วิตถารสูตร ที่ ๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค วิตถารสูตรที่ ๓ อินทรีย์ ๕ ไม่เป็นหมัน
ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว อินฺทฺริยานิ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจินฺทฺริยานิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน? คือ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ อินทรีย์ ๕ ประการนี้แล.
อิเมสํ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ อินฺทฺริยานํ สมตฺตา ปริปูรตฺตา อรหํ โหติ ตโต มุทุตเรหิ อนฺตราปรินิพฺพายี โหติ ตโต มุทุตเรหิ อุปหจฺจปรินิพฺพายี โหติ ตโต มุทุตเรหิ อสงฺขารปรินิพฺพายี โหติ ตโต มุทุตเรหิ สสงฺขารปรินิพฺพายี โหติ ตโต มุทุตเรหิ อุทฺธํโสโต โหติ อกนิฏฺฐคามี ตโต มุทุตเรหิ สกทาคามี โหติ ตโต มุทุตเรหิ โสตาปนฺโน โหติ ตโต มุทุตเรหิ ธมฺมานุสารี โหติ ตโต มุทุตเรหิ สทฺธานุสารี โหติ ฯ อิติ โข ภิกฺขเว ปริปูรํ ปริปูรการี อาราเธติ ปเทสํ ปเทสการี อาราเธติ ฯ อวญฺฌานิเตฺววาหํ ภิกฺขเว ปญฺจินฺทฺริยานิ วทามีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเป็นพระอรหันต์ เพราะอินทรีย์ ๕ ประการนี้เต็มบริบูรณ์ เป็นพระอนาคามีผู้อันตราปรินิพพายี เพราะอินทรีย์ทั้ง ๕ ยังอ่อนกว่าอินทรีย์ของพระ-*อรหันต์ ... เป็นพระโสดาบันผู้สัทธานุสารี เพราะอินทรีย์ ๕ ยังอ่อนกว่าพระโสดาบันผู้ธัมมานุสารีดังพรรณนามาฉะนี้แล บุคคลผู้บำเพ็ญอรหัตมรรคให้บริบูรณ์ ย่อมได้ชมอรหัตผล บุคคลผู้บำเพ็ญมรรค ๓ ที่เหลือให้บริบูรณ์ ย่อมได้ชมผลทั้ง ๓ เรากล่าวอินทรีย์ ๕ ว่าไม่เป็นหมันเลย. จบ สูตรที่ ๗
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๔. อินทริยสังยุต] ๒. มุทุตรวรรค ๗. ตติยวิตถารสูตร ๗. ตติยวิตถารสูตร ว่าด้วยผลแห่งอินทรีย์โดยพิสดาร สูตรที่ ๓
“ภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ ๕ ประการนี้ อินทรีย์ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัทธินทรีย์ ฯลฯ ๕. ปัญญินทรีย์ อินทรีย์ ๕ ประการนี้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๑. เป็นพระอรหันต์เพราะอินทรีย์ ๕ ประการนี้ครบถ้วนบริบูรณ์ ๒. เป็นพระอนาคามีผู้อันตราปรินิพพายีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่า พระอรหันต์นั้น ๓. เป็นพระอนาคามีผู้อุปหัจจปรินิพพายีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระ อนาคามีผู้อันตราปรินิพพายีนั้น ๔. เป็นพระอนาคามีผู้อสังขารปรินิพพายีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระ อนาคามีผู้อุปหัจจปรินิพพายีนั้น ๕. เป็นพระอนาคามีผู้สสังขารปรินิพพายีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระ อนาคามีผู้อสังขารปรินิพพายีนั้น ๖. เป็นพระอนาคามีผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่า พระอนาคามีผู้สสังขารปรินิพพายีนั้น ๗. เป็นพระสกทาคามีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระอนาคามีผู้อุทธัง- โสโตอกนิฏฐคามีนั้น ๘. เป็นพระโสดาบันเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระสกทาคามีนั้น ๙. เป็นพระโสดาบันผู้ธัมมานุสารีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระโสดาบันนั้น ๑๐. เป็นพระโสดาบันผู้สัทธานุสารีเพราะมีอินทรีย์อ่อนกว่าพระโสดาบันผู้ธัมมานุสารีนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๒๙๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๔. อินทริยสังยุต] ๒. มุทุตรวรรค ๘. ปฏิปันนสูตร บุคคลผู้บำเพ็ญอรหัตตมรรคให้บริบูรณ์ ย่อมได้บรรลุอรหัตตผล บุคคลผู้ บำเพ็ญมรรคทั้ง ๓ (ที่เหลือให้บริบูรณ์) ย่อมได้บรรลุผลทั้ง ๓ ดังกล่าวนี้ ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวอินทรีย์ ๕ ประการว่าไม่เป็นหมันเลย” ตติยวิตถารสูตรที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สูตรที่ ๖ และที่ ๗ นี้นัยอันท่านกล่าวไว้เสร็จแล้ว.
แต่ใน ๓ สูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ทรงแสดงวิปัสสนินทรีย์ อันเป็นส่วนเบื้องต้นไว้เลย. อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อินทริยสังยุตต์ มุทุตวรรคที่ ๒ ๕. วิตถารสูตรที่ ๑