๓. นันทิขยสูตร ที่ ๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค นันทิขยสูตรที่ ๓
จกฺขุํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ จกฺขุอนิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ จกฺขุํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต จกฺขุอนิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต จกฺขุสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจติ ฯเปฯ ชิวฺหํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ ชิวฺหานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ ชิวฺหํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต ชิวฺหานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต ชิวฺหายปิ นิพฺพินฺทติ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจติ ฯเปฯ มนํ ภิกฺขเว โยนิโส มนสิกโรถ มนานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสถ ฯ มนํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ โยนิโส มนสิกโรนฺโต มนานิจฺจตญฺจ ยถาภูตํ สมนุปสฺสนฺโต มนสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย นนฺทิราคกฺขยา จิตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ วุจฺจตีติ ฯ ตติยํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงใส่ใจถึงจักษุโดยอุบายอันแยบคาย และจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งจักษุตามความเป็นจริง เมื่อใส่ใจถึงจักษุโดยอุบายอันแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งจักษุตามความเป็นจริง ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักษุ เพราะสิ้นความเพลิดเพลิน จึงสิ้นราคะ เพราะสิ้นราคะ จึงสิ้นความเพลิดเพลิน เพราะสิ้นความเพลิดเพลินและราคะ เราจึงเรียกว่าจิตหลุดพ้นดีแล้ว ฯลฯ เธอทั้งหลายจงใส่ใจถึงใจ โดยอุบายอันแยบคายและจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งใจตามความเป็นจริง เมื่อใส่ใจถึงใจ โดยอุบายอันแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งใจตามความเป็นจริง ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในใจ เพราะสิ้นความเพลิดเพลิน จึงสิ้นราคะ เพราะสิ้นราคะจึงสิ้นความเพลิดเพลิน เพราะสิ้นความเพลิดเพลินและราคะ เราจึงเรียกว่าจิตหลุดพ้นดีแล้ว ฯ จบสูตรที่ ๓
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. อัชฌัตตอนิจจนันทิกขยสูตร ว่าด้วยความสิ้นไปแห่งความเพลิดเพลินในอายตนะภายในที่ไม่เที่ยง
“ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมนสิการจักขุโดยแยบคาย และจง พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งจักขุตามความเป็นจริง เมื่อมนสิการจักขุโดยแยบคายและพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งจักขุตามความเป็นจริง ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักขุเพราะสิ้นความเพลิดเพลินจึงสิ้นราคะ เพราะสิ้นราคะจึงสิ้นความเพลิดเพลินเพราะสิ้นทั้งความเพลิดเพลินและราคะ เราจึงเรียกว่า ‘จิตหลุดพ้นดีแล้ว’ ฯลฯ เธอทั้งหลายจงมนสิการชิวหาโดยแยบคาย และจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งชิวหาตามความเป็นจริง เมื่อมนสิการชิวหาโดยแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งชิวหาตามความเป็นจริง ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในชิวหา เพราะสิ้นความเพลิดเพลินจึงสิ้นราคะ เพราะสิ้นราคะจึงสิ้นความเพลิดเพลิน เพราะสิ้นทั้งความเพลิดเพลินและราคะ เราจึงเรียกว่า ‘จิตหลุดพ้นดีแล้ว’ ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมนสิการมโนโดยแยบคาย และจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งมโนตามความเป็นจริง เมื่อมนสิการมโนโดยแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งมโนตามความเป็นจริง ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในมโนเพราะสิ้นความเพลิดเพลินจึงสิ้นราคะ เพราะสิ้นราคะจึงสิ้นความเพลิดเพลินเพราะสิ้นทั้งความเพลิดเพลินและราคะ เราจึงเรียกว่า ‘จิตหลุดพ้นดีแล้ว”อัชฌัตตอนิจจนันทิกขยสูตรที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๙๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นันทิขยวรรคที่ ๑ อรรถกถานันทิขยสูตรที่ ๑-๔
นันทิขยวรรค นันทิขยสูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า นนฺทิกฺขยา ราคกฺขโย ราคกฺขยา นนฺทิกฺขโย ท่านกล่าวว่า นันทิและราคะ โดยอรรถก็เป็นอันเดียวกัน.
บทว่า สุวิมุตฺตํ ความว่า หลุดพ้นด้วยดี โดยหลุดพ้นด้วยอรหัตตผล.
คำที่เหลือในสูตรนี้และในสูตรที่ ๒ เป็นต้น ง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถานันทิขยสูตรที่ ๑-๔ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๑๐. ธรรมกถิกสูตร