พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖

กรมกิจการเด็กและเยาวชน

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๔๖88 มาตรา10 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 13 หน้า

ที่มา: กรมกิจการเด็กและเยาวชน · Open Data Common · sha256 6e441a60… · ดึงข้อมูล 2026-08-22 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กมาตรา ๗–๒๑ · 15 มาตรา
  2. หมวด ๒ การปฏิบัติต่อเด็กมาตรา ๒๒–๓๑ · 10 มาตรา
  3. หมวด ๓ การสงเคราะห์เด็กมาตรา ๓๒–๓๙ · 8 มาตรา
  4. หมวด ๔ การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมาตรา ๔๐–๔๗ · 8 มาตรา
  5. หมวด ๕ ผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมาตรา ๔๘–๕๐ · 3 มาตรา
  6. หมวด ๖ สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูมาตรา ๕๑–๖๒ · 12 มาตรา
  7. หมวด ๗ การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษามาตรา ๖๓–๖๗ · 5 มาตรา
  8. หมวด ๘ กองทุนคุ้มครองเด็กมาตรา ๖๘–๗๗ · 10 มาตรา
  9. หมวด ๙ บทกำหนดโทษมาตรา ๗๘–๘๖ · 9 มาตรา
  10. บทเฉพาะกาลมาตรา ๘๗–๘๘ · 2 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นปีที่ ๕๘ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๘ กองทุนคุ้มครองเด็ก

    10 มาตรา
  2. ๖๘

    ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ เรียกว่า “กองทุนคุ้มครองเด็ก” เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งครอบครัว และครอบครัวอุปถัมภ์ของเด็กตามพระราชบัญญัตินี้

  3. ๖๙

    กองทุนประกอบด้วย

    (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้

    (๒) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

    (๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้

    (๔) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ

    (๕) ดอกผลที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน

  4. ๗๐

    เงินและดอกผลที่กองทุนได้รับตามมาตรา ๗๔ ให้เป็นของสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

  5. ๗๑

    ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็น ประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่ง คณะกรรมการแต่งตั้งไม่เกินสามคน ในจำนวนนี้ต้องเป็นผู้แทนจากภาคเอกชนซึ่งเกี่ยวข้องกับงานด้านสวัสดิการเด็กอย่างน้อยหนึ่งคน เป็น กรรมการ และให้รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ

  6. ๗๒

    ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการบริหารกองทุน และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการบริหารกองทุน โดย อนุโลม

  7. ๗๓

    ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

    (๒) พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินเพื่อการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งครอบครัวและครอบครัว อุปถัมภ์ของเด็กตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดหรือตามคำสั่งศาล

    (๓) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อคณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

  8. ๗๔

    การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน์และการจัดการกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่ คณะกรรมการกำหนด

  9. ๗๕

    ให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนจำนวนห้าคน ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านการเงิน การสวัสดิการ เด็ก และการประเมินผลและให้รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเป็นกรรมการและ เลขานุการ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม

  10. ๗๖

    คณะกรรมการติดตามและประเมินผลตามมาตรา ๘๐ มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน

    (๒) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ

    (๓) มีอำนาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกองทุนจากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา ประเมินผล

  11. ๗๗

    ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำงบดุลและบัญชีทำการส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบภายใน หนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปีแล้วทำรายงานผลการสอบและรับรองบัญชีและการเงินของกองทุน เสนอต่อคณะกรรมการภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีเพื่อคณะกรรมการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ รายงานผลการสอบบัญชีตามวรรคสองให้รัฐมนตรีเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบและจัดให้ มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
กรมกิจการเด็กและเยาวชนเผยแพร่ผ่าน data.go.th
ชุดข้อมูลบน data.go.th
https://data.go.th/dataset/nursery_11_01Open Data Common — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.dcy.go.th/public/mainWeb/file_download/1638170189326-511345003.pdf13 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:6e441a6089639606d7c7e0d2bbbe56f6c0c44f991709c36771c2e43e3d60e89cดึงเมื่อ 2026-08-22T07:58:08+00:00
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจไม่ได้ด้วยวิธีที่มี — ไม่มีไฟล์ต้นฉบับบนเครื่องนี้"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout + เทียบแนว tesseract(tha) เพื่อกู้สระ ำกู้สระ ำ ที่ font ของไฟล์ไม่มีรหัส Unicode คืน 466 ตัว ด้วยการเทียบ OCR · ตรวจคำที่มี ำ แน่นอน 315 คำ ผิด 0