติดตัว หรือมีประกันหรือจะยกเวนภายใตเงื่อนไขใด ๆก็ได ทั้งนี้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศตามวรรคหนึ่งมิใหใชบังคับแก9เด็กอายุต่ำกว9าสิบสองป2

  6. ๑๕

    คนต9างดาวซึ่งเขามาในราชอาณาจักรตราบเท9าที่อยู9ในฐานะดังต9อไปนี้ ใหไดรับการยกเวนไม9ตองปฏิบัติการตามหนาที่ของคนต9างดาวตามที่กำหนดไวในพระราชบัญญัตินี้ นอกจากการปฏิบัติหรือการตองหามตามมาตรา ๑๑มาตรา ๑๒(๑)

    (๔) และ(๕) และมาตรา ๑๘ วรรคสอง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

    (๑) บุคคลในคณะผูแทนทางทูตซึ่งรัฐบาลต9างประเทศส9งเขามาปฏิบัติหนาที่ใน ราชอาณาจักรหรือซึ่งเดินทางผ9านราชอาณาจักรเพื่อไปปฏิบัติหนาที่ในประเทศอื่น

    (๒) พนักงานฝSายกงสุลและลูกจางฝSายกงสุลซึ่งรัฐบาลต9างประเทศส9งเขามาปฏิบัติ หนาที่ในราชอาณาจักรหรือซึ่งเดินทางผ9านราชอาณาจักรเพื่อไปปฏิบัติหนาที่ในประเทศอื่น

    (๓) บุคคลซึ่งรัฐบาลต9างประเทศโดยความเห็นชอบของรัฐบาลไทยใหเขามาปฏิบัติ หนาที่หรือภารกิจในราชอาณาจักร

    (๔) บุคคลซึ่งปฏิบัติหนาที่หรือภารกิจในราชอาณาจักรเพื่อรัฐบาลไทยตามความ ตกลงที่รัฐบาลไทยไดทำไวกับรัฐบาลต9างประเทศ

    (๕) หัวหนาสำนักงานขององค0การหรือทบวงการระหว9างประเทศที่ มีกฎหมาย คุมครองการดำเนินงานในประเทศไทย หรือซึ่งรัฐบาลไทยไดใหความเห็นชอบดวยแลว และรวมถึง พนักงานหรือผูเชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นซึ่งองค0การหรือทบวงการเช9นว9านั้นแต9งตั้งหรือมอบหมายให ปฏิบัติหนาที่หรือภารกิจในราชอาณาจักร เพื่อองค0การหรือทบวงการดังกล9าว หรือเพื่อรัฐบาลไทย ตามความตกลงที่รัฐบาลไทยไดทำไวกับองค0การหรือทบวงการระหว9างประเทศนั้น

    (๖) คู9สมรส หรือบุตร ซึ่งอยู9ในความอุปการะและเป1นส9วนแห9งครัวเรือนของบุคคล ตาม(๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕)

    (๗) คนรับใชส9วนตัวซึ่งเดินทางจากต9างประเทศเพื่อมาทำงานประจำเป1นปกติ ณ ที่พักอาศัยของบุคคลตาม

    (๑) หรือบุคคลซึ่งไดรับเอกสิทธิเท9าเทียมกันกับบุคคลซึ่งมีตำแหน9งทางทูต ตามความตกลงที่รัฐบาลไทยไดทำไวกับรัฐบาลต9างประเทศหรือกับองค0การหรือทบวงการระหว9าง ประเทศ ในกรณีตาม(๑) (๒) (๖) หรือ

    (๗) ใหเป1นไปตามพันธกรณีระหว9างประเทศและหลัถอยทีถอยปฏิบัติต9อกัน ใหพนักงานเจาหนาที่มีอำนาจสอบถามและขอดูหลักฐานเพื่อสอบสวนว9าบุคคลซึ่ง เขามาในราชอาณาจักรนั้นเป1นผูไดรับยกเวนตามมาตรานี้

  7. ๑๖

    ในกรณีที่มีพฤติการณ0ซึ่งรัฐมนตรีเห็นว9า เพื่อประโยชน0แก9ประเทศหรือ เพื่อความสงบเรียบรอยวัฒนธรรมหรือศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชนไม9สมควร อนุญาตใหคนต9างดาวผูใดหรือจำพวกใดเขามาในราชอาณาจักรรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งไม9อนุญาตใหคน ต9างดาวผูนั้นหรือจำพวกนั้นเขามาในราชอาณาจักรได

  8. ๑๗

    ในกรณีพิเศษเฉพาะเรื่อง รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีจะ อนุญาตใหคนต9างดาวผูใดหรือจำพวกใดเขามาอยู9ในราชอาณาจักรภายใตเงื่อนไขใด ๆหรือจะยกเวน ไม9จำตองปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีใดๆก็ได

  9. ๑๘

    พนักงานเจาหนาที่มีอำนาจตรวจบุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไป นอกราชอาณาจักร เพื่อการนี้ บุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรตองยื่นรายการ ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงและผ9านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจาหนาที่ของด9านตรวจคน เขาเมืองประจำเสนทางนั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

  10. ๑๙

    ในการตรวจและพิจารณาว9าคนต9างดาวผูใดตองหามมิใหเขามาใน ราชอาณาจักรหรือไม9 พนักงานเจาหนาที่มีอำนาจพิจารณาอนุญาตใหคนต9างดาวผูนั้นไปพักอาศัยอยู9 ณที่ที่เห็นสมควร โดยใหคำรับรองว9าจะมาพบพนักงานเจาหนาที่เพื่อรับทราบคำสั่งตามวันเวลา และ สถานที่ที่กำหนดก็ได หรือถาพนักงานเจาหนาที่เห็นสมควรจะเรียกประกันหรือเรียกทั้งประกันและ หลักประกันก็ได หรือพนักงานเจาหนาที่จะกักตัวผูนั้นไว ณสถานที่ใดตามที่เห็นเหมาะสมเพื่อ ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได เพื่อประโยชน0แห9งบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง พนักงานเจาหนาที่มีอำนาจเรียกบุคคลซึ่ง มีเหตุอันควรเชื่อว9าถอยคำของบุคคลนั้นอาจเป1นประโยชน0แก9กรณีที่สงสัยใหมาสาบานหรือปฏิญาณ ตนและใหถอยคำต9อพนักงานเจาหนาที่ได ถามีเหตุอันควรสงสัยว9าคนต9างดาวผูใดเขามาในราชอาณาจัรเพื่อการอันระบุใน มาตรา ๑๒(๘) หรือมีส9วนเกี่ยวของกับการนั้น หรือหญิงหรือเด็กคนใดเขามาเพื่อการเช9นว9านั้น พนักงานเจาที่อาจอนุญาตใหเขามาในราชอาณาจักรไดชั่วคราวโดยสั่งใหบุคคลดังกล9าวมารายงานตน และตอบคำถามของพนักงานเจาหนาที่ หรือจะสั่งใหไปรายงานตนและตอบคำถามของเจาพนักงาน ตำรวจ ณสถานีตำรวจทองที่ที่ผูนั้นอาศัยอยู9 ตามระยะเวลาที่พนักงานเจาหนาที่กำหนดก็ได แต9 ระยะเวลาที่กำหนดใหรายงานตนและตอบคำถามตองห9างกันไม9นอยกว9าเจ็ดวันต9อครั้ง

  11. ๒๐

    ในการที่พนักงานเจาหนาที่กักตัวคนต9างดาวผูใดไวตามมาตรา ๑๙ให พนักงานเจาหนาที่มีอำนาจกักตัวคนต9างดาวผูนั้นไดเท9าที่จำเป1นตามพฤติการณ0แห9งกรณี แต9หามมิให กักตัวไวเกินสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต9เวลาที่ผู ถูกกักตัวมาถึงที่ทำการของพนักงานเจาหนาที่ ในกรณีที่มี เหตุจำเป1นจะยืดเวลาเกินสี่สิบแปดชั่วโมงก็ได แต9มิใหเกินเจ็ดวันและใหพนักงานเจาหนาที่บันทึกเหตุ จำเป1นที่ตองยืดเวลาไวใหปรากฏดวย ในกรณีที่มีเหตุจำเป1นตองกักตัวคนต9างดาวผูใดไวเกินกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให่ยื่นคำรองต9อศาลขอใหมีอำนาจกักตัวคนต9างดาวผูนั้นไวต9อไปอีกได และศาลอาจสั่ง ใหมีอำนาจกักตัวไวเท9าที่จำเป1นครั้งละไม9เกินสิบสองวัน แต9ถาศาลเห็นสมควรจะสั่งใหปล9อยตัวไป ชั่วคราวโดยเรียกประกัน หรือเรียกทั้งประกันและหลักประกันก็ได

  12. ๒๑

    ค9าใชจ9ายในการกักตัวคนต9างดาวตามมาตรา ๑๙และมาตรา ๒๐ให เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะที่นำเขามาในราชอาณาจักรเป1นผูเสีย ในกรณีที่ไม9ปรากฏตัว เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะหรือเขามาโดยไม9มีพาหนะใหคนต9างดาวผูนั้นเป1นผูเสีย

  13. ๒๒

    ในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่ตรวจพบว9าคนต9างดาวซึ่งมีลักษณะ ตองหามมิใหเขามาในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๒เขามาในราชอาณาจักรใหพนักงานเจาหนาที่มี อำนาจสั่งใหคนต9างดาวผูนั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักรไดโดยมีคำสั่งเป1นหนังสือ ถาคนต9างดาวผูนั้น ไม9พอใจในคำสั่ง อาจอุทธรณ0ต9อรัฐมนตรีได เวนแต9กรณีตามมาตรา ๑๒(๑) หรือ

    (๑๐) หามมิให อุทธรณ0 คำสั่งของรัฐมนตรีใหเป1นที่สุด แต9ถารัฐมนตรีมิไดมีคำสั่งภายในเจ็ดวันนับแต9วันยื่นอุทธรณ0 ใหถือว9ารัฐมนตรีมีคำสั่งว9าคนต9างดาวผูนั้นไม9เป1นผูตองหามมิใหเขามาในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การอุทธรณ0 ใหยื่นต9อพนักงานเจาหนาที่ภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต9เวลาที่ได ทราบคำสั่งของพนักงานเจาหนาที่ และใหทำตามแบบและเสียค9าธรรมเนียมตามที่ กำหนดใน กฎกระทรวง เมื่อคนต9างดาวยื่นอุทธรณ0แลวใหพนักงานเจาหนาที่รอการส9งตัวคนต9างดาวผูนั้น ออกไปนอกราชอาณาจักรไวจนกว9าจะไดมีคำสั่งของรัฐมนตรีในกรณีนั้น ในระหว9างดำเนินการตามคำสั่งของพนักงานเจาหนาที่ หรือระหว9างรอฟ4งคำสั่งของ รัฐมนตรี แลวแต9กรณี ใหนำมาตรา ๑๙วรรคหนึ่งมาใชบังคับโดยอนุโลมแต9มิใหนำมาตรา ๒๐มาใช บังคับดวย

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
http://www.phuketimmigration.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
http://www.phuketimmigration.go.th/downloads/02act-imm.pdf27 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:7f2a557baadc6e2846971e4249b3fb227da76d9b175860a7c017496787165f12ดึงเมื่อ 2026-08-24T04:58:27.810Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
พบความเพี้ยน 32,024 จุด"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR