อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๗

๕. ปฐมโนเจอัสสาทสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗–๑๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๕. ปฐมโนเจอัสสาทสูตร ว่าด้วยการปฏิเสธคุณของอายตนะ สูตรที่ ๑

ข้อ ๑๗

“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณของจักขุจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงติดใจ ในจักขุ แต่เพราะคุณของจักขุมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงติดใจในจักขุ ถ้าโทษของจักขุจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายในจักขุ แต่ เพราะโทษของจักขุมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในจักขุ ถ้าเครื่องสลัดออกจากจักขุจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออกจากจักขุแต่เพราะเครื่องสลัดออกจากจักขุมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากจักขุ ถ้าคุณของโสตะจักไม่มีแล้ว ... ถ้าคุณของฆานะจักไม่มีแล้ว ... ถ้าคุณของชิวหาจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงติดใจในชิวหา แต่เพราะคุณของชิวหามีอยู่ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงติดใจในชิวหา ถ้าโทษของชิวหาจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายในชิวหา แต่เพราะโทษของชิวหามีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในชิวหา ถ้าเครื่องสลัดออกจากชิวหาจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออกจากชิวหา แต่เพราะเครื่องสลัดออกจากชิวหามีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากชิวหา ถ้าคุณของกายจักไม่มีแล้ว ... ถ้าคุณของมโนจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงติดใจในมโน แต่เพราะคุณของมโนมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงติดใจในมโน ถ้าโทษของมโนจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายในมโน แต่เพราะโทษของมโนมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในมโน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๖}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๑. ปฐมปัณณาสก์ ๒. ยมกวรรค ๖. ทุติยโนเจอัสสาทปริเยสนสูตร ถ้าเครื่องสลัดออกจากมโนจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออกจากมโนแต่เพราะเครื่องสลัดออกจากมโนมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากมโน ภิกษุทั้งหลาย ตราบใดสัตว์ทั้งหลายยังไม่รู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ และเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากอายตนะภายใน๖ ประการนี้ตามความเป็นจริง ตราบนั้นสัตว์ทั้งหลายจะออกไป หลุดไป พ้นไปจากโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ มีใจปราศจากแดน อยู่ไม่ได้เลย แต่เมื่อใดสัตว์ทั้งหลายรู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ และเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากอายตนะภายใน ๖ ประการนี้ตามความเป็นจริง เมื่อนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงออกไป หลุดไป พ้นไป จากโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์มีใจปราศจากแดนอยู่ได้” ปฐมโนเจอัสสาทสูตรที่ ๕ จบ ๖. ทุติยโนเจอัสสาทสูตร ว่าด้วยการปฏิเสธคุณของอายตนะ สูตรที่ ๒

ข้อ ๑๘

“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณของรูปจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงติดใจ ในรูป แต่เพราะคุณของรูปมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงติดใจในรูป ถ้าโทษของรูปจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายในรูป แต่เพราะโทษของรูปมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในรูป ถ้าเครื่องสลัดออกจากรูปจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออกจากรูปแต่เพราะเครื่องสลัดออกจากรูปมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากรูป ถ้าคุณของสัททะ ฯลฯ ของคันธะ ฯลฯ ของรสะ ฯลฯ ของโผฏฐัพพะ ฯลฯ ถ้าคุณของธรรมารมณ์จักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงติดใจในธรรมารมณ์แต่เพราะคุณของธรรมารมณ์มีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงติดใจในธรรมารมณ์@เชิงอรรถ : @ แดน ในที่นี้หมายถึงกิเลสหรือวัฏฏะ (สํ.สฬา.อ. ๓/๑๗-๑๘/๔, สํ.ฏีกา ๒/๑๗-๑๘/๓๓๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๗}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค โนอัสสาทสูตรที่ ๑

ข้อ ๑๗

โน เจทํ ภิกฺขเว จกฺขุสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา จกฺขุสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ จกฺขุสฺส อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา จกฺขุสฺมึ สารชฺชนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว จกฺขุสฺส อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา จกฺขุสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ จกฺขุสฺส อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา จกฺขุสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว จกฺขุสฺส นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา จกฺขุสฺมา นิสฺสเรยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ จกฺขุสฺส นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา จกฺขุสฺมา นิสฺสรนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว โสตสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว ฆานสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว ชิวฺหาย อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา ชิวฺหาย สารชฺเชยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ ชิวฺหาย อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา ชิวฺหาย สารชฺชนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว ชิวฺหาย อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา ชิวฺหาย นิพฺพินฺเทยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ ชิวฺหาย อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา ชิวฺหาย นิพฺพินฺทนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว ชิวฺหาย นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา ชิวฺหาย นิสฺสเรยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ ชิวฺหาย นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา ชิวฺหาย นิสฺสรนฺติ ฯ {๑๗.๑} โน เจทํ ภิกฺขเว กายสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว มนสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา มนสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ มนสฺส อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา มนสฺมึ สารชฺชนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว มนสฺส อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา มนสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ มนสฺส อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา มนสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว มนสฺส นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา มนสฺมา นิสฺสเรยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ มนสฺส นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา มนสฺมา นิสฺสรนฺติ ฯ {๑๗.๒} ยาวกีวญฺจ ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ฉนฺนํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ นาพฺภญฺญาสุํ ฯ เนว ตาว ภิกฺขเว สตฺตา สเทวกา โลกา สมารกา สพฺรหฺมกา สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิปริยาทิกเตน เจตสา วิหรึสุ ฯ ยโต จ โข ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ฉนฺนํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสุํ ฯ อถ ภิกฺขเว สตฺตา สเทวกา โลกา สมารกา สพฺรหฺมกา สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิปริยาทิกเตน เจตสา วิหรนฺตีติ ฯ ปญฺจมํ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณแห่งจักษุจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงกำหนัดในจักษุ แต่เพราะคุณในจักษุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงกำหนัดในจักษุ ถ้าโทษแห่งจักษุจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในจักษุแต่เพราะโทษแห่งจักษุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในจักษุ ถ้าความสลัดออกแห่งจักษุจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออกจากจักษุ แต่เพราะความสลัดออกแห่งจักษุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากจักษุ ฯลฯ แห่งหู ฯลฯ แห่งจมูก ฯลฯ แห่งลิ้น ฯลฯ แห่งกาย ฯลฯ ถ้าคุณแห่งใจจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงกำหนัดในใจ แต่เพราะคุณแห่งใจมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงกำหนัดในใจ ถ้าโทษแห่งใจจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในใจ แต่เพราะโทษแห่งใจมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในใจ ถ้าความสลัดออกแห่งใจจักไม่มีแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงสลัดออกจากใจ แต่เพราะความสลัดออกแห่งใจมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากใจ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายยังไม่รู้ตามความเป็นจริง ซึ่งคุณแห่งอายตนะภายใน ๖ เหล่านี้ โดยเป็นคุณ ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ ซึ่งความสลัดออกโดยเป็นความสลัดออก เพียงใด สัตว์ทั้งหลายก็ยังไม่เป็นผู้ออกไปพรากไป หลุดพ้นไปจากโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ มีใจหาเขตแดนมิได้อยู่ เพียงนั้นแต่เมื่อใด สัตว์ทั้งหลายได้รู้ตามความเป็นจริง ซึ่งคุณแห่งอายตนะภายใน ๖เหล่านี้ โดยเป็นคุณ ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ และซึ่งความสลัดออกโดยเป็นความสลัดออก เมื่อนั้น สัตว์ทั้งหลายก็เป็นผู้ออกไป พรากไป หลุดพ้นไปจากโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ มีใจอันหาเขตแดนมิได้อยู่ ฯ จบสูตรที่ ๕

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/