๘. ปริญญาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ปริญญาสูตร
สพฺพูปาทานปริญฺญาย โว ภิกฺขเว ธมฺมํ เทสิสฺสามิ ตํ สุณาถ ฯ กตโม จ ภิกฺขเว สพฺพูปาทานปริญฺญาย ธมฺโม ฯ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณํ ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส ผสฺสปจฺจยา เวทนา ฯ เอวํ ปสฺสํ ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก จกฺขุสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ รูเปสุปิ นิพฺพินฺทติ จกฺขุวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติ จกฺขุสมฺผสฺเสปิ นิพฺพินฺทติ เวทนายปิ นิพฺพินฺทติ นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ วิราคา วิมุจฺจติ วิโมกฺขปริญฺญาตํ เม อุปาทานนฺติ ปชานาติ ฯ โสตญฺจ ปฏิจฺจ สทฺเท จ ฯ ฆานญฺจ ปฏิจฺจ คนฺเธ จ ฯ ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ ฯ กายญฺจ ปฏิจฺจ โผฏฺฐพฺเพ จ ฯ มนญฺจ ปฏิจฺจ ธมฺเม จ อุปฺปชฺชติ มโนวิญฺญาณํ ติณฺณํ สงฺคติ ผสฺโส ผสฺสปจฺจยา เวทนา ฯ เอวํ ปสฺสํ ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก มนสฺมึปิ นิพฺพินฺทติ ธมฺเมสุปิ นิพฺพินฺทติ มโนวิญฺญาเณปิ นิพฺพินฺทติ มโนสมฺผสฺเสปิ นิพฺพินฺทติ เวทนายปิ นิพฺพินฺทติ นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ วิราคา วิมุจฺจติ วิโมกฺขปริญฺญาตํ เม อุปาทานนฺติ ปชานาติ ฯ อยํ โข ภิกฺขเว สพฺพูปาทานปริญฺญาย ธมฺโมติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ
พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมเพื่อกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวงแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังธรรมนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเพื่อกำหนดรู้ซึ่งอุปาทานทั้งปวงเป็นไฉน อาศัยจักษุและรูป เกิดจักษุวิญญาณ รวมธรรม ๓ ประการ เป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในจักษุ ทั้งในรูป ทั้งในจักษุวิญญาณ ทั้งในจักษุสัมผัส ทั้งในเวทนา เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด ย่อมหลุดพ้น เธอย่อมทราบชัดว่า อุปาทานเรากำหนดรู้แล้วด้วยวิโมกข์ อาศัยหูและเสียง ฯลฯ อาศัยจมูกและกลิ่น ฯลฯ อาศัยลิ้นและรส ฯลฯ อาศัยกายและโผฏฐัพพะ ฯลฯ อาศัยใจและธรรมารมณ์ จึงเกิดมโนวิญญาณ รวมธรรม ๓ ประการเป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในใจ ทั้งในธรรมารมณ์ ทั้งในมโนวิญญาณ ทั้งในมโนสัมผัส ทั้งในเวทนา เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด ย่อมหลุดพ้นเธอย่อมทราบชัดว่า อุปาทานเรากำหนดรู้แล้วด้วยวิโมกข์ ดูกรภิกษุทั้งหลายนี้แลเป็นธรรมเพื่อกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวง ฯ จบสูตรที่ ๘
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๑. อวิชชาวรรค ๘. สัพพุปาทานปริญญาสูตร ๘. สัพพุปาทานปริญญาสูตร ว่าด้วยธรรมเพื่อกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวง
“ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมเพื่อกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวง แก่เธอ ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ธรรมเพื่อกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวง เป็นอย่างไร คือ เพราะอาศัยจักขุและรูป จักขุวิญญาณจึงเกิด ความประจวบแห่งธรรม ๓ประการเป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงเกิด อริยสาวกผู้ได้สดับเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักขุ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักขุวิญญาณ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักขุสัมผัส ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในเวทนา เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้น เพราะหลุดพ้นจึงรู้ชัดว่า ‘เรากำหนดรู้อุปาทานได้แล้ว’ เพราะอาศัยโสตะและสัททะ โสตวิญญาณจึงเกิด ฯลฯ เพราะอาศัยฆานะและคันธะ ฯลฯ เพราะอาศัยชิวหาและรสะ ฯลฯ เพราะอาศัยกายและโผฏฐัพพะ ฯลฯ เพราะอาศัยมโนและธรรมารมณ์ มโนวิญญาณจึงเกิด ความประจวบแห่งธรรม๓ ประการเป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงเกิด อริยสาวกผู้ได้สดับเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในมโน ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในธรรมารมณ์ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในมโนวิญญาณ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในมโนสัมผัส ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในเวทนา เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้นเพราะหลุดพ้นจึงรู้ชัดว่า ‘เรากำหนดรู้อุปาทานได้แล้ว’ ภิกษุทั้งหลาย ธรรมเพื่อกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวงเป็นอย่างนี้แล” สัพพุปาทานปริญญาสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ เพื่อกำหนดรู้อุปาทานทั้งปวง หมายถึงเพื่อรู้ชัดอุปาทานทั้ง ๔ (กามุปาทาน ความยึดมั่นในกาม,@ทิฏฐุปาทาน ความยึดมั่นในทิฏฐิ, สีลัพพตุปาทาน ความยึดมั่นในศีลพรต และอัตตวาทุปาทาน@ความยึดมั่นในวาทะว่าอัตตา) ด้วยปริญญา ๓ (ญาตปริญญา กำหนดรู้ขั้นรู้จัก, ตีรณปริญญา@กำหนดรู้ขั้นพิจารณา, ปหานปริญญา กำหนดรู้ขั้นละ) (สํ.สฬา.อ. ๓/๕๓-๖๒/๑๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๔๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยปัณณาสก์ อรรถกถาอวิชชาวรรคที่ ๑
ในอวิชชาวรรคที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อวิชฺชา ได้แก่ ความไม่รู้ในสัจจะ ๔.
บทว่า วิชฺชา ได้แก่ รู้แจ้งอรหัตตมรรค.
บทว่า อนิจฺจโต ชานโต ปสฺสโต ความว่า เมื่อรู้ เมื่อเห็น ว่าเป็นทุกข์เป็นอนัตตา ชื่อว่าย่อมละได้เหมือนกัน. ก็คำนี้ตรัสไว้โดยอัธยาศัยของบุคคลผู้ตรัสรู้ ในเมื่อตรัสโดยเป็นของไม่เที่ยง.
ในบททั้งปวงก็นัยนี้เหมือนกัน.
แต่ในที่นี้ บทว่า สญฺโญชนา ได้แก่ สัญโญชน์ ๑๐.
บทว่า อาสวา ได้แก่ อาสวะ ๔. บทว่า อนุสยา ได้แก่ อนุสัย ๗.
บทว่า สพฺพูปาทานปริญฺญา ได้แก่ เพื่อรู้ชัดอุปาทานหมดทั้ง ๔ ด้วยปริญญา ๓.
บทว่า ปริยาทานาย ได้แก่ เพื่อความเกษม.
บทที่เหลือในที่ทั้งปวงง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาอวิชชาวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๕