๗. ปัญจาลจัณฑสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ปัญจาลจัณฑสูตรที่ ๗
๒๓๖ปัญจาลจัณฑเทวบุตร ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ ภาษิตคาถานี้ ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า บุคคลผู้มีปัญญามาก ได้ประสบโอกาส ในที่คับแคบหนอ ผู้ใดได้รู้ฌาน เป็นผู้ตื่น ผู้นั้นเป็นผู้หลีกออกได้อย่างองอาจ เป็นมุนี ฯ
๒๓๗พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ชนเหล่าใด แม้อยู่ในที่คับแคบ แต่ได้เฉพาะแล้วซึ่งสติ เพื่อการบรรลุธรรม คือพระนิพพาน ชนเหล่านั้น ตั้งมั่น ดีแล้ว โดยชอบ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๘. ตายนสูตร ๗. ปัญจาลจัณฑสูตร ว่าด้วยปัญจาลจัณฑเทพบุตร
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ปัญจาลจัณฑเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า แม้ในที่คับขัน ผู้มีปัญญาดุจแผ่นดินก็ยังได้โอกาส ผู้ใดบรรลุฌาน ผู้นั้นเป็นผู้ตื่น เป็นผู้หลีกออกได้อย่างองอาจ เป็นมุนี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า (ปัญจาลจัณฑะ) ชนเหล่าใดแม้อยู่ในที่คับขัน แต่กลับได้สติเพื่อการบรรลุธรรม คือ นิพพาน ชนเหล่านั้นตั้งมั่นดีแล้วโดยชอบ ปัญจาลจัณฑสูตรที่ ๗ จบ ๘. ตายนสูตร ว่าด้วยตายนเทพบุตร
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้นเมื่อราตรีผ่านไป ตายนเทพบุตรผู้เคยเป็นเจ้าลัทธิมาก่อน มีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วพระเชตวัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า @เชิงอรรถ : @ ที่คับขัน หมายถึงที่คับขัน ๒ อย่าง คือ (๑) ที่คับขันคือนิวรณ์ (๒) ที่คับขันคือกามคุณ แต่ในที่นี้@หมายถึงที่คับขันคือนิวรณ์ (สํ.ส.อ. ๑/๘๘/๑๐๒) @ โอกาส ในที่นี้หมายถึงฌาน (สํ.ส.อ. ๑/๘๘/๑๐๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๙๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัญจาลจัณฑสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในปัญจาลจัณฑสูตรที่ ๗ ต่อไป :-
ในบทว่า สมฺพาเธ ที่คับแคบมี ๒ ได้แก่ ที่คับแคบคือนิวรณ์ ที่คับแคบคือกามคุณ. ในที่คับแคบทั้งสองนั้น ในพระสูตรนี้ ท่านประสงค์เอาที่คับแคบ คือนิวรณ์.
คำว่า โอกาโส นี้เป็นชื่อของฌาน.
บทว่า ปฏิลีนนิสโภ แปลว่า เป็นผู้หลีกออกได้ประเสริฐสุด.
ผู้ละมานะได้แล้ว ตรัสเรียกชื่อว่าผู้หลีกออก เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเป็นผู้หลีกออกเป็นไฉน
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้มีอัสมิมานะ [ความถือว่าเป็นเรา] อันละได้แล้ว มีมูลอันถอนเสียแล้ว ทำเป็นดุจต้นตาลมีรากอันถอนแล้ว ทำให้ไม่มี ไม่มีการเกิดขึ้นต่อไป ดังนี้.
บทว่า ปจฺจลทฺธํสุ แปลว่า ได้เฉพาะแล้ว.
ด้วยบทว่า สมฺมา เต ท่านกล่าวฌานผสมกันไว้ว่า ชนเหล่าใดได้เฉพาะสติ เพื่อบรรลุพระนิพพาน ชนเหล่านั้นเป็นผู้ตั้งมั่นดีแล้ว แม้ด้วยโลกุตรสมาธิ.
จบอรรถกถาปัญจาลจัณฑสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------