พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๘๔110 มาตรา16 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 39 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 27d4e6ed… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การทำไม้และเก็บหาของป่ามาตรา ๖–๓๓ · 35 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ การกำหนดไม้หวงห้ามค่าภาคหลวงและขนาดจำกัดมาตรา ๖–๑๐ · 6 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ การทำไม้หวงห้ามมาตรา ๑๑–๑๘/๓ · 13 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ การยกเว้นค่าภาคหลวงมาตรา ๑๙–๒๔ · 6 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ ไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้ามมาตรา ๒๕–๒๖ · 2 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ ของป่าหวงห้ามมาตรา ๒๗–๓๓ · 8 มาตรา
  7. หมวด ๒ ตราประทับไม้มาตรา ๓๔–๓๗ · 4 มาตรา
  8. หมวด ๓ ไม้และของป่าระหว่างเคลื่อนที่มาตรา ๓๘–๔๖ · 11 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๑ การนำเคลื่อนที่มาตรา ๓๘–๔๒ · 7 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๒ การควบคุมไม้ในลำน้ำมาตรา ๔๓–๔๖ · 4 มาตรา
  11. หมวด ๔ การควบคุมการแปรรูปไม้มาตรา ๔๗–๕๓ จัตวา · 11 มาตรา
  12. หมวด ๕ การแผ้วถางป่ามาตรา ๕๔–๕๕ · 2 มาตรา
  13. หมวด ๖ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๕๖–๖๘ ทศ · 26 มาตรา
  14. หมวด ๗ บทกำหนดโทษมาตรา ๖๙–๗๔ จัตวา · 13 มาตรา
  15. หมวด ๘มาตรา ๗๕ · 1 มาตรา
  16. บทเฉพาะกาลมาตรา ๗๖–๗๗ · 2 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช ๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ.พิชเยนทรโยธิน ตราไว้ ณวันที่ ๑๔ตุลาคมพุทธศักราช ๒๔๘๔ เป็นปีที่ ๘ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่ สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่ สมควรปรับปรุงกฎหมายว่ ด้วยการป่ ไม้ ให้ เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้น จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๑ การทำไม้และเก็บหาของป่า

  2. ส่วนที่ ๑ การกำหนดไม้หวงห้ามค่าภาคหลวงและขนาดจำกัด

    6 มาตรา
  3. ไม้หวงห้ามมีสองประเภท คือ ประเภท ก. ไม้หวงห้ามธรรมดา ได้แก่ไม้ซึ่งการทำไม้จะต้องได้รับอนุญาตจาก พนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับสัมปทานตามความในพระราชบัญญัตินี้ ประเภทข. ไม้หวงห้ามพิเศษ ได้แก่ไม้หายากหรือไม้ที่ควรสงวนซึ่งไม่อนุญาตให้ทำ ไม้ เว้นแต่รัฐมนตรีจะได้อนุญาตในกรณีพิเศษ

  4. ไม้ชนิดใดที่ขึ้นในป่าจะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใด ให้กำหนดโดย พระราชกฤษฎีกา สำหรับไม้ทุกชนิดที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวล กฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้าม หรือไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตาม ประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็ชอบของคณะรัฐมนตรี ให้ถือว่า ไม่เป็นไม้หวงห้าม การเพิ่มเติมหรือเพิกถอนชนิดไม้ หรือเปลี่ยนแปลงประเภทไม้หวงห้ามที่ได้มีพระ ราชกฤษฎีกากำหนดไว้แล้วก็ดี หรือจะกำหนดไม้ชนิดใดเป็นไม้หวงห้ามประเภทใดขึ้นในท้องที่ใด นอกจากท้องที่ที่ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดตามความในมาตราก่อนแล้วนั้นก็ดี ให้กำหนดโดยพระ ราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกาซึ่งตราขึ้นตามความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ใช้บังคับได้เมื่อ พ้นกำหนดเก้าสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  5. (ยกเลิก)

  6. รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดอัตราค่าภาคหลวงโดยประกาศในราชกิจจา นุเบกษา ดังต่อไปนี้

    (๑) สำหรับไม้หวงห้ามประเภท ก. เฉพาะไม้สัก หรือไม้หวงห้ามประเภท ข. ให้ กำหนดตามชนิดขนาดและปริมาตรของไม้ ไม่เกินลูกบาศก์เมตรละสองร้อยบาท

    (๒) สำหรับไม้หวงห้ามอื่น ให้กำหนดตามชนิดและปริมาตรของไม้ ไม่เกินลูกบาศก์ เมตรละแปดสิบบาท

    (๓) สำหรับไม้หวงห้ามที่ทำเป็นไม้ฟืนหรือไม้เผาถ่าน ให้กำหนดได้ไม่เกินลูกบาศก์ เมตรละห้าบาทถ้าได้เผาเป็นถ่านแล้ว อัตราค่าภาคหลวงให้เป็นสองเท่าของอัตราค่าภาคหลวงของไม้ หวงห้ามที่ทำเป็นไม้ฟืนหรือไม้เผาถ่าน

    (๔) สำหรับไม้หวงห้ามหรือถ่านที่เผาจากไม้หวงห้ามที่นิยมซื้อขายกันตามมาตรฐาน อื่นนอกจากเป็นลูกบาศก์เมตรจะกำหนดอัตราค่าภาคหลวงแตกต่างจากที่บัญญัติ ไว้ใน(๑) (๒) หรือ

    (๓) ก็ได้ แต่ต้องไม่เกินร้อยละสิบของราคาตลาดในราชอาณาจักร โดยเฉลี่ยจากราคาของไม้หวงห้าม หรือของถ่านที่เผาจากไม้หวงห้าม แล้วแต่กรณี

  7. ๙ ทวิ

    ในกรณีที่รัฐมนตรีเห็สมควร รัฐมนตรีจะลดหรือยกเว้ ค่าภาคหลวงให้บุคคลซึ่งประสบภัยพิบัติสาธารณะตามความจำเป็นเฉพาะรายก็ได้

  8. ๑๐

    ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดขนาดจำกัดไม้หวงห้ามโดยประกาศในราช กิจจานุเบกษา

  9. ส่วนที่ ๒ การทำไม้หวงห้าม

    13 มาตรา
  10. ๑๑

    ผู้ใดทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือทำอันตรายด้วยประการใด ๆ แก่ไม้หวงห้า ต้องได้รับอนุญาตจากพนังานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับสัปทานตามความใน พระราชบัญญัตินี้ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในการอนุญาต การอนุญาตนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีแล้ว จะอนุญาตให้ ผูกขาดโดยให้ผู้ได้รับอนุญาตเสียเงินค่าผูกขาดให้แก่รัฐบาลตามจำนวนที่รัฐมนตรีกำหนดก็ได้ การอนุญาตโดยวิธีผูกขาดหรือให้สัมปทานสำหรับการทำไม้ฟืนหรือไม้เผาถ่านไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้กระทำได้เฉพาะในเขตป่าที่ห่างไกลและกันดารหรือเฉพาะการทำไม้ชนิด ที่มีค่าหรือหายาก การพิจารณาคำขออนุญาตผูกขาดหรือสัมปทานตามความในวรรคก่อนให้กระทำ โดยคณะกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง

  11. ๑๑ ทวิ

    ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๑หรือผู้รับสัมปทานประสงค์ จะนำเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะหรือเครื่องจักรกลใดๆที่ตนมิได้เป็นเจ้าของเข้า ไปในเขตป่าที่ได้รับอนุญาตหรือในเขตสัมปทาน ผู้รับอนุญาตหรือผู้รับสัมปทานดังกล่าวต้องแจ้งให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ตามแบบที่รัฐมนตรีำหนด บรรดาทรัพย์สินดังกล่าวในวรรคหนึ่งที่ผู้รับอนุญาตหรือผู้รับสัมปทาน นำเข้าไปใน เขตป่าที่ได้รับอนุญาต หรือในเขตสัมปทาน โดยมิได้แจ้งให้พ งานเจ้าหน้าที่ทราบตามวรรคหนึ่ง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินของผู้รับอนุญาตหรือผู้รับสัมปทาน

  12. ๑๒

    ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตทำไม้ที่ ไม่มีรอยตราอนุญาตของพนักงาน เจ้าหน้าที่ประทับไว้ เว้นแต่จะได้มีข้อความระบุอนุญาตไว้ในใบอนุญาต

  13. ๑๓

    ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตทำไม้ที่มีขนาดต่ำกว่าขนาดจำกัด แต่ถ้ามีเหตุ ภัยพิบัติสาธารณะ หรือมีเหตุจำเป็นที่เห็นสมควรช่วยเหลือราษฎรเป็นกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาต ให้ผู้รับอนุญาตเฉพาะราย ทำไม้ที่มีขนาดต่ำกว่าขนาดจำกัดเป็นการชั่วคราวก็ได้ การทำไม้ที่มีขนาดต่ กว่าขนาดจำกัดตามที่รัฐมนตรีอนุญาตให้ทำได้ ตามความใน วรรคหนึ่ง ผู้รับอนุญาตจะทำไม้ได้ก็ต่อเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประทับตราอนุญาตไว้ที่ไม้นั้น ๆแล้ว ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่ไม่สามารถประทับตราได้ และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ระบุไว้ในใบอนุญาตให้ทำได้ โดยไม่ต้องประทับตรา

  14. ๑๔

    ผู้รับอนุญาตทำไม้ต้องเสียค่าภาคหลวงตามที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

    (๑) ต้องชำระค่าภาคหลวงล่วงหน้า ต้นหรือท่อนละสองบาทเมื่อรับใบอนุญาตจาก พนักงานเจ้าหน้าที่ เว้นแต่ในท้องที่ใดที่คณะกรมการจังหวัดได้ประกาศโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรีให้ งดเว้นไม่ต้องเรียกเก็บเงินค่าภาคหลวงล่วงหน้าหรือให้ลดอัตราค่าภาคหลวงล่วงหน้าลงจากอัตราที่ กำหนดนี้ ก็ให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรมการจังหวัดนั้น ๆ การทำไม้สัก ผู้รับอนุญาตจะต้องชำระค่าภาคหลวงล่วงหน้า ตามอัตราที่คณะ กรมการจังหวัดได้ประกาศโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรี หรือตามอัตราที่รัฐมนตรีกำหนดเป็นรายๆไป การทำไม้ฟืน หรือทำไม้เผาถ่าน ไม่ต้องเสียค่าภาคหลวงล่วงหน้า

    (๒) ต้องชำระค่าภาคหลวงให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่พนักงาน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งจำนวนค่าภาคหลวงให้ทราบ ถ้าผู้รับอนุญาตไม่ชำระค่าภาคหลวงให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาดังกล่าวใน วรรคก่อนให้ไม้ ไม้ฟืนไม้เผาถ่านหรือถ่านนั้นตกเป็นของแผ่นดินเว้นแต่ผู้รับอนุญาตจะได้รับอนุญาต ให้ผัดผ่อนการชำระค่าภาคหลวงต่อไปตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงในกรณีที่ได้ชำระเงิน ค่าภาคหลวงล่วงหน้าไว้ และได้ทำไม้ออกมาแล้วภายในกำหนดอายุใบอนุญาตก็ให้ไม้ส่วนที่เกิน จำนวนจากที่ชำระค่าภาคหลวงล่วงหน้าไว้แล้วตกเป็นของแผ่นดิน

  15. ๑๔ ทวิ

    (ยกเลิก)

  16. ๑๕

    การชำระค่าภาคหลวงสำหรับไม้หวงห้ามชนิดใด ถ้าผู้รับอนุญาตขอ ชำระในเมื่อไม้นั้นได้แปรรูปแล้ว ต้องชำระตามปริมาตรของไม้แปรรูป ในอัตราสองเท่าค่าภาคหลวงที่ กำหนดไว้สำหรับไม้ชนิดนั้น ๆ

  17. ๑๖

    ค่าภาคหลวงล่วงหน้าทั้งสิ้นที่ชำระไว้แล้วตามความในมาตรา ๑๔(๑) นั้น ให้นำมาหักกลบลบกันกับค่าภาคหลวงไม้ที่ทำออกยังขาดเท่าใดให้เรียกเก็บจนครบ ถ้าผู้รับ อนุญาตทำไม้ออกมาไม่ครบจำนวนตามใบอนุญาตโดยมิใช่เพราะเหตุสุดวิสัย ซึ่งคำนวณค่าภาคหลวง แล้วยังไม่ถึงจำนวนเงินค่าภาคหลวงล่วงหน้าที่ได้ชำระไว้แล้ว ค่าภาคหลวงล่วงหน้าส่วนที่เกินให้ตก เป็นของรัฐบาล ถ้าผู้รับอนุญาตไม่ได้ทำไม้ออกมาเลยตามใบอนุญาตโดยมิใช่เพราะเหตุดวิสัย หรือ กระทำผิดจนถูกเพิกถอนใบอนุญาต ค่าภาคหลวงล่วงหน้าทั้งสิ้น ให้ตกเป็นของรัฐบาล

  18. ๑๗

    บทบัญญัติในส่วนนี้ มิให้ใช้บังคับในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) พนักงานเจ้าหน้าที่จัดกระทำไปเพื่อประโยชน์ในการบำรุงป่า การค้นคว้าหรือ การทดลองในทางวิชาการ

    (๒) ผู้เก็บหาเศษไม้ปลายไม้ตายแห้งที่ล้มขอนนอนไพร อันมีลักษณะเป็นไม้ฟืนซึ่ง มิใช่ไม้สักหรือไม้หวงห้ามประเภทข. ไปสำหรับใช้สอยในบ้านเรือนแห่งตนหรือประกอบกิจของตน

  19. ๑๘

    เมื่อมีเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือมีเหตุจำเป็นที่เห็สมควรช่วยเหลือ ราษฎรเป็นกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาตให้ผู้ใดเฉพาะรายทำไม้หวงห้ามแตกต่างจากข้อกำหนดใน กฎกระทรวงหรือข้อกำหนดในการอนุญาตเป็การชั่วคราวก็ได้ ส่วนที่ ๒/๑ การรับรองไม้

  20. ๑๘/๑

    เพื่อประโยชน์ในการจำแนกแหล่งที่มาของไม้ เจ้าของไม้ที่ขึ้นใน ที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน หรือเจ้าของไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความ เห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจะแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอหนังสือรับรองไม้ก็ได้ การแจ้งและการออกหนังสือรับรองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดี กรมป่าไม้กำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี หมวด ๑การทำไม้และเก็บหาของป่าส่วนที่ ๒/๑การรับรองไม้ มาตรา ๑๘/๑ถึงมาตรา ๑๘/๓ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๖๒

  21. ๑๘/๒

    ผู้ใดประสงค์จะขอหนังสือรับรองไม้ ผลิตภัฑ์ไม้ และถ่านไม้ เพื่อการค้าหรือการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และเสียค่าใช้จ่าย ในการออกหนังสือรับรองตามที่กรมป่าไม้กำหนด การขอและการออกหนังสือรับรองและอัตราค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม ระเบียบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

  22. ๑๘/๓

    การออกหนังสือรับรองตามมาตรา ๑๘/๑หรือมาตรา ๑๘/๒ กรมป่าไม้จะกำหนดให้สถาบันหรือองค์กรอื่นดำเนินการแทนก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขในระเบียบที่อธิบดีกรมป่าไม้กำหนด ในการนี้ ให้ถือว่าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของสถาบันหรือ องค์กรอื่นที่ดำเนิ การแทนพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามความในส่วนนี้

  23. ส่วนที่ ๓ การยกเว้นค่าภาคหลวง

    6 มาตรา
  24. ๑๙

    (ยกเลิก)

  25. ๒๐

    (ยกเลิก)

  26. ๒๑

    (ยกเลิก)

  27. ๒๒

    (ยกเลิก)

  28. ๒๓

    (ยกเลิก)

  29. ๒๔

    (ยกเลิก)

  30. ส่วนที่ ๔ ไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้าม

    2 มาตรา
  31. ๒๕

    ผู้ใดนำไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้ามเข้าเขตด่านป่าไม้ ต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม อัตราที่รัฐมนตรีกำหนด เว้นแต่เป็นการนำไปเพื่อใช้สอยส่วนตัวภายในเขตท้องที่จังหวัดที่ทำไม้นั้น หรือเป็นการนำไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิที่ รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามมาตรา ๗วรรคหนึ่ง เข้าเขตด่านป่าไม้ ไปใช้สอยส่วนตัวไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม การนำไม้เข้าเขตด่านป่าไม้หลายด่านให้เสียค่าธรรมเนียมเพียงด่านแรกด่านเดียว

  32. ๒๖

    รัฐมนตรีมี อำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดอัตรา ค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๒๕ไม่เกินลูกบาศก์เมตรละสี่สิบบาท แต่ถ้าเป็นไม้ที่นิยมซื้อขายกันตาม มาตรฐานอื่นนอกจากเป็นลูกบาศก์เมตรจะกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับไม้นั้นแตกต่างจากที่ บัญญัติไว้นี้ก็ได้ แต่ต้องไม่เกินร้อยละสิบของราคาตลาดในท้องที่ โดยเฉลี่ยจากราคาของไม้นั้น

  33. ส่วนที่ ๕ ของป่าหวงห้าม

    8 มาตรา
  34. ๒๗

    ของป่าอย่างใดในท้องที่ใดจะให้เป็นของป่าหวงห้าม ให้กำหนดโดย พระราชกฤษฎีกา

  35. ๒๘

    การเพิ่มเติมหรือเพิกถอนของป่าหวงห้ามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกา กำหนดไว้แล้วก็ด หรือจะกำหนดของป่าอย่างใดให้เป็นของป่าหวงห้ามขึ้นในท้องที่ใด นอกจากท้องที่ ที่ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดตามความในมาตราก่อนแล้วนั้นก็ดี ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกาซึ่งตราขึ้นตามความในมาตรานี้ให้ใช้บังคับได้เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  36. ๒๙

    ผู้ใดเก็บหาของป่าหวงห้ามหรือทำอันตรายด้วยประการใดๆแก่ของ ป่าหวงห้ามในป่า ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องเสียค่าภาคหลวง กับทั้งต้อง ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในการอนุญาต การอนุญาตนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีแล้ว จะอนุญาตให้ ผูกขาดโดยให้ผู้รับอนุญาตเสียเงินค่าผูกขาดให้แก่รัฐบาลตามจำนวนที่รัฐมนตรีกำหนดก็ได้ การอนุญาตโดยวิธีผูกขาด ให้กระทำได้เฉพาะในกรณีที่ของป่าหวงห้ามเป็นของมีค่า หรือหายากหรือเฉพาะในเขตป่าที่ห่างไกลและกันดารหรือมี วามจำเป็นในวิธีการเก็บหาอันจำต้องให้ อนุญาตโดยวิธีผูกขาด

  37. ๒๙ ทวิ

    ห้ามมิให้ผู้ใดค้าหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งของป่าหวงห้ามเกิน ปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา เว้นแต่ได้ับอนุญาตจากพนังานเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่การนำของป่าหวงห้ามเคลื่อนที่โดยมีใบเบิกทางของ พนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วย

  38. ๓๐

    รัฐมนตรีมี อำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดอัตรา ค่าภาคหลวงไม่เกินร้อยละสิบของราคาตลาดในราชอาณาจักร โดยเฉลี่ยจากราคาของของป่าหวงห้ามนั้น

  39. ๓๑

    ในท้องที่ใดที่ได้กำหนดรวงผึ้งเป็นของป่าหวงห้าม ห้ามมิให้ผู้ใดแม้จะ เป็นผู้รับอนุญาตหรือผู้รับสัมปทานเก็บหาของป่าก็ตามตัดหรือโค่นต้นยวนผึ้งหรือต้นไม้ท่ผึ้งจับทำรังอยู่ หรือทำอันตรายด้วยประการใดแก่ต้นไม้ที่กล่าวแล้วโดยไม่จำเป็นแก่การเก็บหารวงผึ้ง

  40. ๓๒

    บทบัญญัติในส่วนนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่จัดกระทำ ไปเพื่อประโยชน์ในการบำรุงป่า การค้นคว้า หรือการทดลองในทางวิชาการ

  41. ๓๓

    เมื่อมีเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือมีเหตุจำเป็นที่เห็นสมควรช่วยเหลือ ราษฎรเป็นกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาตให้ผู้ใดเฉพาะรายเก็บหาของป่าหวงห้ามแตกต่างจาก ข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือข้อกำหนดในการอนุญาตเป็นการชั่วคราวก็ได้

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ส่วนที่ ๓การยกเว้นค่าภาคหลวงมาตรา ๑๙ถึงมาตรา ๒๔ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ ส่วนที่ ๔ไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้าม มาตรา ๒๕ถึงมาตรา ๒๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๑๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ มาตรา ๔๐แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๑๐๖/๒๕๕๗เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ลงวันที่ ๒๑กรกฎาคมพุทธศักราช ๒๕๕๗ การรักษาพระราชบัญญัติ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://epa.onep.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://epa.onep.go.th/storage/upload/law/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%20%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.%202484.pdf39 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:27d4e6ed32668412349716f08b580e8969d2e4109130c9054f937a54451580f9ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:46:08.658Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR