๒. ภูตคามวรรค รวมสิกขาบทที่มีในภูตคามวรรค
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ภูตคามวรรค ๑. ภูตคามสิกขาบท
ถาม : พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงรู้ทรงเห็น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์เพราะพรากภูตคาม ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภภิกษุชาวเมืองอาฬวี ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ภิกษุชาวเมืองอาฬวีตัดต้นไม้ ในภูตคามสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ ๒. อัญญวาทกสิกขาบท
ถาม : ทรงบัญญัติปาจิตตีย์เพราะนำเอาเรื่องอื่นมากล่าวกลบเกลื่อน เพราะทำสงฆ์ให้ลำบาก ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงโกสัมพี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภท่านพระฉันนะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๒}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๕. ปาจิตติยกัณฑ์ ๒. ภูตคามวรรค ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ท่านพระฉันนะถูกไต่สวนอาบัติท่ามกลางสงฆ์กลับนำเอาเรื่องอื่นมากล่าวกลบเกลื่อน ในอัญญวาทกสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ ๓. อุชฌาปนกสิกขาบท
ถาม : ทรงบัญญัติปาจิตตีย์เพราะกล่าวให้ผู้อื่นเพ่งโทษ เพราะบ่นว่า ณที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์ ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภพระเมตติยะและพระภุมมชกะ ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่พระเมตติยะและพระภุมมชกะกล่าวให้ภิกษุทั้งหลายเพ่งโทษท่านพระทัพพมัลลบุตร ในอุชฌาปนกสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ ๔. ปฐมเสนาสนสิกขาบท
ถาม : ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้วางเตียง ตั่ง ฟูก หรือเก้าอี้ของ สงฆ์ในที่กลางแจ้งแล้ว ไม่เก็บไม่บอกมอบหมายแล้วพากันจากไป ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภภิกษุหลายรูป
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๓}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๕. ปาจิตติยกัณฑ์ ๒. ภูตคามวรรค ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูปจัดตั้งเสนาสนะของสงฆ์ในที่กลางแจ้งแล้วไม่เก็บ ไม่บอกมอบหมายแล้วพากันจากไป ในปฐมเสนาสนสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ ๑ พระอนุบัญญัติ บรรดา สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ สมุฏฐาน เป็นกฐินสมุฏฐานฯลฯ ๕. ทุติยเสนาสนสิกขาบท
ถาม : ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้ปูที่นอนในวิหารของสงฆ์แล้วไม่เก็บไม่บอกมอบหมายแล้วจากไป ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุสัตตรสวัคคีย์ ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุสัตตรสวัคคีย์ปูที่นอนในวิหารของสงฆ์แล้วไม่เก็บไม่บอกมอบหมายแล้วพากันจากไป ในทุติยเสนาสนสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ สมุฏฐาน เป็นกฐินสมุฏฐาน ฯลฯ ๖. อนุปขัชชสิกขาบท
ถาม : ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้รู้อยู่ เข้าไปนอนแทรกแซงภิกษุผู้ เข้าไปอยู่ในวิหารของสงฆ์ก่อน ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๔}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๕. ปาจิตติยกัณฑ์ ๒. ภูตคามวรรค ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เข้าไปนอนแทรกแซงพวกภิกษุผู้เถระ ในอนุปขัชชสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจาฯลฯ ๗. นิกกัฑฒนสิกขาบท
ถาม : ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้โกรธ ไม่พอใจฉุดลากภิกษุออกจากวิหารของสงฆ์ ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่พวกภิกษุฉัพพัคคีย์โกรธ ไม่พอใจ ฉุดลากภิกษุทั้งหลายออกจากวิหารของสงฆ์ ในนิกกัฑฒนสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ ๘. เวหาสกุฏิสิกขาบท
ถาม : ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้นั่งบนเตียง หรือบนตั่งอันมี เท้าเสียบบนกุฎีชั้นลอยในวิหารของสงฆ์ ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๕}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๕. ปาจิตติยกัณฑ์ ๒. ภูตคามวรรค ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ภิกษุรูปหนึ่งนั่งอย่างแรงบนเตียงที่มีเท้าเสียบบนกุฎีชั้นลอยในวิหารของสงฆ์ ในเวหาสกุฏิสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ สมุฏฐาน คือ (๑) เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจามิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา ฯลฯ ๙. มหัลลกวิหารสิกขาบท
ถาม : ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้ดำเนินการมุงหลังคา(วิหาร) ๒-๓ชั้น แล้วดำเนินการเกินกว่านั้น ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ กรุงโกสัมพี ถาม : ทรงปรารภใคร ตอบ : ทรงปรารภท่านพระฉันนะ ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ท่านพระฉันนะให้มุงให้ฉาบทาวิหารที่สร้างเสร็จแล้วหลายๆครั้ง วิหารมีน้ำหนักมาก จึงพังลงมา ในมหัลลกวิหารสิกขาบทนี้ มี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ สมุฏฐาน ฯลฯ ๑๐. สัปปาณกสิกขาบท
ถาม : ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้รู้อยู่ว่าน้ำมีสิ่งมีชีวิต รดหญ้าหรือดิน ณ ที่ไหน ตอบ : ทรงบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี ถาม : ทรงปรารภใคร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๖}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๑. กัตถปัญญัตติวาร ๕. ปาจิตติยกัณฑ์ ๓. โอวาทวรรค ตอบ : ทรงปรารภภิกษุชาวเมืองอาฬวี ถาม : เพราะเรื่องอะไร ตอบ : เพราะเรื่องที่ภิกษุชาวเมืองอาฬวีรู้อยู่ว่าน้ำมีสิ่งมีชีวิต รดหญ้าหรือดิน ในสัปปาณกสิกขาบทนั้น มี ๑ พระบัญญัติ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ สมุฏฐาน ฯลฯ ภูตคามวรรคที่ ๒ จบ รวมสิกขาบทที่มีในภูตคามวรรค ๑. ภูตคามสิกขาบท ว่าด้วยการพรากภูตคาม ๒. อัญญวาทกสิกขาบท ว่าด้วยการกล่าวกลบเกลื่อน ๓. อุชฌาปนกสิกขาบท ว่าด้วยการกล่าวให้เพ่งโทษ ๔. ปฐมเสนาสนสิกขาบท ว่าด้วยเสนาสนะข้อที่ ๑ ๕. ทุติยเสนาสนสิกขาบท ว่าด้วยเสนาสนะข้อที่ ๒ ๖. อนุปขัชชสิกขาบท ว่าด้วยการเข้าไปแทรกแซง ๗. นิกกัฑฒนสิกขาบท ว่าด้วยการฉุดลากออก ๘. เวหาสกุฏิสิกขาบท ว่าด้วยกุฎีชั้นลอย ๙. มหัลลกวิหารสิกขาบท ว่าด้วยการสร้างวิหารใหญ่ ๑๐. สัปปาณกสิกขาบท ว่าด้วยสิ่งมีชีวิต
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร คำถามและคำตอบในภูตคามวรรคที่ ๒
ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ อาฬวิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อาฬวิเก ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อาฬวิกา ภิกฺขู รุกฺขํ ฉินฺทึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ ในเพราะพรากภูตคาม ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุพวกเมืองอาฬวี. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุพวกเมืองอาฬวีตัดต้นไม้. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ...
อญฺญวาทเก วิเหสเก ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ โกสมฺพิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา ฉนฺโน สงฺฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน อญฺเญนญฺญํ ปฏิจริ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เอกา อนุปฺปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ในเพราะแกล้งกล่าวคำอื่น ในเพราะทำให้ลำบาก ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครโกสัมพี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภท่านพระฉันนะ. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉันนะ ถูกสงฆ์ซักถามอยู่ด้วยอาบัติในท่ามกลางสงฆ์กลับเอาเรื่องอื่นมาพูดกลบเกลื่อนเสีย. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ...
อุชฺฌาปนเก ขียนเก ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ ราชคเห ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ เมตฺติยภุมฺมชเก ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ เมตฺติยภุมฺมชกา ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ ภิกฺขู อุชฺฌาเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เอกา อนุปฺปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ ในเพราะความเป็นผู้โพนทะนา ในเพราะความเป็นผู้บ่นว่า ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครราชคฤห์. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระเมตติยะและพระภุมมชกะ. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระเมตติยะและพระภุมมชกะยังภิกษุทั้งหลายให้ยกโทษท่านพระ-*ทัพพมัลลบุตร. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ...
สงฺฆิกํ มญฺจํ วา ปีฐํ วา ภิสึ วา โกจฺฉํ วา อชฺโฌกาเส สนฺถริตฺวา อนุทฺธริตฺวา อนาปุจฺฉา ปกฺกมนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขู สงฺฆิกํ เสนาสนํ อชฺโฌกาเส สนฺถริตฺวา อนุทฺธริตฺวา อนาปุจฺฉา ปกฺกมึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เอกา อนุปฺปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ทฺวีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ (กฐินเก) ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้วางเตียงก็ดี ตั่งก็ดี ฟูกก็ดี เก้าอี้ก็ดี อันเป็นของสงฆ์ในที่แจ้งแล้วไม่เก็บ ไม่บอกสั่ง หลีกไปเสีย ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุหลายรูป. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุหลายรูป วางเสนาสนะอันเป็นของสงฆ์ ในที่แจ้งแล้วไม่เก็บไม่บอกสั่ง หลีกไปเสีย. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ (เหมือนกฐินสิกขาบท) ...
สงฺฆิเก วิหาเร เสยฺยํ สนฺถริตฺวา อนุทฺธริตฺวา อนาปุจฺฉา ปกฺกมนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สตฺตรสวคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สตฺตรสวคฺคิยา ภิกฺขู สงฺฆิเก วิหาเร เสยฺยํ สนฺถริตฺวา อนุทฺธริตฺวา อนาปุจฺฉา ปกฺกมึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ทฺวีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ (กฐินเก) ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้ปูที่นอนในวิหารเป็นของสงฆ์แล้วไม่เก็บ ไม่บอกสั่ง หลีกไปเสีย ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระสัตตรสวัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระสัตตรสวัคคีย์ปูที่นอนในวิหารเป็นของสงฆ์ แล้วไม่เก็บ ไม่บอกสั่ง หลีกไปเสีย. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ (เหมือนกฐินสิกขาบท) ...
สงฺฆิเก วิหาเร ชานํ ปุพฺพูปคตํ ภิกฺขุํ อนุปขชฺช เสยฺยํ กปฺเปนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เถเร ภิกฺขู อนุปขชฺช เสยฺยํ กปฺเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้รู้อยู่ สำเร็จการนอนแทรกแซงภิกษุผู้เข้าไปก่อนในวิหารของสงฆ์ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์สำเร็จการนอนแทรกแซงภิกษุผู้เถระ. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน อันหนึ่งคือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา ...
ภิกฺขุํ กุปิเตน อนตฺตมเนน สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กุปิตา อนตฺตมนา ภิกฺขู สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าภิกษุจากวิหารของสงฆ์ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภพระฉัพพัคคีย์. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่พระฉัพพัคคีย์โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าภิกษุทั้งหลายจากวิหารของสงฆ์. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ...
สงฺฆิเก วิหาเร อุปริ เวหาสกุฏิยา อาหจฺจปาทกํ มญฺจํ วา ปีฐํ วา อภินิสีทนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อญฺญตโร ภิกฺขุ สงฺฆิเก วิหาเร อุปริ เวหาสกุฏิยา อาหจฺจปาทกํ มญฺจํ สหสา อภินิสีทิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ทฺวีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา กายโต สมุฏฺฐาติ น วาจโต น จิตฺตโต สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้นั่งทับเตียงก็ดี ตั่งก็ดี อันมีเท้าเสียบบนร้านในวิหารเป็นของสงฆ์ ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่ง. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุรูปหนึ่ง นั่งทับเตียงอันมีเท้าเสียบบนร้านในวิหารเป็นของสงฆ์โดยแรง. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๒ คือบางทีเกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา ...
ทฺวิตฺติปริยาเย อธิฏฺฐหิตฺวา ตทุตฺตรึ อธิฏฺฐหนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ โกสมฺพิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อายสฺมนฺตํ ฉนฺนํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อายสฺมา ฉนฺโน กตปริโยสิตํ วิหารํ ปุนปฺปุนํ ฉาทาเปสิ ปุนปฺปุนํ ลิมฺปาเปสิ อติภาริโก วิหาโร ปริปติ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ฉหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้อำนวยให้พอก ๒-๓ ชั้น แล้วอำนวยยิ่งกว่านั้น ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครโกสัมพี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภท่านพระฉันนะ. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ท่านพระฉันนะให้มุงวิหารที่สร้างสำเร็จแล้วบ่อยๆ ให้โบกฉาบบ่อยๆวิหารหนักเกินไปก็ทลายลง. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ ...
ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ติณํ วา มตฺติกํ วา สิญฺจนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ อาฬวิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ อาฬวิเก ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อาฬวิกา ภิกฺขู ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ติณมฺปิ มตฺติกมฺปิ สิญฺจึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ ภูตคามวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ
ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้รู้อยู่ว่า น้ำมีตัวสัตว์ เอารดหญ้าก็ดี ดินก็ดี ณ ที่ไหน? ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี. ถ. ทรงปรารภใคร? ต. ทรงปรารภภิกษุพวกเมืองอาฬวี. ถ. เพราะเรื่องอะไร? ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุพวกเมืองอาฬวี รู้อยู่ว่าน้ำมีตัวสัตว์ เอารดหญ้าบ้าง รดดินบ้าง. มีบัญญัติ ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ ... ภูตคามวรรค ที่ ๒ จบ. หัวข้อประจำวรรค
รุกฺขุปจฺเฉทนญฺเจว เปสุญฺญุชฺฌาปเนน จ อชฺโฌกาโส วิหาโร จ อนุปขชฺชนิกฑฺฒนา เวหาสกุฏิเลปนา สปฺปาณกวิสิญฺจนนฺติ ฯ ------------
ตัดต้นไม้ ๑ กล่าวส่อเสียด ๑ โพนทะนา ๑ ที่แจ้ง ๑ วิหาร ๑ นอนเบียด ๑ฉุดคร่า ๑ บนร้าน ๑ โบกฉาบ ๑ เอาน้ำมีตัวสัตว์รดทิ้งเสีย ๑-----------------------------------------------------