พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๕๔๐43 มาตรา8 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 14 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 9cedd1d9… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมาตรา ๗–๑๓ · 7 มาตรา
  2. หมวด ๒ ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยมาตรา ๑๔–๒๐ · 7 มาตรา
  3. หมวด ๓ ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลมาตรา ๒๑–๒๕ · 5 มาตรา
  4. หมวด ๔ เอกสารประวัติศาสตร์มาตรา ๒๖ · 1 มาตรา
  5. หมวด ๕ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการมาตรา ๒๗–๓๔ · 8 มาตรา
  6. หมวด ๖ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมาตรา ๓๕–๓๙ · 5 มาตรา
  7. หมวด ๗ บทกำหนดโทษมาตรา ๔๐–๔๑ · 2 มาตรา
  8. บทเฉพาะกาลมาตรา ๔๒–๔๓ · 2 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๒กันยายนพ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นปีที่ ๕๒ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๕ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

    8 มาตรา
  2. ๒๗

    ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ประกอบด้วยรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎี เลขาธิ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้อำนวยการสำข่ วกรองแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจากภาครัฐ และภาคเอกชนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกเก้าคนเป็นกรรมการ ให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแต่ ตั้ ข้ ราชการของสำงานปลัด นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งเป็นเลขานุการ และอีกสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

  3. ๒๘

    คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

    (๑) สอดส่องดูแลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐและ หน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

    (๒) ให้คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ตามที่ได้รับคำขอ

    (๓) เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎีกาและการออกกฎกระทรวงหรือระเบียบ ของคณะรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัตินี้

    (๔) พิจารณาและให้ความเห็นเรื่องร้องเรียนตามมาตรา ๑๓

    (๕) จัดทำรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้เสนอคณะรัฐมนตรีเป็น ครั้งคราวตามความเหมาะสมแต่อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

    (๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้

    (๗) ดำเนินการเรื่องอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

  4. ๒๙

    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๒๗มีวาระอยู่ใน ตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง ผู้ที่พ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้

  5. ๓๐

    นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับ แต่งตั้งตามมาตรา ๒๗พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

    (๑) ตาย

    (๒) ลาออก - -

    (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่อ หรือไม่สุจริตต่อ หน้าที่หรือหย่อนความสามารถ

    (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย

    (๕) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

    (๖) ได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็โทษสำหรับความผิด ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

  6. ๓๑

    การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุมถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งใน การลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียง ชี้ขาด

  7. ๓๒

    ให้คณะกรรมการมีอำนาจเรียกให้บุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งวัตถุ เอกสารหรือพยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณาได้

  8. ๓๓

    ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐปฏิเสธว่าไม่มีข้อมูลข่าวสารตามที่มีคำขอไม่ ว่าจะเป็นกรณีตามมาตรา ๑๑หรือมาตรา ๒๕ ถ้าผู้มีคำขอไม่เชื่อว่าเป็นความจริงและร้องเรียนต่อ คณะกรรมการตามมาตรา ๑๓ให้คณะกรรมการมีอำนาจเข้าดำเนินการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารของ ราชการที่เกี่ยวข้องได้และแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้ร้องเรียนทราบ หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยินยอมให้คณะกรรมการหรือผู้ซึ่ง คณะกรรมการมอบหมายเข้าตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองของตนได้ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่ก็ตาม

  9. ๓๔

    คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุ รรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติงาน อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ และให้นำความในมาตรา ๓๑มาใช้บังคับโดย อนุโลม

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://hss.moph.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://hss.moph.go.th/fileupload_doc_slider/2016-11-18-54-16-246524.pdf14 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:9cedd1d937378305332c85316139b6d3aa37a454abbae80538086530e86f87abดึงเมื่อ 2026-08-24T07:56:45.566Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR