๔. ฆฏิการสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ ฆฏิการสุตฺตํ
๒๘๗เอกมนฺตํ ฐิโต โข ฆฏิกาโร เทวปุตฺโต ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ อวิหํ อุปปนฺนาเส วิมุตฺตา สตฺต ภิกฺขโว ราคโทสปริกฺขีณา ติณฺณา โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ เย จ เต อตรุํ สงฺคํ มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ ทิพฺพโยคมุปจฺจคุนฺติ ฯ อุปโก ผลคณฺโฑ จ ปุกฺกุสาติ จ เต ตโย ภทฺทิโย ขณฺฑเทโว จ พาหุรคฺคิ จ สิงฺคิโย เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ ทิพฺพโยคมุปจฺจคุนฺติ ฯ
๒๘๘กุสลี ภาสสี เตสํ มารปาสปฺปหายินํ กสฺส เต ธมฺมมญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนนฺติ ฯ
๒๘๙น อญฺญตฺร ภควตา นาญฺญตฺร ตว สาสนา ยสฺส เต ธมฺมมญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนํ ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ อเสสํ อุปรุชฺฌติ ตํ เต ธมฺมมิธญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนนฺติ ฯ
๒๙๐คมฺภีรํ ภาสสี วาจํ ทุพฺพิชานํ สุทุพฺพุธํ กสฺส ตฺวํ ธมฺมมญฺญาย วาจํ ภาสสิ อีทิสนฺติ ฯ
๒๙๑กุมฺภกาโร ปุเร อาสึ เวภฬิงฺเค ฆฏีกโร มาตาเปตฺติภโร อาสึ กสฺสปสฺส อุปาสโก วิรโต เมถุนา ธมฺมา พฺรหฺมจารี นิรามิโส อหุวา เต สคาเมยฺโย อหุวา เต ปุเร สขา โสหเมเต ปชานามิ วิมุตฺเต สตฺต ภิกฺขโว ราคโทสปริกฺขีเณ ติณฺเณ โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ
๒๙๒เอวเมตํ ตทา อาสิ ยถา ภาสสิ ภคฺคว กุมฺภกาโร ปุเร อาสิ เวภฬิงฺเค ฆฏีกโร มาตาเปตฺติภโร อาสิ กสฺสปสฺส อุปาสโก วิรโต เมถุนา ธมฺมา พฺรหฺมจารี นิรามิโส อหุวา เม สคาเมยฺโย อหุวา เม ปุเร สขาติ ฯ เอวเมตํ ปุราณานํ สหายานมหุ สงฺคโม อุภินฺนํ ภาวิตตฺตานํ สรีรนฺติมธารินนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. ฆฏิการสูตร ว่าด้วยฆฏิการเทพบุตร
ฆฏิการเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนัก ของพระผู้มีพระภาคว่า ภิกษุ ๗ รูป ผู้บังเกิดในพรหมโลกชั้นอวิหา เป็นผู้หลุดพ้น สิ้นราคะและโทสะแล้ว ข้ามพ้นตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุเหล่านั้น คือใครบ้าง ได้ข้ามพ้นเปือกตม คือบ่วงความตาย ที่ใครๆ ข้ามได้แสนยาก ละทิ้งกายมนุษย์แล้วก้าวล่วงโยคะอันเป็นทิพย์ได้ ฆฏิการเทพบุตรกราบทูลว่า ภิกษุ ๓ รูปเหล่านี้ คือ ท่านอุปกะ ท่านผลคัณฑะ และท่านปุกกุสาติ ภิกษุอีก ๔ รูป คือ ท่านภัททิยะ ท่านขัณฑเทวะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๑๔}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๓. นานติตถิยวรรค ๔. ฆฏิการสูตร ท่านพหุทันตี และท่านสิงคิยะ ภิกษุเหล่านั้นละทิ้งกายมนุษย์แล้ว ก้าวล่วงโยคะอันเป็นทิพย์ได้ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านผู้ฉลาดมักกล่าวสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น ผู้ละบ่วงมารได้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นรู้ธรรมของใครเล่า จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้ ฆฏิการเทพบุตรทูลตอบว่า ท่านเหล่านั้นรู้ธรรมของผู้ใด จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้ ผู้นั้นมิใช่ใครอื่นนอกจากพระผู้มีพระภาค (และ) นอกจากคำสั่งสอนของพระองค์ ท่านเหล่านั้นรู้ธรรมเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งนามรูปแล้ว จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านกล่าววาจาลึกซึ้ง ที่รู้ได้ยาก เข้าใจให้ดีได้ยาก ท่านรู้ธรรมของใคร จึงกล่าววาจาเช่นนี้ได้ ฆฏิการเทพบุตรทูลตอบว่า เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นช่างหม้อ ปั้นหม้ออยู่ในแคว้นเวภฬิงคะ เป็นผู้เลี้ยงดูมารดาและบิดา เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เว้นขาดจากเมถุนธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๑๕}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๓. นานติตถิยวรรค ๔. ฆฏิการสูตร ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีอามิส ได้เคยเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับพระองค์ ทั้งเคยเป็นสหายของพระองค์ในกาลก่อน ข้าพระองค์รู้จักภิกษุ ๗ รูปเหล่านี้ ผู้หลุดพ้นแล้ว สิ้นราคะและโทสะแล้ว ข้ามพ้นตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า นายช่างหม้อ จริงอย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ เมื่อก่อนนั้นท่านเคยเป็นช่างหม้อ ปั้นหม้ออยู่ในแคว้นเวภฬิงคะ เป็นผู้เลี้ยงดูมารดาและบิดา เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เว้นขาดจากเมถุนธรรม ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีอามิส ได้เคยเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับเรา ทั้งเคยเป็นสหายของเราในกาลก่อน พระสังคีติกาจารย์กล่าวว่า สหายเก่าทั้งสอง ผู้เคยอบรมตนมาแล้ว เหลือไว้แต่ร่างกายในชาติสุดท้าย ได้มาพบกันด้วยอาการอย่างนี้ ฆฏิการสูตรที่ ๔ จบ @เชิงอรรถ : @ คาถาในสูตรนี้ดูคาถาข้อ ๕๐ หน้า ๖๔-๖๖ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๑๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาฆฏิการสูตรที่ ๔
ฆฏิการสูตรที่ ๔ มีเนื้อความกล่าวมาแล้วทั้งนั้น.
จบอรรถกถาฆฏิการสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------