๑๐. ธรรมกถิกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ธรรมกถิกสูตร
อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ ธมฺมกถิโก ธมฺมกถิโกติ ภนฺเต วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต ธมฺมกถิโก โหตีติ ฯ จกฺขุสฺส เจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ธมฺมํ เทเสติ ธมฺมกถิโก ภิกฺขูติ อลํ วจนาย ฯ จกฺขุสฺส เจ ภิกฺขุ นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหติ ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน ภิกฺขูติ อลํ วจนาย ฯ จกฺขุสฺส เจ ภิกฺขุ นิพฺพิทา วิราคา นิโรธา อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปตฺโต ภิกฺขูติ อลํ วจนาย ฯเปฯ ชิวฺหาย เจ ภิกฺขุ นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ธมฺมํ เทเสติ ธมฺมกถิโก ภิกฺขูติ อลํ วจนาย ฯเปฯ มนสฺส เจ ภิกฺขุ นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ธมฺมํ เทเสติ ธมฺมกถิโก ภิกฺขูติ อลํ วจนาย ฯ มนสฺส เจ ภิกฺขุ นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหติ ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน ภิกฺขูติ อลํ วจนาย ฯ มนสฺส เจ ภิกฺขุ นิพฺพิทา วิราคา นิโรธา อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปตฺโต ภิกฺขูติ อลํ วจนายาติ ฯ ทสมํ ฯ นวปุราณวคฺโค ปญฺจโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ กมฺมํ จตฺตาริ สปฺปายา อนนฺเตวาสิกิมตฺถิยา อตฺถิ นุ โข ปริยาโย อินฺทฺริยกถิเกน วาติ ฯ ตติยปณฺณาสเก วคฺคสฺสุทฺทานํ โยคกฺเขมิ จ โลโก จ คหปติ เทวทเหน จ นวปุราเณน ปญฺญาสํ ตติยํ เตน วุจฺจตีติ ฯ --------------
ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่าภิกษุเป็นพระธรรมกถึกๆ ดังนี้ ภิกษุเป็นพระธรรมกถึกด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอพระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ ถ้าภิกษุแสดงธรรมเพื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัดเพื่อดับจักษุ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุเป็นพระธรรมกถึก ถ้าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อหน่ายเพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับจักษุ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมถ้าเป็นผู้หลุดพ้นเพราะหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นจักษุควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน ฯลฯ ภิกษุแสดงธรรมเพื่อหน่ายเพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับใจ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุเป็นพระธรรมกถึก ถ้าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับใจ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ถ้าเป็นผู้หลุดพ้นเพราะหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นใจ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบนวปุราณวรรคที่ ๕ -----------------------------------------------------รวมสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กรรมสูตร ๒. สัปปายสูตรที่ ๑ ๓. สัปปายสูตรที่ ๒ ๔. สัปปาย-*สูตรที่ ๓ ๕. สัปปายสูตรที่ ๔ ๖. อนันเตวาสิกานาจริยสูตร ๗. ติตถิยสูตร๘. ปริยายสูตร ๙. อินทรียสูตร ๑๐. ธรรมกถิกสูตร ฯ -----------------------------------------------------รวมวรรคในตติยปัณณาสก์นี้ คือ ๑. โยคักเขมิวรรค ๒. โลกกามคุณวรรค ๓. คหปติวรรค๔. เทวทหวรรค ๕. นวปุราณวรรค ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ธัมมกถิกปุจฉาสูตร ว่าด้วยการถามเรื่องพระธรรมกถึก
ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ตรัสว่า ‘ภิกษุเป็นธรรมกถึก ภิกษุเป็นธรรมกถึก’ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ ภิกษุจึงเป็นธรรมกถึก” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ภิกษุทั้งหลาย หากภิกษุแสดงธรรมเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับจักขุ ควรเรียกได้ว่า ‘ภิกษุเป็นธรรมกถึก’หากภิกษุเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับจักขุ ควรเรียกได้ว่า ‘ภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม’ หากภิกษุเป็นผู้หลุดพ้นเพราะความเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ ไม่ถือมั่นจักขุ ควรเรียกได้ว่า‘ภิกษุผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน’ ฯลฯ หากภิกษุแสดงธรรมเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับชิวหา ควรเรียกได้ว่า ‘ภิกษุเป็นธรรมกถึก’ ฯลฯ หากภิกษุแสดงธรรมเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับมโน ควรเรียกได้ว่า ‘ภิกษุเป็นธรรมกถึก’ หากภิกษุเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่ายเพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับมโน ควรเรียกได้ว่า ‘ภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมสมควร แก่ธรรม’
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๙๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๓. ตติยปัณณาสก์ ๕. นวปุราณวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค หากภิกษุเป็นผู้หลุดพ้นเพราะความเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับไม่ถือมั่นมโน ควรเรียกได้ว่า ‘ภิกษุผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน” ธรรมกถิกปุจฉาสูตรที่ ๑๐ จบ นวปุราณวรรคที่ ๕ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กัมมนิโรธสูตร ๒. ปฐมนิพพานสัปปายปฏิปทาสูตร ๓. ทุติยนิพพานสัปปายปฏิปทาสูตร ๔. ตติยนิพพานสัปปายปฏิปทาสูตร ๕. จตุตถนิพพานสัปปายปฏิปทาสูตร ๖. อันเตวาสิกสูตร ๗. กิมัตถิยพรหมจริยสูตร ๘. อัตถินุโขปริยายสูตร ๙. อินทริยสัมปันนสูตร ๑๐. ธัมมกถิกปุจฉาสูตร ตติยปัณณาสก์ในสฬายตนวรรค จบบริบูรณ์ รวมวรรคที่มีในตติยปัณณาสก์นี้ คือ ๑. โยคักเขมิวรรค ๒. โลกกามคุณวรรค ๓. คหปติวรรค ๔. เทวทหวรรค ๕. นวปุราณวรรค
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๙๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาธรรมกถิกสูตรที่ ๑๐
อรรถกถาธรรมกถิกสูตรที่ ๑๐ มีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.
จบอรรถกถาธรรมกถิกสูตรที่ ๑๐ จบนวปุราณวรรคที่ ๕ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กรรมสูตร
๒. สัปปายสูตรที่ ๑ [อนิจจนิพพานสัปปายสูตรที่ ๒]
๓. สัปปายสูตรที่ ๒
๔. สัปปายสูตรที่ ๓
๕. สัปปายสูตรที่ ๔
๖. อนันเตวาสิกานาจริยสูตร [อันเตวาสิกสูตรที่ ๖]
๗. ติตถิยสูตร
๘. ปริยายสูตร
๙. อินทรียสูตร
๑๐. ธรรมกถิกสูตร ฯ -----------------------------------------------------
รวมวรรคในตติยปัณณาสก์นี้ คือ
๑. โยคักเขมิวรรค
๒. โลกกามคุณวรรค
๓. คหปติวรรค
๔. เทวทหวรรค
๕. นวปุราณวรรค ฯ -----------------------------------------------------