สมณพราหมณสูตร ที่ ๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สมณพราหมณสูตรที่ ๒ ว่าด้วยการรู้อินทรีย์ ๖
เย หิ เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา จกฺขุนฺทฺริยํ นปฺปชานนฺติ จกฺขุนฺทฺริยสมุทยํ นปฺปชานนฺติ จกฺขุนฺทฺริยนิโรธํ นปฺปชานนฺติ จกฺขุนฺทฺริยนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ โสตินฺทฺริยํ ฆานินฺทฺริยํ ชิวฺหินฺทฺริยํ กายินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ นปฺปชานนฺติ มนินฺทฺริยสมุทยํ นปฺปชานนฺติ มนินฺทฺริยนิโรธํ นปฺปชานนฺติ มนินฺทฺริยนิโรธคามินีปฏิปทํ นปฺปชานนฺติ ฯ นเม เต ภิกฺขเว ฯเปฯ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ไม่รู้ชัดซึ่ง จักขุนทรีย์ ความเกิดแห่งจักขุนทรีย์ ความดับแห่งจักขุนทรีย์ และปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งจักขุนทรีย์ ไม่รู้ชัดซึ่งโสตินทรีย์ ... ฆานินทรีย์ ... ชิวหินทรีย์ ... กายินทรีย์ ... มนินทรีย์ ความเกิดแห่งมนินทรีย์ ความดับแห่งมนินทรีย์ และปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งมนินทรีย์ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น เราไม่นับว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ หรือว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์เพราะท่านเหล่านั้น ไม่กระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ของความเป็นสมณะ หรือของความเป็นพราหมณ์ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่.
เย จ โข เกจิ ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา จกฺขุนฺทฺริยํ ปชานนฺติ จกฺขุนฺทฺริยสมุทยํ ปชานนฺติ จกฺขุนฺทฺริยนิโรธํ ปชานนฺติ จกฺขุนฺทฺริยนิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ โสตินฺทฺริยํ ฆานินฺทฺริยํ ชิวฺหินฺทฺริยํ กายินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ ปชานนฺติ มนินฺทฺริยสมุทยํ ปชานนฺติ มนินฺทฺริยนิโรธํ ปชานนฺติ มนินฺทฺริย- นิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานนฺติ ฯ เต โขเม ภิกฺขเว สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ เจว สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ จ พฺราหฺมณสมฺมตา เต จ ปนายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถญฺจ พฺราหฺมญฺญตฺถญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตีติ ฯ ฉฬินฺทฺริยวคฺโค ตติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ นพฺภโว ชีวิตญฺญาย เอกาภิญฺญญฺจ สุทฺธกํ โสโต เทฺว อรหา เทฺว สมณพฺราหฺมเณน จาติ ฯ ------------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ชัดซึ่ง จักขุนทรีย์ ความเกิดแห่งจักขุนทรีย์ ความดับแห่งจักขุนทรีย์ และปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งจักขุนทรีย์ รู้ชัดซึ่งโสตินทรีย์ ... ฆานินทรีย์ ... ชิวหินทรีย์ ... กายินทรีย์ ... มนินทรีย์ ความเกิดแห่งมนินทรีย์ ความดับแห่งมนินทรีย์ และปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับแห่งมนินทรีย์ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น เรานับว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะ และว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ เพราะท่านเหล่านั้น กระทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ของความเป็นสมณะและของความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่. จบ สูตรที่ ๑๐ จบ ฉฬินทริยวรรคที่ ๓ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปุนัพภวสูตร ๒. ชีวิตินทริยสูตร ๓. อัญญาตาวินทริยสูตร๔. เอกาภิญญาสูตร ๕. สุทธกสูตร ๖. โสตาปันนสูตร ๗. อรหันตสูตรที่ ๑ ๘. อรหันตสูตรที่ ๒ ๙. สมณพราหมณสูตรที่ ๑ ๑๐. สมณพราหมณสูตรที่ ๒. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ทุติยสมณพราหมณสูตร ว่าด้วยสมณพราหมณ์ สูตรที่ ๒
“ภิกษุทั้งหลาย สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งไม่รู้ชัด จักขุนทรีย์ความเกิดแห่งจักขุนทรีย์ ความดับแห่งจักขุนทรีย์ และปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งจักขุนทรีย์ ไม่รู้ชัดโสตินทรีย์ ฯลฯ ฆานินทรีย์ ฯลฯ ชิวหินทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ ฯลฯ ไม่รู้ชัดมนินทรีย์ ความเกิดแห่งมนินทรีย์ ความดับแห่งมนินทรีย์และปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งมนินทรีย์ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นเราไม่จัดว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะหรือไม่จัดว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ ทั้งท่าน เหล่านั้นก็ไม่ทำให้แจ้งประโยชน์แห่งความเป็นสมณะหรือประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ ด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน ภิกษุทั้งหลาย ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งรู้ชัดจักขุนทรีย์ ความเกิดแห่งจักขุนทรีย์ ความดับแห่งจักขุนทรีย์ ปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งจักขุนทรีย์ รู้ชัดโสตินทรีย์ ฯลฯ ฆานินทรีย์ ฯลฯ ชิวหินทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ฯลฯ รู้ชัดมนินทรีย์ ความเกิดแห่งมนินทรีย์ ความดับแห่งมนินทรีย์ ปฏิปทาที่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๓๐๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๔. อินทริยสังยุต] ๓. ฉฬินทริยวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ให้ถึงความดับแห่งมนินทรีย์ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นเราจัดว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะและจัดว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ ทั้งท่านเหล่านั้นก็ทำให้แจ้ง ประโยชน์แห่งความเป็นสมณะและประโยชน์แห่งความเป็นพราหมณ์ด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน” ทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๑๐ จบ ฉฬินทริยวรรคที่ ๓ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปุนัพภวสูตร ๒. ชีวิตินทริยสูตร ๓. อัญญินทริยสูตร ๔. เอกพีชีสูตร ๕. สุทธสูตร ๖. โสตาปันนสูตร ๗. อรหันตสูตร ๘. สัมมัทธสูตร ๙. ปฐมสมณพราหมณสูตร ๑๐. ทุติยสมณพราหมณสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๓๐๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสุทธกสูตรที่ ๕ เป็นต้น
สูตรที่ ๕ จักษุและธรรมที่ชื่อว่าอินทรีย์ เพราะอรรถว่าใหญ่ คือเป็นอธิบดีของธรรมทั้งหลายที่เกิดในจักขุทวารนั้นชื่อว่า จักขุนทรีย์.
แม้ในโสตินทรีย์เป็นต้น ก็เป็นนัยเดียวกันนี้แหละ.
คำที่เหลือทุกแห่งตื้นทั้งนั้น.
สูตรทั้ง ๖ สูตร คือสูตรที่ ๑ ในวรรคนี้ และอีก ๕ สูตรมีสูตรที่ ๖ เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงด้วยอำนาจสัจจะ ๔ แล้วแล.
จบอรรถกถาสุทธกสูตรที่ ๕ เป็นต้น -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปุนัพภวสูตร
๒. ชีวิตินทริยสูตร
๓. อัญญาตาวินทริยสูตร
๔. เอกาภิญญาสูตร
๕. สุทธกสูตร
๖. โสตาปันนสูตร
๗. อรหันตสูตรที่ ๑
๘. อรหันตสูตรที่ ๒
๙. สมณพราหมณสูตรที่ ๑
๑๐. สมณพราหมณสูตรที่ ๒.
-----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อินทริยสังยุตต์ ฉฬินทริยวรรคที่ ๓ ๔. เอกาภิญญาสูตร