พระราชบัญญัติการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๖๒
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 5c2a8339… · ดึงข้อมูล 2026-08-23 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ คณะกรรมการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงมาตรา ๖–๑๑ · 6 มาตรา
- หมวด ๒ การควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงมาตรา ๑๒–๒๐ · 9 มาตรา
- หมวด ๓ การอุทธรณ์มาตรา ๒๑–๒๒ · 2 มาตรา
- หมวด ๔ พนักงานเจ้าหน้าที่มาตรา ๒๓–๒๖ · 4 มาตรา
- หมวด ๕ ความรับผิดทางแพ่งมาตรา ๒๗ · 1 มาตรา
- หมวด ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๒๘–๓๒ · 5 มาตรา
ปรารภ
เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๘๕ พระราชบัญญัติ การควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๖๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้ มีกฎหมายควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงที่มีประสิทธิภาพและ เกิดความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ใน มาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๘๖
ทุกมาตรา
ดูเป็นรายการ- ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๖๒”
- ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓เป็นต้นไป เว้นแต่มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
- ๓
การยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติใดแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับแก่กิจกรรม ควบคุม หรือแก่สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ สถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้น หรือหน่วยงานของรัฐ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ทั้งนี้ การยกเว้นดังกล่าวจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๔
ในพระราชบัญญัตินี้ “อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง” หมายความว่า อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธชีวภาพ อาวุธเคมี หรืออาวุธอื่นใดซึ่งมีอานุภาพที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือพืชจำนวนมาก หรือ ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรงทำนองเดียวกับอาวุธดังกล่าว รวมทั้งระบบการส่งอาวุธ และส่วนประกอบ หรืออุปกรณ์ของอาวุธนั้นด้วย “สินค้า” หมายความว่า สิ่งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ไม่ว่าจะมีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หรือไม่ ตลอดจนภาชนะบรรจุสิ่งนั้นและหีบห่อของภาชนะบรรจุสิ่งนั้น และให้หมายความรวมถึง เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ด้วย “สินค้าที่ใช้ได้สองทาง” หมายความว่า สินค้าที่นำไปใช้ได้ทั้งในทางพลเรือนและทางทหาร โดยสามารถนำไปใช้ออกแบบ พัฒนา ผลิต ใช้ ดัดแปลง จัดเก็บ หรือลำเลียงอาวุธที่มีอานุภาพ ทำลายล้างสูง หรือนำไปกระทำด้วยประการใดๆเพื่อให้ได้มาซึ่งอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง “สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง”หมายความว่า อาวุธ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง อาวุธยุทธภัณฑ์ และสินค้าที่ใช้ได้สองทาง “กิจกรรมควบคุม” หมายความว่า การส่งออก การส่งกลับ การถ่ายลำ การผ่านแดน การเป็นนายหน้า และให้หมายความรวมถึงการดำเนินการใด ๆ เพื่อแพร่ขยายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๘๗ อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และในกรณีที่จะให้หมายความรวมถึงการนำเข้าด้วยเมื่อใด ให้ตราเป็น พระราชกฤษฎีกา “การเป็นนายหน้า” หมายความว่า การเจรจา การจัดการ หรือการตกลงในการทำให้เกิดธุรกรรม การซื้อ การขาย หรือการจัดหาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงซึ่งอยู่ นอกราชอาณาจักร จนเป็นผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้าดังกล่าวจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่ง ไม่ต่ำกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่าซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
- ๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และ ให้มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกำหนด ลด หรือยกเว้นค่าธรรมเนียม ไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ กับออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดค่าธรรมเนียมให้แตกต่างกันตามประเภทหรือรายละเอียด ทางเทคนิคของสินค้าก็ได้ กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
หมวด ๑ คณะกรรมการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
6 มาตรา- ๖
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง” ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็น ประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นรองประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๘๘ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดี กรมศุลกากร อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เจ้ากรมการอุตสาหกรรมทหาร และเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นกรรมการ ให้อธิบดีเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการกรมการค้าต่างประเทศ จำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ คณะกรรมการอาจมีมติ ให้เชิญผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณาให้เข้าร่วมประชุม เป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการ สำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น
- ๗
ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอนโยบายและแผนงานในการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพ ทำลายล้างสูงต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ
(๒) เสนอแนะมาตรการและแนวทางต่อรัฐมนตรีเพื่อกำหนดมาตรการตามมาตรา ๑๒
(๓) ตรวจสอบและให้คำแนะนำการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐและเอกชนในการควบคุม สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
(๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ มาตรการหรือแนวทางตาม
(๒) และการตรวจสอบตาม
(๓) ต้องมีผู้รับผิดชอบชัดเจนและ ไม่สร้างภาระแก่ประชาชนเกินความจำเป็น หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตาม
(๔) ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการให้กระทำได้ตามที่จำเป็นและให้กำหนดระยะเวลาดำเนินงานให้ชัดเจนด้วย เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๘๙
- ๘
ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ อธิบดีอาจขอให้คณะอนุกรรมการ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงและการประเมิน ความเสี่ยงทางเทคนิคของสินค้า และให้อธิบดีรายงานให้คณะกรรมการทราบต่อไป
- ๙
การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการ และรองประธานกรรมการ ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
- ๑๐
ให้นำความในมาตรา ๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะอนุกรรมการด้วย โดยอนุโลม
- ๑๑
ให้กรมการค้าต่างประเทศรับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการและ คณะอนุกรรมการ รวมทั้งการประสานงานและการร่วมมือกับสถานศึกษา สถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ หรือองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการควบคุมสินค้า ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
หมวด ๒ การควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
9 มาตรา- ๑๒
ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจประกาศกำหนด มาตรการ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดสินค้าที่ต้องขออนุญาตหรือต้องมีการรับรองว่าสินค้านั้นไม่เกี่ยวข้องกับการแพร่ ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
(๒) กำหนดกิจกรรมควบคุมสำหรับสินค้าตาม
(๑) เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๙๐
(๓) กำหนดมาตรการอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งรวมถึงมาตรการเกี่ยวกับสินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการใช้สุดท้ายหรือ ผู้ใช้สุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง เมื่อรัฐมนตรีประกาศกำหนดมาตรการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมการค้าต่างประเทศด้วย
- ๑๓
เมื่อได้มีประกาศกำหนดกิจกรรมควบคุมสำหรับสินค้าที่ต้องขออนุญาตแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำกิจกรรมควบคุมนั้น เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย การขออนุญาต ประเภทของใบอนุญาต การออกใบอนุญาต แบบใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซึ่งจะกำหนดให้มีการตรวจสอบระบบงานควบคุมสินค้าด้วยก็ได้ แต่ต้องกำหนด ระยะเวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจนด้วย
- ๑๔
ผู้ขออนุญาตตามมาตรา ๑๓ ต้องเป็นบุคคลที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการค้า ต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนดและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือระงับการรับรองตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) เคยถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือระงับการรับรองตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามเงื่อนไขที่กำหนดครบถ้วนแล้ว
(๓) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้ว เกินหนึ่งปีก่อนวันยื่นคำขออนุญาต
(๔) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่งด้วย
- ๑๕
ผู้ใดกระทำกิจกรรมควบคุมโดยมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในใบอนุญาต ให้อธิบดีมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ในกรณีที่ผู้กระทำกิจกรรมควบคุมมิได้แก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตนั้น เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๙๑
- ๑๖
เมื่อได้มีประกาศกำหนดกิจกรรมควบคุมสำหรับสินค้าที่ต้องมีการรับรองแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำกิจกรรมควบคุมนั้น เว้นแต่จะได้มีการรับรองสินค้านั้น การรับรองสินค้า แบบการรับรอง และอายุการรับรอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้นำความในมาตรา ๑๔ มาใช้บังคับแก่ผู้รับรองด้วยโดยอนุโลม
- ๑๗
ผู้รับรองใดมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง ให้อธิบดีมีคำสั่งให้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่เกิน หนึ่งร้อยยี่สิบวัน หากผู้รับรองมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวของอธิบดี ให้ถือว่าไม่เคยมีการรับรองนั้น ในกรณีที่ผู้รับรองมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๖ วรรคสอง ให้อธิบดีมีคำสั่งระงับการรับรองจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
- ๑๘
เมื่อได้มีประกาศกำหนดมาตรการตามมาตรา ๑๒
(๓) แล้ว ห้ามมิให้ผู้ใด กระทำกิจกรรมควบคุม เว้นแต่จะได้มีการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดนั้น การกำหนดมาตรการตามวรรคหนึ่ง อธิบดีอาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้กระทำกิจกรรมควบคุม ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้
- ๑๙
ผู้ใดกระทำกิจกรรมควบคุมโดยมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ตามมาตรา ๑๘ วรรคสอง ให้อธิบดีมีคำสั่งระงับการกระทำกิจกรรมควบคุมนั้นจนกว่าจะปฏิบัติ ให้ถูกต้อง
- ๒๐
ให้นำความในกฎหมายว่าด้วยศุลกากรในส่วนที่ว่าด้วยการนำของเข้าและ การส่งของออก การผ่านแดน การถ่ายลำ และของตกค้าง พนักงานศุลกากร และบทกำหนดโทษ มาใช้บังคับแก่กิจกรรมควบคุมซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงด้วย โดยอนุโลม
หมวด ๓ การอุทธรณ์
2 มาตรา- ๒๑
ผู้กระทำกิจกรรมควบคุมผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามหมวด ๒ มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนั้น เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๙๒ การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งนั้น เว้นแต่รัฐมนตรี จะสั่งให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
- ๒๒
ให้รัฐมนตรีพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับอุทธรณ์ ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้มีหนังสือ แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดระยะเวลานั้น ในการนี้ ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ถ้ายังวินิจฉัยไม่แล้วเสร็จ ให้ถือว่ารัฐมนตรีเห็นด้วยกับผู้อุทธรณ์
หมวด ๔ พนักงานเจ้าหน้าที่
4 มาตรา- ๒๓
ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) เข้าไปในสถานประกอบการ หรือสถานที่ใด ๆ ที่เกี่ยวกับการกระทำกิจกรรมควบคุม ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น หรือเข้าตรวจค้นหรือ ตรวจสอบยานพาหนะที่บรรทุกหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบรรทุกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) กักยานพาหนะที่บรรทุกหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบรรทุกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ ความผิด หรือเรียกให้ยานพาหนะใดๆซึ่งยังอยู่ในราชอาณาจักรให้กลับเข้ามาจอดหรือเทียบท่า ณ สถานที่หรือท่าที่กำหนดเพื่อตรวจสอบและควบคุมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
(๓) ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) มีหนังสือเรียกให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารและหลักฐานที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่ การใช้อำนาจตามวรรคหนึ่ง (๑) และ
(๓) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา แสดงความบริสุทธิ์ก่อนการเข้าค้น แสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่และ เอกสารที่ให้อำนาจในการตรวจค้นให้แก่ผู้ครอบครองเคหสถานหรือสถานที่ค้น เว้นแต่ไม่มีผู้ครอบครองอยู่ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๙๓ ณ ที่นั้น การค้นให้กระทำต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคน โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งมอบสำเนา เอกสารนั้นให้แก่ผู้ครอบครองในทันทีที่กระทำได้ เมื่อได้เข้าไปและทำการค้นแล้ว หากยังดำเนินการไม่เสร็จจะกระทำต่อเนื่องไปในเวลากลางคืน หรือนอกเวลาทำการของสถานที่นั้นก็ได้ ในกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งจะทำการค้นในเวลากลางคืนก็ได้ โดยจะต้องมีพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไปเป็นหัวหน้าในการดำเนินการ การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดี ประกาศกำหนด
- ๒๔
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๓ ให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกตามสมควร
- ๒๕
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด
- ๒๖
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๕ ความรับผิดทางแพ่ง
1 มาตรา- ๒๗
ผู้ใดกระทำกิจกรรมควบคุมซึ่งสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพ ทำลายล้างสูงโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้โดยรู้อยู่แล้วว่าผู้ใช้สุดท้ายจะนำไปดำเนินการ อย่างผิดกฎหมายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ชีวิต หรือร่างกาย ผู้กระทำกิจกรรมควบคุม ต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
หมวด ๖ บทกำหนดโทษ
5 มาตรา- ๒๘
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด ตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๙๔ ในกรณีที่การกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อที่จะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยาย อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงไปใช้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น หรือนำไปใช้ออกแบบ พัฒนา ผลิต ใช้ ดัดแปลง จัดเก็บ หรือลำเลียงอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง หรือนำไปกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกิน หนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามวรรคสอง ให้ริบเสียทั้งสิ้น
- ๒๙
ผู้ใดให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มีการออกใบอนุญาตกระทำกิจกรรมควบคุมตามมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง หรือเพื่อให้เป็นไป ตามมาตรการที่กำหนดตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ๓๐
ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๒๙ นอกราชอาณาจักร ผู้นั้นจะต้องรับโทษในราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ถ้าปรากฏว่า
(๑) ผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ใน ประเทศไทย
(๒) ผู้กระทำความผิดเป็นคนต่างด้าว และได้กระทำโดยประสงค์ให้ความผิดเกิดขึ้นใน ราชอาณาจักรหรือรัฐบาลไทยเป็นผู้เสียหาย
(๓) ผู้กระทำความผิดเป็นคนต่างด้าว และการกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายของรัฐ ที่การกระทำเกิดขึ้นภายในเขตอำนาจของรัฐนั้น หากผู้นั้นได้ปรากฏตัวในราชอาณาจักรและมิได้ มีการส่งตัวผู้นั้นออกไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา ๑๐ แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาใช้บังคับแก่ผู้กระทำความผิด ตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม
- ๓๑
ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามหนังสือเรียกตามมาตรา ๒๓
(๔) หรือขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๒๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๙๕
- ๓๒
ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น เกิดจากการสั่งการ หรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบใน การดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้น ไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๕๖ ก หนา้ ๙๖ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้ออกข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ ๑๕๔๐
(๒๐๐๔) เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗ และข้อมติฯ อื่นที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้ประเทศต่าง ๆ ต้องมีมาตรการภายในประเทศใน การป้องกันการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือ พืชจำนวนมากหรือต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง ตลอดจนสินค้าทั่วไปที่สามารถนำไปประกอบ พัฒนา เสริมสร้าง และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง โดยมีระบบการควบคุมการส่งออก การส่งกลับ การนำเข้า การถ่ายลำ การผ่านแดน การเป็นนายหน้า และการดำเนินการใดๆเพื่อแพร่ขยายสินค้า ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และการกำหนดมาตรการเกี่ยวกับสินค้าที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า มีการใช้สุดท้ายหรือผู้ใช้สุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งประเทศไทย ในฐานะประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติมีหน้าที่ตามที่กำหนดในข้อ ๒๕ ของกฎบัตรสหประชาชาติ ที่จะต้องปฏิบัติตาม แต่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถครอบคลุมการปฏิบัติตามข้อมติฯ ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะการควบคุมการเป็นนายหน้าและสินค้าที่จับต้องไม่ได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้อง ใช้ระบบคณะกรรมการในการกำหนดนโยบายและแนวทางการควบคุมการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพ ทำลายล้างสูงเพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ระบบอนุญาตหรือ มาตรการอื่นใดสำหรับการกระทำกิจกรรมควบคุมและสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพ ทำลายล้างสูงที่กำหนดเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยสาธารณะ และกำหนด ความรับผิดทางแพ่ง ตลอดจนโทษทางปกครองและทางอาญาที่เหมาะสมเพื่อให้ประเทศไทยสามารถ ควบคุมการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- หน้ารายการของกฤษฎีกา
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/583ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiZjAzNWVhNDAtMjJiMi00YzZhLTgwYjQtNzM3NWY1Y2U4OWE5IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguIEwMTgwIOC4nuC4o-C4sOC4o-C4suC4iuC4muC4seC4jeC4jeC4seC4leC4tCAyNTYyLTU24LiBLTg1LlBERiJ9.Hzh2Pt8GSLqFIcqqyZLpXDmlltAuxSE7vZThHuidz_A13 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:5c2a833997eb4fe2e8d9b71bc105def2ac939e7635be815a60841ec2085ff84cดึงเมื่อ 2026-08-23T15:20:35.989Z
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR