อุปาทินนัตติกสรณทุกะ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ อุปาทินนัตติกสรณทุกะ
นเหตุํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ นเหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: ตีณิ ฯ
สรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยสรณธรรม ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
เหตุํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา: ฯ
ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๑ ในอวิคตปัจจัย มี " ๑ในสหชาตวารก็ดี ในปัญหาวารก็ดี มีหัวข้อปัจจัย ๑ ทุกปัจจัย
นเหตุยา เทฺว นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต นว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ
อรณธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอรณธรรมที่ เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม อาศัยอรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙สหชาตวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว ฯ สหชาตวาโรปิ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิสา วิตฺถาเรตพฺพา ฯ ปญฺหาวาโร
อรณธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณ- *ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อรณธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหตุ อนิทสฺสนอปฺปฏิโฆ ธมฺโม เหตุสฺส อนิทสฺสนอปฺปฏิฆสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๗ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๖ ในอวิคตปัจจัย มี " ๑๓แม้ปัญหาวารในกุสลัตติกะฉันใด พึงให้พิสดารฉันนั้นอุปาทินนัตติกสรณทุกะ จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. อุปาทินนติกะ ๑๐๐. สรณทุกะ ๑ - ๗. ปฏิจจวารเป็นต้น ปัจจยจตุกกนัย - เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) เหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ (ย่อ) (สหชาตวาร ฯลฯ ปัญหาวาร ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๔ หน้า : ๗๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกทุกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑๐๐. สรณทุกะ
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้อาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๔ หน้า : ๗๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกทุกปัฏฐาน] ๔. อุปาทินนติกะ ๑๐๐. สรณทุกะ วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (ย่อ) (สหชาตวาร ฯลฯ สัมปยุตตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้โดยเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้โดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้โดยเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ(ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๗ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ นิสสยปัจจัย มี ๑๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย มี ๘ วาระ วิปากปัจจัย มี ๖ วาระ อาหารปัจจัย มี ๑๒ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๗ วาระ ฌานปัจจัย มี ๗ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๔ หน้า : ๗๑๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกทุกปัฏฐาน] ๕. สังกิลิฏฐติกะ ๑๐๐. สรณทุกะ มัคคปัจจัย มี ๗ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๐ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๒๓ วาระ (ย่อ พึงขยายให้พิสดารเหมือนปัญหาวารในกุสลติกะ)
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุกติกปัฏฐาน
ในทุกติกปัฏฐาน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแต่งเทศนาโดยสังเขป ด้วยอำนาจการยกเฉพาะปัญหาขึ้น อย่างนี้ว่า เหตุ กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เหตุ กุสโล ธมฺโม อุปฺปปชฺชติ เหตุปจฺจยา ผู้ศึกษาควรกล่าวความพิสดาร โดยนัยว่า อโทสเหตุ อโมหเหตุ อาศัยกุศลเหตุ คืออโลภะเป็นต้นความพิสดารนั้นแม้จะไม่ได้กล่าวไว้ ก็อาจทราบได้ โดยนัยที่แสดงไว้แล้วในหนหลัง เพราะฉะนั้น จึงไม่ตรัสปัจจัยสักอย่างหนึ่งไว้ แม้ในบทเดียว.
ก็เทศนาที่แสดงไว้โดยย่อนั้น พึงทราบว่าเทศนานั้นทรงแสดงอย่างนี้.
จริงอยู่ พระองค์ทรงเชื่อมกุศลบทกับเหตุทุกะ แล้วแสดงปัจจัยที่ได้อยู่ทั้งหมด ด้วยอำนาจอนุโลมและปัจจนียนัย ในปฏิจจวาระ ไม่ทรงแสดงอนุโลมปัจจนียนัย และปัจจนียานุโลมนัย และสหชาตวาระเป็นต้น แล้วตรัสว่า ทั้งหมดควรขยายให้พิสดารเหมือนปฏิจจวาระนั่นแหละ.
แม้ในปัญหาวาระ พระองค์ไม่ทรงวิสัชนาปัญหา ทรงยกปัจจัยอย่างเดียว แล้วทรงแสดงปัจจัยที่ได้อยู่ด้วยอำนาจอนุโลมปัจจนียนัยเท่านั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ผู้ศึกษาพึงเชื่อมแม้อกุสลาพยากตบทกับเหตุทุกะ แล้วแสดงไข เหตุกุสลทุกติกะ เหมือนอย่างกุศลบท. ต่อจากนั้นทรงแสดงทุกติกะ ๒๑ มีเหตุเวทนาทุกติกะเป็นต้น โดยนัยว่า เหตุํ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ เป็นต้น.
ก็เพราะเหตุที่เห็นได้กระทบได้ หรือเห็นไม่ได้กระทบได้ ย่อมไม่มี เพราะฉะนั้นจึงไม่ทรงเชื่อมสนิทัสสนสัปปฏิฆะและอนิทัสสนสัปปฏิฆบทกับเหตุบท. ทรงเชื่อมติกะ ๒๒ ที่มีได้กับเหตุทุกะ ดังอธิบายมาแล้ว ทรงเชื่อมติกะเหล่านั้นกับทุกะทั้งหมด มีสเหตุกทุกะเป็นต้น มีสรณทุกะเป็นที่สุดอีก.
ในทุกะเหล่านั้น บทใดๆ ไม่ประกอบร่วมกับบทใดๆ บทนั้นๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในบาลีนั้นเองว่ามีไม่ได้ ในอธิการนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าประกอบติกะ ๒๒ กับทุกะ ๑ แล้วประกอบติกะ ๒๒ กับทุกะบทที่ได้อยู่ใน ๑๐๐ ทุกะ ตามลำดับ คือติกะ ๒๒ ติกะ กับทุกะอื่น ติกะ ๒๒ ติกะ กับทุกะอื่นอีกพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาติกะ ๒๒ ติกะ ดังว่ามานี้ แล้วผนวกเข้าใน ๑๐๐ ทุกะ แสดงปัฏฐานชื่อว่าทุกติกปัฏฐาน ในทุกติกปัฏฐานนั้น ในฐานะใดๆ ทรงแสดงนัยแล้วทำการย่อไว้ในบาลี ผู้ศึกษาพึงทราบความพิสดารแห่งบาลีนั้น ตามสมควรแก่นัยที่ทรงแสดงไว้ในฐานะนั้นๆ แล.
อรรถกถาทุกติกปัฏฐาน จบ. -----------------------------------------------------