อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๖๖๓

ติรัจฉานกถาสูตร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๖๓1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ติรัจฉานกถาสูตร ว่าด้วยการพูดติรัจฉานกถา

ข้อ ๑๖๖๓

มา ภิกฺขเว อเนกวิหิตํ ติรจฺฉานกถํ กเถถ ฯ เสยฺยถีทํ ฯ ราชกถํ โจรกถํ มหามตฺตกถํ เสนากถํ ภยกถํ ยุทฺธกถํ อนฺนกถํ ปานกถํ วตฺถกถํ สยนกถํ มาลากถํ คนฺธกถํ ญาติกถํ ยานกถํ คามกถํ นิคมกถํ นครกถํ ชนปทกถํ อิตฺถีกถํ ปุริสกถํ สุรากถํ วิสิขากถํ กุมฺภฏฺฐานกถํ ปุพฺพเปตกถํ นานตฺตกถํ โลกกฺขายิกํ สมุทฺทกฺขายิกํ อิติภวาภวกถํ อิติ วา ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ เนสา ภิกฺขเว กถา อตฺถสญฺหิตา นาทิพฺรหฺมจริยกา น นิพฺพิทาย น วิราคาย น นิโรธาย น อุปสมาย น อภิญฺญาย น สมฺโพธาย น นิพฺพานาย สํวตฺตติ ฯ กเถนฺตา จ โข ตุเมฺห ภิกฺขเว อิทํ ทุกฺขนฺติ กเถยฺยาถ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ กเถยฺยาถ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ กเถยฺยาถ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ กเถยฺยาถ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ เอสา ภิกฺขเว กถา อตฺถสญฺหิตา เอสา อาทิพฺรหฺมจริยกา เอสา นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว อิทํ ทุกฺขนฺติ โยโค กรณีโย ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยโค กรณีโยติ ฯ สมาธิวคฺโค ปฐโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ สมาธิปฏิสลฺลานา กุลปุตฺตา อปเร เทฺว สมณพฺราหฺมณวิตกฺก- จินฺตา วิคฺคาหิกา กถาติ ฯ ---------

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงอย่าพูดดิรัจฉานกถา ซึ่งมีหลายอย่าง คือพูดเรื่องพระราชา เรื่องโจร เรื่องมหาอำมาตย์ เรื่องกองทัพ เรื่องรบ เรื่องข้าว เรื่องน้ำ เรื่องผ้า เรื่องที่นอน เรื่องดอกไม้ เรื่องของหอม เรื่องญาติ เรื่องยาน เรื่องบ้าน เรื่องนิคม เรื่องนคร เรื่องชนบท เรื่องสตรี เรื่องบุรุษ เรื่องคนกล้าหาญ เรื่องตรอก เรื่องท่าน้ำ เรื่องคนที่ล่วงลับไปแล้ว เรื่องเบ็ดเตล็ด เรื่องโลก เรื่องทะเล เรื่องความเจริญและความเสื่อม ด้วยประการนั้นๆ ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะถ้อยคำนี้ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย ... นิพพาน ก็เมื่อเธอทั้งหลายจะพูด พึงพูดว่า นี้ทุกข์ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะถ้อยคำนี้ประกอบด้วยประโยชน์เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่าย ... นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลาย พึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกข-*นิโรธคามินีปฏิปทา. จบ สูตรที่ ๑๐ จบ สมาธิวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สมาธิสูตร ๒. ปฏิสัลลาณสูตร ๓. กุลปุตตสูตรที่ ๑ ๔. กุลปุตตสูตรที่ ๒ ๕. สมณพราหมณสูตรที่ ๑ ๖. สมณพราหมณสูตรที่ ๒ ๗. วิตักกสูตร ๘. จินตสูตร ๙. วิคคาหิกกถาสูตร ๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร-----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร ว่าด้วยติรัจฉานกถา

ข้อ ๑๐๘๐

“ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอย่ากล่าวติรัจฉานกถา ซึ่งมีหลาย อย่าง คือ (๑) ราชกถา เรื่องพระราชา (๒) โจรกถา เรื่องโจร (๓) มหามัตตกถา@เชิงอรรถ : @ ดู ที.สี. (แปล) ๙/๑๘/๗ @ ติรัจฉานกถา คือถ้อยคำอันขวางทางไปสู่สวรรค์หรือนิพพาน หมายถึงเรื่องราวที่ไม่ควรนำมาเป็นข้อถก@เถียงสนทนากัน เพราะทำให้เกิดฟุ้งซ่าน และหลงเพลินเสียเวลา (ที.สี.อ. ๑๗/๘๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๘๙}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๑. สมาธิวรรค ๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร เรื่องมหาอำมาตย์ (๔) เสนากถา เรื่องกองทัพ (๕) ภยกถา เรื่องภัย (๖) ยุทธกถาเรื่องการรบ (๗) อันนกถา เรื่องข้าว (๘) ปานกถา เรื่องน้ำ (๙) วัตถกถา เรื่องผ้า(๑๐) สยนกถา เรื่องที่นอน (๑๑) มาลากถา เรื่องพวงดอกไม้ (๑๒) คันธกถาเรื่องของหอม (๑๓) ญาติกถา เรื่องญาติ (๑๔) ยานกถา เรื่องยาน (๑๕) คามกถาเรื่องบ้าน (๑๖) นิคมกถา เรื่องนิคม (๑๗) นครกถา เรื่องเมือง (๑๘) ชนปทกถาเรื่องชนบท (๑๙) อิตถีกถา เรื่องสตรี (๒๐) ปุริสกถา เรื่องบุรุษ (๒๑) สูรกถาเรื่องคนกล้าหาญ (๒๒) วิสิขากถา เรื่องตรอก (๒๓) กุมภัฏฐานกถา เรื่องท่าน้ำ(๒๔) ปุพพเปตกถา เรื่องคนที่ล่วงลับไปแล้ว (๒๕) นานัตตกถา เรื่องเบ็ดเตล็ด(๒๖) โลกักขายิกะ เรื่องโลก (๒๗) สมุททักขายิกะ เรื่องทะเล (๒๘) อิติภวาภวกถาเรื่องความเจริญและความเสื่อม ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะติรัจฉานกถานี้ไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นแห่งพรหมจรรย์ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ไม่เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อดับ ไม่เป็นไปเพื่อสงบระงับ ไม่เป็นไปเพื่อรู้ยิ่ง ไม่เป็นไปเพื่อตรัสรู้ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพานภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายเมื่อจะกล่าวพึงกล่าวว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะถ้อยคำนี้มีประโยชน์ เป็นจุดเริ่มต้นแห่งพรหมจรรย์ เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับ เพื่อสงบระงับ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อกล่าวว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา” ติรัจฉานกถาสูตรที่ ๑๐ จบ สมาธิวรรคที่ ๑ จบ @เชิงอรรถ : @ ดู ที.สี. (แปล) ๙/๑๗/๗, องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๖๙/๑๕๐/๑๕๑, ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๕๗/๔๓๙-๔๔๐

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๙๐}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๑. สมาธิวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สมาธิสูตร ๒. ปฏิสัลลานสูตร ๓. ปฐมกุลปุตตสูตร ๔. ทุติยกุลปุตตสูตร ๕. ปฐมสมณพราหมณสูตร ๖. ทุติยสมณพราหมณสูตร ๗. วิตักกสูตร ๘. จินตสูตร ๙. วิคคาหิกกถาสูตร ๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๕๙๑}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาติรัจฉานกถาสูตรที่ ๑๐

พึงทราบอธิบายในติรัจฉานกถาสูตรที่ ๑๐.

บทว่า อเนกวิหิตํ ได้แก่ มีหลายอย่าง.

คำว่า ติรัจฉานกถา คือ ถ้อยคำที่เป็นเดรัจฉาน นอกทางสวรรค์และนิพพาน เพราะไม่เป็นการนำออกจากทุกข์.

ในคำว่า เรื่องพระราชา ดังนี้เป็นต้น ถ้อยคำที่ปรารภพระราชาแล้วเป็นไปโดยนัยเป็นต้นว่า พระเจ้ามหาสมมต พระเจ้ามันธาตา พระเจ้าธรรมาโศกมีอานุภาพมากอย่างนี้ ชื่อว่าเรื่องพระราชา.

แม้ในเรื่องโจรเป็นต้นก็นัยนี้.

ก็เรื่องความรักอาศัยเรือนโดยนัยเป็นต้นว่า บรรดาพระราชาเหล่านั้น พระราชาพระองค์นั้นมีรูปงาม น่าดู ชื่อว่าติรัจฉานกถา. ก็ถ้อยคำที่เป็นไปแล้วอย่างนี้ว่า แม้ผู้มีชื่อนี้มีอานุภาพมากอย่างนี้ ได้ถึงความสิ้นไป เสื่อมไปแล้ว ตั้งอยู่ในความเป็นกรรมฐาน.

แม้ในหมู่โจร การกล่าวคำแสดงความรักอาศัยเรือนว่า คำเหล่านั้นได้มีแล้ว เพราะอาศัยกรรมของพวกโจรนั้นว่า มูลเทพเป็นผู้มีอานุภาพมากอย่างนี้ ชื่อว่าติรัจฉานกถา. ในการรบ ถ้อยคำด้วยอำนาจความใคร่และความยินดีว่า คนโน้นถูกคนโน้นแทงในการรบเป็นต้นอย่างนี้ว่า ถูกฆ่าแล้วอย่างนี้นั่นเทียว ชื่อว่าติรัจฉานกถา. ก็ถ้อยคำที่เป็นไปแล้วอย่างนี้ว่า ขึ้นชื่อว่าแม้พวกนั้นก็ถึงความสิ้นไปจัดเป็นกรรมฐานในที่ทุกแห่งนั่นเทียว.

อีกอย่างหนึ่ง แม้ในเรื่องข้าวเป็นต้น การกล่าวด้วยอำนาจการใคร่และความยินดีว่า พวกเราจะเคี้ยว บริโภค ตื่นข้าวเป็นต้นที่มีสีมีกลิ่น ถึงพร้อมด้วยรสและผัสสะ ย่อมไม่ควร. ส่วนการกล่าวเรื่องที่มีประโยชน์ก่อนว่า พวกเราได้ถวายข้าว น้ำดื่ม ผ้า ยาน ที่นอน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ที่ถึงพร้อมด้วยสีเป็นต้นแก่ผู้มีศีลทั้งหลายพวกเราได้ทำการบูชาที่เจดีย์ ดังนี้ ก็ควร.

แม้ในพวกญาติเป็นต้น การกล่าวด้วยอำนาจความยินดีว่า ญาติทั้งหลายของพวกเราเป็นผู้แกล้วกล้าสามารถ หรือว่าพวกเราเที่ยวด้วยยานอันงดงามอย่างนี้ในกาลก่อน ดังนี้ ย่อมไม่ควร.

ก็ควรกล่าวถ้อยคำว่า ญาติทั้งหลายของพวกเราแม้เหล่านั้น ทำสิ่งมีประโยชน์แล้วถึงความสิ้นไป หรือว่าครั้งก่อนพวกเราได้ถวายยานเห็นปานนี้แก่พระสงฆ์.

แม้ในเรื่องบ้านเป็นต้น การกล่าวด้วยอำนาจบ้านที่อยู่แล้วดี อยู่ไม่ดีและหาอาหารง่ายยากเป็นต้น หรือด้วยความยินดีอย่างนี้ว่าผู้ที่อยู่บ้านโน้นแกล้วกล้าสามารถ ดังนี้ ไม่ควร. ก็การกล่าวถึงเรื่องบ้านนั้นว่า คนทั้งหลายทำสิ่งให้ประโยชน์ มีศรัทธาเลื่อมใสแล้ว หรือว่าคนเหล่านั้นถึงความสิ้นไปเสื่อมไป ดังนี้ ก็ควร.

แม้ในการกล่าวเรื่องอำเภอ นครและชนบท ก็นัยนี้.

แม้การกล่าวเรื่องผู้หญิงอาศัยผิวและทรวดทรงเป็นต้นแล้ว ไม่ควรเพื่อจะกล่าวด้วยอำนาจความยินดีเป็นต้น. การกล่าวอย่างนี้ว่า คนพวกนี้มีศรัทธาเลื่อมใสแล้วถึงความสิ้นไป ดังนี้เทียว ก็ควร.

แม้การกล่าวเรื่องคนกล้า ไม่ควรเพื่อจะกล่าวด้วยอำนาจความยินดีว่า นักรบชื่อว่านันทมิตเป็นผู้แกล้วกล้า. การกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้นี้เป็นศรัทธาเลื่อมใสแล้วถึงความสิ้นไป ดังนี้เทียว ก็ควร.

ปาฐะว่าสูรกถา ดังนี้บ้าง

การกล่าวถึงผู้กล้าหาญแม้นั้นย่อมไม่ควรด้วยอำนาจความยินดีว่า ขึ้นชื่อว่าหญิงเห็นปานนี้ เป็นผู้มีบิดาชื่อว่าสูระ มีมารดาชื่อว่าฤดี ดังนี้นั่นเทียว. ส่วนการกล่าวด้วยอำนาจโทษนั่นแหละ ย่อมควรโดยนัยเป็นต้นว่า ผู้ประพฤติวัตรของผู้เป็นบ้า.

แม้การกล่าวเรื่องตรอก ย่อมไม่ควรเพื่อจะกล่าวด้วยอำนาจความยินดีว่าตรอกโน้น สร้างไว้ดีแล้วหรือว่าพวกคนที่อยู่ตรอกโน้นแกล้วกล้า มีความสามารถดังนี้. การกล่าวอย่างนี้ว่า พวกเขาเป็นผู้ศรัทธาเลื่อมใสแล้วถึงความสิ้นไป ดังนี้ ก็ควร.

ถ้อยคำว่าด้วยเรื่องนี้ตั้งหม้อ ถ้อยคำว่าด้วยเรื่องท่าน้ำ ท่านเรียกว่าเรื่องท่าน้ำ. หรือว่าด้วยเรื่องนางทาสีตักน้ำด้วยหม้อ. การกล่าวด้วยอำนาจความยินดีว่า แม้นางเป็นผู้น่าเลื่อมใสฉลาดที่จะฟ้อนขับ ดังนี้ ไม่ควร. การกล่าวโดยนัยเป็นต้นว่า มีศรัทธาเลื่อมใสแล้ว ดังนี้เทียว ก็ควร.

คำว่า เรื่องคนที่ล่วงลับไปแล้ว ได้แก่ เรื่องญาติที่ล่วงลับไปแล้ว. การวินิจฉัยในเรื่องญาติที่ล่วงลับไปแล้วนั้น ก็เหมือนกับเรื่องญาติที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นแหละ.

คำว่า เรื่องเบ็ดเตล็ด ได้แก่ เรื่องที่หาประโยชน์มิได้ พ้นจากเรื่องเกิดก่อนและหลัง ที่เหลือมีสภาพต่างๆ

คำว่า กล่าวเรื่องโลก คือการกล่าวเล่นๆ ว่าด้วยเรื่องโลกเป็นต้นอย่างนี้ว่า โลกนี้ใครสร้าง คนชื่อโน้นสร้างกาขาวเพราะมีกระดูกขาว นกตะกรุมแดงเพราะมีโลหิตแดง. การกล่าวเรื่องทะเลอันไม่มีประโยชน์เป็นต้นอย่างนี้ว่า เพราะเหตุไร ทะเลจึงชื่อว่าสาครชื่อว่าสมุทร เพราะรู้ได้ด้วยปลายมือว่า ชื่อว่าสาครที่เราขุดแล้ว เพราะสาครเทพขุดแล้ว ชื่อว่ากล่าวเรื่องทะเล. การกล่าวเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ทั่วๆ ไปว่า เจริญ เสื่อม แล้วกล่าวเรื่องที่เป็นไป ชื่อว่ากล่าวเรื่องความเจริญและความเสื่อม.

ก็ในเรื่องกล่าวความเจริญและความเสื่อมนี้ ความเที่ยงชื่อว่าความเจริญ ความขาดสูญชื่อว่าความเสื่อมความก้าวหน้าชื่อว่าความเจริญ ความหายนะชื่อว่าความเสื่อม กามสุขชื่อว่าความเจริญ การทำคนให้ลำบาก ชื่อว่าความเสื่อม. รวมกับความเจริญและความเสื่อมด้วยประการนั้นๆ ๖ อย่างเหล่านี้ จึงเป็นการกล่าวเรื่องเดรัจฉาน ๓๒ ด้วประการฉะนี้.

คำที่เหลือในบททั้งปวงตื้นทั้งนั้นแล.

จบอรรถกถาติรัจฉานกถาสูตรที่ ๑๐ จบสมาธิวรรควรรณนาที่ ๑ -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สมาธิสูตร

๒. ปฏิสัลลาณสูตร

๓. กุลปุตตสูตรที่ ๑

๔. กุลปุตตสูตรที่ ๒

๕. สมณพราหมณสูตรที่ ๑

๖. สมณพราหมณสูตรที่ ๒

๗. วิตักกสูตร

๘. จินตสูตร

๙. วิคคาหิกกถาสูตร

๑๐. ติรัจฉานกถาสูตร -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา