๕. ทามลิสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ ทามลิสุตฺตํ
๒๒๙สาวตฺถิยํ อาราเม ... อถ โข ทามลิ เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ
๒๓๐เอกมนฺตํ ฐิโต โข ทามลิ เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ กรณียเมตํ พฺราหฺมเณน ปธานมกิลาสุนา กามานํ วิปฺปหาเนน น เตนาสึสเต ภวนฺติ ฯ
๒๓๑นตฺถิ กิจฺจํ พฺราหฺมณสฺส [ทามลีติ ภควา] กตกิจฺโจ หิ พฺราหฺมโณ ยาว น คาธํ ลภติ นทีสุ อายูหติ สพฺพคตฺเตภิ ชนฺตุ คาธญฺจ ลทฺธาน ถเล ฐิโต โส นายูหติ ปารคโต หิ โหติ เอสูปมา ทามลิ พฺราหฺมณสฺส ขีณาสวสฺส นิปกสฺส ฌายิโน ปปฺปุยฺย ชาติมรณสฺส อนฺตํ นายูหติ ปารคโต หิ โหตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๕. ทามลิสูตร ๕. ทามลิสูตร ว่าด้วยทามลิเทพบุตร
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้นเมื่อราตรีผ่านไป ทามลิเทพบุตรมีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วพระเชตวัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ณ ที่สมควร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า พราหมณ์ผู้ไม่เกียจคร้านพึงทำความเพียรนี้ เพราะละกามทั้งหลายได้ (และ) เพราะความเพียรนั้น เขาจึงไม่หวังภพ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ทามลิเทพบุตร กิจไม่มีแก่พราหมณ์ เพราะพราหมณ์ทำกิจเสร็จแล้ว ตราบใดบุคคลยังไม่ได้ท่าจอดในแม่น้ำทั้งหลาย ตราบนั้นเขายังต้องเพียรด้วยตัวเองทุกอย่าง แต่เมื่อได้ท่าจอดแล้ว ยืนอยู่บนบก เขาเป็นผู้ถึงฝั่งแล้วจึงไม่ต้องเพียรอีก ทามลิเทพบุตร นี้เป็นข้ออุปมาสำหรับพราหมณ์ ผู้สิ้นอาสวะแล้ว ผู้มีปัญญาเครื่องบริหาร ผู้มีฌาน เพราะเขาถึงที่สุดแห่งชาติและมรณะ เป็นผู้ถึงฝั่งแล้วจึงไม่ต้องเพียร ทามลิสูตรที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ พราหมณ์ ในที่นี้หมายถึงพระขีณาสพ (สํ.ส.อ. ๑/๘๖/๑๐๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๙๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทามลิสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในทามลิสูตรที่ ๕ ต่อไป :-
บทว่า น เตนาสึสเต ภวํ ความว่า เขาไม่ปรารถนาภพใดภพหนึ่ง ด้วยเหตุนั้น. เทพบุตรผู้มีความเพียรติดต่อองค์นี้ คิดว่า ความสิ้นสุดกิจของพระขีณาสพไม่มี ด้วยว่า พระขีณาสพทำความเพียรมาตั้งแต่ต้น เพื่อบรรลุพระอรหัต ต่อมาก็บรรลุพระอรหัต เพราะเหตุนั้น ท่านจงอย่านิ่งเสีย จงทำความเพียร จงบากบั่นในที่นั้นๆ นั่นแล ดังนี้แล้ว จึงกล่าวอย่างนี้.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระดำริว่า เทพบุตรองค์นี้ไม่กล่าวการจบกิจของพระขีณาสพ กล่าวแต่คำสอนของเราว่าเป็นอนิยยานิก ไม่นำสัตว์ออกจากทุกข์ เราจักแสดงการจบกิจของพระขีณาสพนั้น ดังนี้แล้ว จึงตรัสว่า นตฺถิ กิจฺจํ ดังนี้เป็นต้น.
ได้ยินว่า ในปิฏกทั้งสาม คาถานี้ไม่แตกต่างกัน. ด้วยว่า ขึ้นชื่อว่าโทษของความเพียร พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ทรงแสดงไว้ในที่อื่น แต่ในทามลิสูตรนี้ ทรงปฏิเสธเทพบุตรองค์นี้ จึงตรัสอย่างนี้ เพื่อทรงแสดงการจบกิจของพระขีณาสพว่า เบื้องต้นภิกษุอยู่ป่า ถือเอากัมมัฏฐานทำความเพียร เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ สำเร็จเป็นพระขีณาสพ [สิ้นกิเลสหมด] แล้ว ต่อมา ถ้าเธอประสงค์จะทำความเพียรก็ทำ ถ้าไม่ประสงค์ เธอจะอยู่ตามสบาย ก็ได้ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คาธํ แปลว่า ท่าเป็นที่จอด.
จบอรรถกถาทามลิสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------