๔. ปาตาลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ปาตาลสูตร
อสฺสุตวา ภิกฺขเว ปุถุชฺชโน เอวํ วาจํ ภาสติ อตฺถิ มหาสมุทฺเท ปาตาโลติ ฯ ตํ โข ปเนตํ ภิกฺขเว อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อสนฺตํ อสํวิชฺชมานํ เอวํ วาจํ ภาสติ อตฺถิ มหาสมุทฺเท ปาตาโลติ ฯ สารีริกานํ โข เอตํ ภิกฺขเว ทุกฺขานํ เวทนานํ อธิวจนํ ยทิทํ ปาตาโลติ ฯ อสฺสุตวา ภิกฺขเว ปุถุชฺชโน สารีริกาย ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน โสจติ กิลมติ ปริเทวติ อุรตฺตาฬี กนฺทติ สมฺโมหํ อาปชฺชติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ปาตาเล น ปจฺจุฏฺฐาสิ คาธญฺจ นชฺฌคา ฯ สุตวา จ โข ภิกฺขเว อริยสาวโก สารีริกาย ทุกฺขาย เวทนาย ผุฏฺโฐ สมาโน น โสจติ น กิลมติ น ปริเทวติ น อุรตฺตาฬี กนฺทติ สมฺโมหํ นาปชฺชติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก ปาตาเล ปจฺจุฏฺฐาสิ คาธญฺจ อชฺฌคาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับแล้ว ย่อมพูดอย่างนี้ว่า ในมหาสมุทรมีบาดาล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับแล้ว ย่อมพูดวาจาอันไม่มีไม่ปรากฏอย่างนี้ว่าในมหาสมุทรมีบาดาล ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า บาดาลนี้เป็นชื่อของทุกขเวทนาที่เป็นไปในสรีระแล ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับถูกทุกขเวทนาอันเป็นไปในสรีระถูกต้องแล้ว ย่อมเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอกคร่ำครวญย่อมถึงความงมงาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับนี้ เรากล่าวว่า ไม่ปรากฏในบาดาล ทั้งหยั่งไม่ถึงอีกด้วย ส่วนอริยสาวกผู้สดับแล้ว ถูกทุกขเวทนาอันเป็นไปในสรีระถูกต้องย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ลำบาก ไม่ร่ำไร ไม่ทุบอกคร่ำครวญ ย่อมไม่ถึงความงมงายดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้สดับแล้วนี้ เรากล่าวว่า ย่อมปรากฏในบาดาลทั้งหยั่งถึงอีกด้วย ฯ
โย เอตา นาธิวาเสติ อุปฺปนฺนา เวทนา ทุกฺขา สารีริกา ปาณหรา ยาหิ ผุฏฺโฐ ปเวธติ ฯ อกฺกนฺทติ ปโรทติ ทุพฺพโล อปฺปถามโก น โส ปาตาเล ปจฺจุฏฺฐาสิ อโถ คาธมฺปิ นชฺฌคา ฯ โย เจตา อธิวาเสติ อุปฺปนฺนา เวทนา ทุกฺขา สารีริกา ปาณหรา ยาหิ ผุฏฺโฐ น เวธติ สเจ ปาตาเล ปจฺจุฏฺฐาสิ อโถ คาธมฺปิ อชฺฌคาติ ฯ จตุตฺถํ ฯ
นรชนใดถูกทุกขเวทนาเหล่านี้ อันเป็นไปในสรีระ เครื่องนำชีวิตเสีย บังเกิดขึ้น ถูกต้องแล้ว อดกลั้นไม่ได้ ย่อมหวั่นไหว เป็นผู้ทุรพล กำลังน้อย ย่อมคร่ำครวญ ร่ำไร นรชนนั้นย่อมไม่ปรากฏในบาดาล ทั้งหยั่งไม่ถึงอีกด้วย ส่วน นรชนใดถูกทุกขเวทนาเหล่านี้ อันเป็นไปในสรีระ เครื่อง นำชีวิตเสีย บังเกิดขึ้น ถูกต้อง อดกลั้นไว้ได้ ย่อมไม่ หวั่นไหว นรชนนั้นแล ย่อมปรากฏในบาดาล ทั้งหยั่งถึง อีกด้วย จบสูตรที่ ๔
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. ปาตาลสูตร ว่าด้วยบาดาล
“ภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับกล่าวคำใดว่า ‘ในมหาสมุทรมี บาดาล’ ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับกล่าวคำนั้นซึ่งไม่มีไม่ปรากฏว่า ‘ในมหาสมุทรมีบาดาล’ คำว่า บาดาล นี้เป็นชื่อของทุกขเวทนาที่เป็นไปในสรีระ ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับถูกทุกขเวทนาที่เป็นไปในสรีระถูกต้องแล้ว ย่อมเศร้าโศกลำบาก ร่ำไร ทุบอกคร่ำครวญ ถึงความลุ่มหลง ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับนี้เรากล่าวว่า ‘ปรากฏในบาดาลไม่ได้และถึงการหยั่งลงไม่ได้’ ส่วนอริยสาวกผู้ได้สดับถูกทุกขเวทนาที่เป็นไปในสรีระถูกต้องแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ลำบาก ไม่ร่ำไร ไม่ทุบอกคร่ำครวญ ไม่ถึงความลุ่มหลง ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับนี้เรากล่าวว่า ‘ปรากฏในบาดาลได้และถึงการหยั่งลงได้’ @เชิงอรรถ : @ บาดาล ในที่นี้หมายถึงสถานที่ที่ไม่ควรตกไป เพราะไม่มีที่อาศัย (สํ.สฬา.อ. ๓/๒๕๒/๑๓๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๒๗๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๒. เวทนาสังยุต] ๑. สคาถวรรค ๕. ทัฏฐัพพสูตร ภิกษุใดถูกทุกขเวทนาที่เป็นไปในสรีระ อันนำชีวิตไปซึ่งเกิดขึ้นถูกต้องแล้ว อดกลั้นไม่ได้ ย่อมหวั่นไหว มีกำลังทราม เรี่ยวแรงน้อย ย่อมร้องไห้คร่ำครวญ ภิกษุนั้นปรากฏในบาดาลไม่ได้ ทั้งถึงการหยั่งลงไม่ได้ด้วย ส่วนภิกษุใดถูกทุกขเวทนาที่เป็นไปในสรีระ อันนำชีวิตไปซึ่งเกิดขึ้นถูกต้องแล้ว อดกลั้นได้ ย่อมไม่หวั่นไหว ภิกษุนั้นแลปรากฏในบาดาลได้ ทั้งถึงการหยั่งลงได้ด้วย” ปาตาลสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปาตาลสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในปาตาลสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้.
บทว่า ปาตาโล ชื่อว่าบาดาล เพราะอรรถว่าอย่าปรารถนาเพื่อตกไปในที่นี้ ย่อมไม่มีที่อาศัย.
บทว่า อสนฺตํ อสํวิชฺชมานํ ได้แก่ วาจาไม่มี ไม่ปรากฏ.
บทว่า เอวํ วาจํ ภาสติ ความว่า ปุถุชนย่อมพูดอย่างนี้ว่า ในมหาสมุทรมีบาดาล.
ก็บาดาลนั้นคล้ายเหวในมหานรก ย่อมมีในที่ตกแห่งน้ำซึ่งเป็นปากน้ำเชี่ยวแห่งมหาสมุทร พุ่งไปด้วยความเร็วจดจักรวาลหรือภูเขาสิเนรุแล้ว ก็พุ่งขึ้นแม้ประมาณหนึ่งโยชน์ สองโยชน์หรือสิบโยชน์แล้ว ก็ตกลงในมหาสมุทรอีก. น้ำใด เขาเรียกกันในโลกว่าปากน้ำเชี่ยว ปุถุชนย่อมพูดอย่างนี้ หมายถึงน้ำนั้น.
ก็เพราะในน้ำแห่งมหาสมุทรนั้นเป็นที่อยู่อาศัยอันสบายของปลา เต่า เทพยดาและยักษ์เห็นปานนั้นฉะนั้น. ชื่อว่าย่อมพูดวาจานั้นๆ อันไม่มีปรากฏ. ก็เพราะพวกปุถุชนทั้งปวงย่อมไม่สามารถเพื่อจะดำรงอยู่ด้วยทุกขเวทนาอันเป็นไปในสรีระได้ ฉะนั้น พระองค์ทรงแสดงว่า นี้แหละบาดาลดังนี้ ด้วยความหมายว่าไม่ควรเพื่อตกไป จึงตรัสคำเป็นอาทิว่า สารีริกานํ โข เอตํ ภิกฺขเว.
บทว่า ปาตาเล น ปจฺจุฏฺฐาติ คือ ไม่ตั้งอยู่แล้วในบาดาล.
บทว่า คาธํ คือ ที่อยู่อาศัย.
บทว่า กนฺทติ ความว่า ย่อมคร่ำครวญบ่นเพ้อร่ำไรตลอดกาล.
บทว่า ทุพฺพโล คือ มีญาณทุรพล.
บทว่า อปฺปถามโก ความว่า ชื่อว่ามีกำลังน้อย เพราะกำลังแห่งญาณที่น้อย.
พระอริยสาวกในสูตรนี้เป็นโสดาบัน ความจริง อริยสาวกผู้โสดาบันมีหน้าที่ในข้อนี้. ฝ่ายโยคาวจรผู้มีวิปัสสนาแก่กล้า คือความรู้เฉียบแหลมเป็นผู้สามารถดำรงอยู่ได้ ไม่ดิ้นรนไปตามเวทนาอันเกิดขึ้นแล้วได้เหมือนกัน.
จบอรรถกถาปาตาลสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------