๓. ปฐมสารีปุตตโกฏฐิตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑๐. อัพยากตสังยุต] ๓. ปฐมสารีปุตตโกฏฐิตสูตร ๓. ปฐมสารีปุตตโกฏฐิตสูตร ว่าด้วยพระสารีบุตรและพระมหาโกฏฐิตะ สูตรที่ ๑
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิตะอยู่ ณ ป่า อิสิปตนมฤคทายวัน เขตกรุงพาราณสี ครั้งนั้น ท่านพระมหาโกฏฐิตะออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็น เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้ถามท่านพระสารีบุตรดังนี้ว่า “ท่านสารีบุตร หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกหรือ” ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “ผู้มีอายุ ปัญหาว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีก’ นี้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์” “หลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีกหรือ” “แม้ปัญหาว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีก’ นี้พระผู้มีพระภาคก็ไม่ทรงพยากรณ์” “หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีกหรือ” “ปัญหาว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีก’ นี้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์” “หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ” “แม้ปัญหาว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ นี้พระผู้มีพระภาคก็ไม่ทรงพยากรณ์” “ท่านถูกผมถามว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกหรือ’ ก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุปัญหาว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีก’ นี้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์’ฯลฯ ท่านถูกผมถามว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่หรือ’ ก็ตอบว่า ‘แม้ปัญหาว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ นี้พระผู้มีพระภาคก็ไม่ทรงพยากรณ์’ อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ปัญหานั้น”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๗๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑๐. อัพยากตสังยุต] ๔. ทุติยสารีปุตตโกฏฐิตสูตร “คำว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ ก็ดี นี้เป็นสักแต่ว่ารูป คำว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ ก็ดี นี้เป็นสักแต่ว่าเวทนา คำว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ ก็ดี นี้เป็นสักแต่ว่าสัญญา คำว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ ก็ดี นี้เป็นสักแต่ว่าสังขาร คำว่า ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตไม่เกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้ว ตถาคตเกิดอีกและไม่เกิดอีก’ ก็ดี ‘หลังจากตายแล้วตถาคตจะว่าเกิดอีกก็มิใช่ จะว่าไม่เกิดอีกก็มิใช่’ ก็ดี นี้เป็นสักแต่ว่าวิญญาณ ผู้มีอายุ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ปัญหานั้น”ปฐมสารีปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๓ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๑
เอกํ สมยํ อายสฺมา จ สารีปุตฺโต อายสฺมา จ มหาโกฏฺฐิโต พาราณสิยํ วิหรนฺติ อิสิปตเน มิคทาเย ฯ อถ โข อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโต สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ {๗๗๑.๑} เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโต อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ กึ นุ โข อาวุโส สารีปุตฺต โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ อพฺยากตํ โข เอตํ อาวุโส ภควตา โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ กึ ปนาวุโส น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ เอตมฺปิ โข อาวุโส อพฺยากตํ ภควตา น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ กึ นุ โข อาวุโส โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ อพฺยากตํ โข เอตํ อาวุโส ภควตา โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ กึ ปนาวุโส เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ เอตมฺปิ โข อาวุโส อพฺยากตํ ภควตา เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ ฯ {๗๗๑.๒} กึ นุ โข อาวุโส โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน อพฺยากตํ โข เอตํ อาวุโส ภควตา โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วเทสิ ฯเปฯ กึ ปนาวุโส เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน เอตมฺปิ โข อาวุโส อพฺยากตํ ภควตา เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วเทสิ ฯ โก นุ โข อาวุโส เหตุ โก ปจฺจโย เยเนตํ อพฺยากตํ ภควตาติ ฯ
สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาโกฏฐิตะอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี ครั้งนั้นแล เป็นเวลาเย็น ท่านพระมหาโกฏฐิตะออกจากที่หลีกเร้น ได้เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ ได้ปราศรัยกับท่านพระสารีบุตร ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ถามท่านพระสารีบุตรว่า ดูกรท่านพระ-*สารีบุตร สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกหรือ ท่านพระสารีบุตรตอบว่าดูกรท่าน ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ ฯ ม. ดูกรท่าน สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีกหรือ ฯ ส. ดูกรท่าน แม้ปัญหาข้อนี้ก็เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยา-*กรณ์ ฯ ม. ดูกรท่าน สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มีหรือ ฯ ส. ดูกรท่าน ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์อีกเหมือนกัน ฯ ม. ดูกรท่าน สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้หรือ ฯ ส. ดูกรท่าน แม้ปัญหาข้อนี้ก็เป็นปัญหาที่พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์อีกเหมือนกัน ฯ ม. ดูกรท่าน เมื่อผมถามว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเกิดอีกหรือท่านก็ตอบว่า ดูกรท่าน ปัญหาข้อนี้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ ฯลฯ เมื่อผมถามว่า ดูกรท่าน สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้หรือ ท่านก็ตอบว่า ดูกรท่าน แม้ปัญหาข้อนี้ก็เป็นปัญหาที่พระผู้มี-*พระภาคไม่ทรงพยากรณ์อีกเหมือนกัน ดูกรท่าน อะไรเล่าเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์ปัญหานั้น ฯ
โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ โข อาวุโส รูปคตเมตํ ฯ น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ รูปคตเมตํ ฯ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ รูปคตเมตํ ฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ รูปคตเมตํ ฯ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ โข อาวุโส เวทนาคตเมตํ ฯ น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ เวทนาคตเมตํ ฯ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ เวทนาคตเมตํ ฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ เวทนาคตเมตํ ฯ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ โข อาวุโส สญฺญาคตเมตํ ฯ น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ สญฺญาคตเมตํ ฯ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ สญฺญาคตเมตํ ฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ สญฺญาคตเมตํ ฯ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ โข อาวุโส สงฺขารคตเมตํ ฯ น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ สงฺขารคตเมตํ ฯ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ สงฺขารคตเมตํ ฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ สงฺขารคตเมตํ ฯ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ โข อาวุโส วิญฺญาณคตเมตํ ฯ น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วิญฺญาณคตเมตํ ฯ โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วิญฺญาณคตเมตํ ฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วิญฺญาณคตเมตํ ฯ อยํ โข อาวุโส เหตุ อยํ ปจฺจโย เยเนตํ อพฺยากตํ ภควตาติ ฯ ตติยํ ฯ
ส. ดูกรท่าน คำว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มีย่อมไม่เกิดอีกก็มี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ นี้ย่อมเป็นคำที่หมายถึงรูป ดูกรท่าน คำว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ นี้ย่อมเป็นคำที่หมายถึงเวทนา ดูกรท่าน คำว่าสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีกสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ นี้ย่อมเป็นคำที่หมายถึงสัญญา ดูกรท่าน คำว่าสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มีสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ นี้ย่อมเป็นคำที่หมายถึงสังขาร คำว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่เกิดอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็มี ย่อมไม่เกิดอีกก็มี สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้นี้ย่อมเป็นคำที่หมายถึงวิญญาณ ดูกรท่าน นี่แหละเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระผู้มี-*พระภาคไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้น ฯ จบสูตรที่ ๓