๘. อาวรณนีวรณสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. อาวรณนีวรณสูตร ว่าด้วยนิวรณ์เครื่องกางกั้น
“ภิกษุทั้งหลาย นิวรณ์เครื่องกางกั้น ๕ ประการนี้ เป็นความ เศร้าหมองแห่งจิต ทอนกำลังปัญญา @เชิงอรรถ : @ ปัญญา ในที่นี้หมายถึงวิปัสสนาปัญญาและมัคคปัญญา (องฺ.ปญฺจก.อ. ๓/๕๑/๒๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๑๔๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๒. โพชฌังคสังยุต] ๔. นีวรณวรรค ๘. อาวรณนีวรณสูตร นิวรณ์เครื่องกางกั้น ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กามฉันทะเป็นนิวรณ์เครื่องกางกั้น เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ทอนกำลังปัญญา ๒. พยาบาทเป็นนิวรณ์เครื่องกางกั้น เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ทอนกำลังปัญญา ๓. ถีนมิทธะเป็นนิวรณ์เครื่องกางกั้น เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ทอนกำลังปัญญา ๔. อุทธัจจกุกกุจจะเป็นนิวรณ์เครื่องกางกั้น เป็นความเศร้าหมอง แห่งจิต ทอนกำลังปัญญา ๕. วิจิกิจฉาเป็นนิวรณ์เครื่องกางกั้น เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ทอนกำลังปัญญา นิวรณ์เครื่องกางกั้น ๕ ประการนี้ เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ทอนกำลังปัญญา ภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ไม่เป็นนิวรณ์เครื่องกางกั้น ไม่เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ที่บุคคลเจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งผลแห่งวิชชาและวิมุตติ โพชฌงค์ ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สติสัมโพชฌงค์ไม่เป็นนิวรณ์เครื่องกางกั้น ไม่เป็นความเศร้าหมอง แห่งจิต ที่บุคคลเจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้ แจ้งผลแห่งวิชชาและวิมุตติ ฯลฯ ๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์ไม่เป็นนิวรณ์เครื่องกางกั้น ไม่เป็นความ เศร้าหมองแห่งจิต ที่บุคคลเจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไป เพื่อทำให้แจ้งผลแห่งวิชชาและวิมุตติ โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ไม่เป็นนิวรณ์เครื่องกางกั้น ไม่เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต ที่บุคคลเจริญ ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งผลแห่งวิชชาและวิมุตติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๑๕๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๒. โพชฌังคสังยุต] ๔. นีวรณวรรค ๙. รุกขสูตร ภิกษุทั้งหลาย สมัยใด อริยสาวกตั้งใจ ใฝ่ใจ สำรวมใจ เงี่ยโสตสดับธรรมสมัยนั้น นิวรณ์ ๕ ประการย่อมไม่มีแก่เธอ โพชฌงค์ ๗ ประการย่อมถึงความเจริญเต็มที่ นิวรณ์ ๕ ประการย่อมไม่มีแก่เธอในสมัยนั้น อะไรบ้าง คือ ๑. กามฉันทนิวรณ์ย่อมไม่มีในสมัยนั้น ๒. พยาบาทนิวรณ์ย่อมไม่มีในสมัยนั้น ๓. ถีนมิทธนิวรณ์ย่อมไม่มีในสมัยนั้น ๔. อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์ย่อมไม่มีในสมัยนั้น ๕. วิจิกิจฉานิวรณ์ย่อมไม่มีในสมัยนั้น นิวรณ์ ๕ ประการย่อมไม่มีแก่เธอในสมัยนั้น โพชฌงค์ ๗ ประการย่อมถึงความเจริญเต็มที่ในสมัยนั้น อะไรบ้าง คือ ๑. สติสัมโพชฌงค์ย่อมถึงความเจริญเต็มที่ในสมัยนั้น ฯลฯ ๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์ย่อมถึงความเจริญเต็มที่ในสมัยนั้น โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ย่อมถึงความเจริญเต็มที่ในสมัยนั้น ภิกษุทั้งหลาย สมัยใด อริยสาวกตั้งใจ ใฝ่ใจ สำรวมใจ เงี่ยโสตสดับธรรมสมัยนั้น นิวรณ์ ๕ ประการย่อมไม่มีแก่เธอ โพชฌงค์ ๗ ประการนี้ย่อมถึงความเจริญเต็มที่” อาวรณนีวรณสูตรที่ ๘ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อาวรณานีวรณสูตร นิวรณ์ ๕ เป็นอุปกิเลสของจิต
ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาวรณา นีวรณา เจตโส อุปกฺกิเลสา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา ฯ กตเม ปญฺจ ฯ กามจฺฉนฺโท ภิกฺขเว อาวรโณ นีวรโณ เจตโส อุปกฺกิเลโส ปญฺญาย ทุพฺพลีกรโณ ฯ พฺยาปาโท ภิกฺขเว อาวรโณ นีวรโณ เจตโส อุปกฺกิเลโส ปญฺญาย ทุพฺพลีกรโณ ฯ ถีนมิทฺธํ ภิกฺขเว อาวรณํ นีวรณํ เจตโส อุปกฺกิเลสํ ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณํ ฯ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ภิกฺขเว อาวรณํ นีวรณํ เจตโส อุปกฺกิเลสํ ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณํ ฯ วิจิกิจฺฉา ภิกฺขเว อาวรณา นีวรณา เจตโส อุปกฺกิเลสา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาวรณา นีวรณา เจตโส อุปกฺกิเลสา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเป็นเครื่องกั้น เป็นเครื่องห้าม เป็นอุปกิเลสของจิตทำปัญญาให้ทราม ๕ อย่างนี้ ๕ อย่างเป็นไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลาย กามฉันทะเป็นธรรมเครื่องกั้นเป็นธรรมเครื่องห้าม เป็นอุปกิเลสของจิต ทำปัญญาให้ทราม พยาบาท ... ถีนมิทธะ ... อุทธัจจ-*กุกกุจจะ ... วิจิกิจฉา เป็นธรรมเครื่องกั้น เป็นธรรมเครื่องห้าม เป็นอุปกิเลสของจิต ทำปัญญาให้ทราม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕ อย่างนี้แล เป็นเครื่องกั้น เป็นเครื่องห้าม เป็นอุปกิเลสของจิต ทำปัญญาให้ทราม.
สตฺติเม ภิกฺขเว โพชฺฌงฺคา อนาวรณา อนีวรณา เจตโส อนุปกฺกิเลสา ภาวิตา พหุลีกตา วิชฺชาวิมุตฺติผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตนฺติ ฯ กตเม สตฺต ฯ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ภิกฺขเว อนาวรโณ อนีวรโณ เจตโส อนุปกฺกิเลโส ภาวิโต พหุลีกโต วิชฺชาวิมุตฺติผล- สจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ภิกฺขเว อนาวรโณ อนีวรโณ เจตโส อนุปกฺกิเลโส ภาวิโต พหุลีกโต วิชฺชาวิมุตฺติผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตติ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว สตฺต โพชฺฌงฺคา อนาวรณา อนีวรณา เจตโส อนุปกฺกิเลสา ภาวิตา พหุลีกตา วิชฺชาวิมุตฺติผลสจฺฉิกิริยาย สํวตฺตนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ เหล่านี้ ไม่เป็นเครื่องกั้น ไม่เป็นเครื่องห้ามไม่เป็นอุปกิเลสของจิต อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งผล คือ วิชชาและวิมุติ โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน? คือ สติสัมโพชฌงค์ ไม่เป็นเครื่องกั้น ไม่เป็นเครื่องห้าม ไม่เป็นอุปกิเลสของจิต อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งผล คือ วิชชาและวิมุติ ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ไม่เป็นเครื่องกั้นไม่เป็นเครื่องห้าม ไม่เป็นอุปกิเลสของจิต อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งผล คือวิชชาและวิมุติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ นี้แล ไม่เป็นเครื่องกั้นไม่เป็นเครื่องห้าม ไม่เป็นอุปกิเลสของจิต อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งผล คือ วิชชาและวิมุติ.
ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย อริยสาวโก อฏฺฐิกตฺวา มนสิกตฺวา สพฺพเจตโส สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณาติ ปญฺจสฺส นีวรณา ตสฺมึ สมเย น โหนฺติ สตฺต โพชฺฌงฺคา ตสฺมึ สมเย ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด อริยสาวกตั้งใจ ใส่ใจ รวมเข้าไว้ด้วยใจทั้งหมดเงี่ยโสตลงฟังธรรม สมัยนั้น นิวรณ์ ๕ ย่อมไม่มีแก่เธอ โพชฌงค์ ๗ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์. จบ สูตรที่ ๗ นีวรณาวรณสูตร นิวรณ์ ๕ โพชฌงค์ ๗
กตมสฺส ปญฺจ นีวรณา ตสฺมึ สมเย น โหนฺติ ฯ กามจฺฉนฺทนีวรณํ ตสฺมึ สมเย น โหติ พฺยาปาทนีวรณํ ตสฺมึ สมเย น โหติ ถีนมิทฺธนีวรณํ ตสฺมึ สมเย น โหติ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจ- นีวรณํ ตสฺมึ สมเย น โหติ วิจิกิจฺฉานีวรณํ ตสฺมึ สมเย น โหติ ฯ ปญฺจสฺส นีวรณา ตสฺมึ สมเย น โหนฺติ ฯ
ในสมัยนั้น นิวรณ์ ๕ เป็นไฉน? ย่อมไม่มีแก่เธอ คือกามฉันทนิวรณ์ ย่อมไม่มี พยาบาทนิวรณ์ ... ถีนมิทธนิวรณ์ ... อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์ ... วิจิกิจฉานิวรณ์ ย่อมไม่มีในสมัยนั้นนิวรณ์ ๕ ย่อมไม่มีแก่เธอ.
กตเม สตฺต โพชฺฌงฺคา ตสฺมึ สมเย ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ ฯ สติสมฺโพชฺฌงฺโค ตสฺมึ สมเย ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค ตสฺมึ สมเย ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉติ ฯ อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา ตสฺมึ สมเย ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺติ ฯ
ในสมัยนั้น โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์? คือ สติสัมโพชฌงค์ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ ฯลฯ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์โพชฌงค์ ๗ เหล่านี้ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์.
ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย อริยสาวโก อฏฺฐิกตฺวา มนสิกตฺวา สพฺพเจตโส สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณาติ ปญฺจสฺส นีวรณา ตสฺมึ สมเย น โหนฺติ อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา ตสฺมึ สมเย ภาวนาปาริปูรึ คจฺฉนฺตีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด อริยสาวกตั้งใจ ใส่ใจ รวมเข้าไว้ด้วยใจทั้งหมดเงี่ยโสตลงฟังธรรม สมัยนั้น นิวรณ์ ๕ ย่อมไม่มีแก่เธอ โพชฌงค์ ๗ เหล่านี้ ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์. จบ สูตรที่ ๘