อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๔๑๐

การกรานกฐิน วัตถุวิบัติ เป็นต้น ๔. กฐินาทิชานิตัพพวิภาค ว่าด้วยการจำแนกข้อควรรู้มีกฐิน เป็นต้น ควรรู้กฐิน เป็นต้น อธิบายการกรานกฐิน ๕. ปุคคลัสเสวกฐินัตถาร ว่าด้วยบุคคลกรานกฐินเท่านั้น ๖. ปลิโพธปัญหาพยากรณ์ ว่าด้วยการแก้ปัญหาปลิโพธ การเดาะกฐิน การเดาะกฐินภายในสีมา เป็นต้น หัวข้อประจำเรื่อง

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๑๐–๔๑๖พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 18 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 18 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 7 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

การกรานกฐิน

ข้อ ๔๑๐

ถาม : ภิกษุพวกไหนกรานกฐินไม่ขึ้น ภิกษุพวกไหนกรานกฐินขึ้น ตอบ : ภิกษุ ๓ พวกกรานกฐินไม่ขึ้น ภิกษุ ๓ พวกกรานกฐินขึ้น ถาม : ภิกษุ ๓ พวกไหนกรานกฐินไม่ขึ้น ตอบ : ๑. ภิกษุผู้อยู่นอกสีมาอนุโมทนา ๒. เมื่ออนุโมทนากลับไม่เปล่งวาจา ๓. เมื่อเปล่งวาจากลับไม่ยอมให้ผู้อื่นรู้ ภิกษุ ๓ พวกนี้กรานกฐินไม่ขึ้น ถาม : ภิกษุ ๓ พวกไหนกรานกฐินขึ้น ตอบ : ๑. ภิกษุผู้อยู่ในสีมาอนุโมทนา ๒. เมื่ออนุโมทนาก็เปล่งวาจา ๓. เมื่อเปล่งวาจาก็ให้ผู้อื่นรู้ ภิกษุ ๓ พวกนี้กรานกฐินขึ้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๘๐}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [กฐินเภท] ๔. กฐินาทิชานิตัพพวิภาค วัตถุวิบัติ เป็นต้น

ข้อ ๔๑๑

ถาม : การกรานกฐินเท่าไรไม่ขึ้น การกรานกฐินเท่าไรขึ้น ตอบ : การกรานกฐิน ๓ อย่าง ไม่ขึ้น การกรานกฐิน ๓ อย่าง ขึ้น ถาม : การกรานกฐิน ๓ อย่างไหน ไม่ขึ้น ตอบ : ๑. ผ้าวิบัติโดยวัตถุ ๒. วิบัติโดยกาล ๓. วิบัติโดยการกระทำ การกรานกฐิน ๓ อย่างนี้ ไม่ขึ้น ถาม : การกรานกฐิน ๓ อย่างไหน ขึ้น ตอบ : ๑. ผ้าถึงพร้อมด้วยวัตถุ ๒. ผ้าถึงพร้อมด้วยกาล ๓. ผ้าถึงพร้อมด้วยการกระทำ การกรานกฐิน ๓ อย่างนี้ ขึ้น ๔. กฐินาทิชานิตัพพวิภาค ว่าด้วยการจำแนกข้อควรรู้มีกฐิน เป็นต้น

ข้อ ๔๑๒

พึงรู้กฐิน พึงรู้การกรานกฐิน พึงรู้เดือนที่กรานกฐิน พึงรู้วิบัติแห่งการ กรานกฐิน พึงรู้สมบัติแห่งการกรานกฐิน พึงรู้การทำนิมิต พึงรู้การพูดเลียบเคียงพึงรู้ผ้าที่ยืมเขามา พึงรู้ผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน พึงรู้ผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์ ควรรู้กฐิน เป็นต้น คำว่า พึงรู้กฐิน นั้น คือ การรวบรวม การประชุม ชื่อ การตั้งชื่อ การเรียกชื่อภาษา พยัญชนะ การกล่าวธรรมเหล่านั้นแล รวมเรียกว่า กฐิน คำว่า พึงรู้เดือนที่กรานกฐิน นั้น คือ รู้จักเดือนสุดท้ายแห่งฤดูฝน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๘๑}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [กฐินเภท] ๔. กฐินาทิชานิตัพพวิภาค คำว่า พึงรู้วิบัติแห่งการกรานกฐิน ได้แก่ พึงรู้จักวิบัติแห่งการกรานกฐินด้วยอาการ ๒๔ อย่าง คำว่า พึงรู้สมบัติแห่งการกรานกฐิน ได้แก่ พึงรู้จักสมบัติแห่งการกรานกฐินด้วยอาการ ๑๗ อย่าง คำว่า พึงรู้การทำนิมิต คือ ทำนิมิตว่า เราจักกรานกฐินด้วยผ้าผืนนี้ คำว่า พึงรู้การพูดเลียบเคียง คือ ทำการพูดเลียบเคียงด้วยคิดว่า เราจักให้ผ้ากฐินเกิดด้วยการพูดเลียบเคียงนี้ คำว่า พึงรู้ผ้าที่ยืมเขามา คือ รู้ผ้าที่ไม่ได้ยกให้ คำว่า พึงรู้ผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน คือ พึงรู้ผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน ๒ อย่าง คือ ๑. ทำค้างคืน ๒. เก็บไว้ค้างคืน คำว่า พึงรู้ผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์ คือ เมื่อภิกษุกำลังตัดเย็บผ้าอยู่ อรุณขึ้นมา คำว่า พึงรู้การกรานกฐิน ความว่า ถ้าผ้ากฐินเกิดขึ้นแก่สงฆ์ สงฆ์ควรปฏิบัติอย่างไร ภิกษุผู้กรานควรปฏิบัติอย่างไร ภิกษุผู้อนุโมทนาควรปฏิบัติอย่างไรอธิบายการกรานกฐิน

ข้อ ๔๑๓

สงฆ์พึงให้ผ้ากฐินแก่ภิกษุผู้กรานกฐิน ด้วยญัตติทุติยกรรม ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น ควรซักขยี้ให้สะอาดแล้วกะ ตัด เย็บ ย้อม ทำกัปปะ พินทุ แล้วกรานกฐินในวันนั้นเลย ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าสังฆาฏิ ควรถอนผ้าสังฆาฏิผืนเก่าเสีย ควรอธิษฐานผ้าสังฆาฏิผืนใหม่ เปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้าจะกรานกฐินด้วยผ้าสังฆาฏิผืนนี้ ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าอุตตราสงค์ ควรถอนผ้าอุตตราสงค์ผืนเก่าเสีย ควรอธิษฐานผ้าอุตตราสงค์ผืนใหม่ เปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้าจะกรานกฐินด้วยผ้าอุตตราสงค์ผืนนี้ ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าอันตรวาสกควรถอน ผ้าอันตรวาสกผืนเก่าเสีย ควรอธิษฐานผ้าอันตรวาสกผืนใหม่ เปล่งวาจาว่าข้าพเจ้าจะกรานกฐินด้วยผ้าอันตรวาสกผืนนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๘๒}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [กฐินเภท] ๕. ปุคคลัสเสวกฐินัตถาร ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า กฐินของสงฆ์กรานเสร็จแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนาเถิด ภิกษุผู้อนุโมทนาเหล่านั้น ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานเสร็จแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม เราทั้งหลายอนุโมทนา ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่าประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า กฐินของสงฆ์กรานเสร็จแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนาเถิด ภิกษุผู้อนุโมทนาเหล่านั้น ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานเสร็จแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม เราทั้งหลายอนุโมทนา ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่าประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า กฐินของสงฆ์กรานเสร็จแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ขอท่านอนุโมทนาเถิด ภิกษุผู้อนุโมทนานั้น ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานเสร็จแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ข้าพเจ้าอนุโมทนา๕. ปุคคลัสเสวกฐินัตถาร ว่าด้วยบุคคลกรานกฐินเท่านั้น

ข้อ ๔๑๔

ถาม : สงฆ์กรานกฐิน คณะกรานกฐิน บุคคลกรานกฐิน หรือ ตอบ : สงฆ์หาได้กรานกฐินไม่ คณะหาได้กรานกฐินไม่ แต่บุคคลกรานกฐินหากสงฆ์หาได้กรานกฐินไม่ คณะหาได้กรานกฐินไม่ แต่บุคคลกรานกฐิน จึงชื่อว่าสงฆ์ไม่ได้กรานกฐิน คณะไม่ได้กรานกฐิน แต่บุคคลกรานกฐิน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๘๓}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [กฐินเภท] ๖. ปลิโพธปัญหาพยากรณ์ ถาม : สงฆ์สวดปาติโมกข์ คณะสวดปาติโมกข์ บุคคลสวดปาติโมกข์ หรือ ตอบ : สงฆ์หาได้สวดปาติโมกข์ไม่ คณะหาได้สวดปาติโมกข์ไม่ แต่บุคคลสวดปาติโมกข์ หากสงฆ์หาได้สวดปาติโมกข์ไม่ คณะหาได้สวดปาติโมกข์ไม่ แต่บุคคลสวดปาติโมกข์ จึงชื่อว่า สงฆ์ไม่ได้สวดปาติโมกข์ คณะไม่สวดปาติโมกข์ แต่บุคคลสวดปาติโมกข์ เพราะความสามัคคีแห่งสงฆ์ เพราะความสามัคคีแห่งคณะ เพราะบุคคลสวด จึงชื่อว่า สงฆ์สวดปาติโมกข์ คณะสวดปาติโมกข์ บุคคลสวดปาติโมกข์สงฆ์จึงหาได้กรานกฐินไม่ คณะหาได้กรานกฐินไม่ แต่บุคคลกรานกฐิน ด้วยอาการอย่างนี้แล เพราะสงฆ์อนุโมทนา เพราะคณะอนุโมทนา เพราะบุคคลกราน จึงชื่อว่าสงฆ์กรานกฐิน คณะกรานกฐิน บุคคลกรานกฐิน ๖. ปลิโพธปัญหาพยากรณ์ ว่าด้วยการแก้ปัญหาปลิโพธ

ข้อ ๔๑๕

ท่านมหากัสสปะถามว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยการหลีกไป อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั้น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยการหลีกไป อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสีย ปลิโพธในจีวรขาดก่อน ปลิโพธในอาวาสขาดพร้อมกับภิกษุนั้น ไปนอกสีมา” (๑) ท่านมหากัสสปะถามว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั้น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๘๔}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [กฐินเภท] ๖. ปลิโพธปัญหาพยากรณ์ ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสีย ปลิโพธในอาวาสขาดก่อน เมื่อทำจีวรสำเร็จ ปลิโพธในจีวรขาด” (๒) ท่านมหากัสสปะถามว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยการตกลงใจ อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั้น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยตกลงใจ อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสีย ปลิโพธทั้ง ๒ ขาดพร้อมกัน” (๓) ท่านมหากัสสปะถามว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยผ้าเสียหาย อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั้น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยผ้าเสียหาย อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสีย ปลิโพธในอาวาสขาดก่อน ปลิโพธในจีวรขาดเมื่อผ้าเสียหาย” (๔) ท่านมหากัสสปะถามว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยได้ทราบข่าว อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั้น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยได้ทราบข่าว อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสีย ปลิโพธในจีวรขาดก่อน ปลิโพธในอาวาสขาดพร้อมกับการได้ทราบข่าวของภิกษุนั้น” (๕) ท่านมหากัสสปะถามว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยสิ้นหวัง อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั้น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๘๕}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [กฐินเภท] ๖. ปลิโพธปัญหาพยากรณ์ ท่านพระอุบาลีตอบว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยสิ้นหวัง อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสีย ปลิโพธในอาวาสขาดก่อน ปลิโพธในจีวรขาดต่อเมื่อสิ้นหวังในผ้านั้น” (๖) ท่านมหากัสสปะถามว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยล่วงเขต อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั้น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยล่วงเขต อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสีย ปลิโพธในจีวรขาดก่อน ปลิโพธในอาวาสขาดเมื่อภิกษุนั้นไปนอกสีมา” (๗) ท่านมหากัสสปะถามว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยเดาะพร้อมกัน อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั้น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “การเดาะกฐินกำหนดด้วยเดาะพร้อมกัน อันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสีย ปลิโพธทั้ง ๒ อย่าง ขาดพร้อมกัน” (๘) การเดาะกฐิน

ข้อ ๔๑๖

ถาม : การเดาะกฐินที่สงฆ์เป็นใหญ่มีเท่าไร การเดาะกฐินที่บุคคลเป็น ใหญ่มีเท่าไร การเดาะกฐินที่สงฆ์ไม่เป็นใหญ่ บุคคลไม่เป็นใหญ่มีเท่าไร ตอบ : การเดาะกฐินที่สงฆ์เป็นใหญ่มีอย่างเดียว คือ การเดาะในระหว่างการเดาะกฐินที่บุคคลเป็นใหญ่มี ๔ อย่าง คือ การเดาะกฐินกำหนดด้วยการหลีกไป การเดาะกฐินกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ การเดาะกฐินกำหนดด้วยตกลงใจการเดาะกฐินกำหนดด้วยล่วงเขต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๘๖}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [กฐินเภท] ๖. ปลิโพธปัญหาพยากรณ์ การเดาะกฐินที่สงฆ์ไม่เป็นใหญ่ บุคคลไม่เป็นใหญ่มี ๔ อย่าง คือ การเดาะกฐินกำหนดด้วยผ้าเสียหาย การเดาะกฐินกำหนดด้วยทราบข่าว การเดาะกฐินกำหนดด้วยสิ้นหวัง การเดาะกฐินกำหนดด้วยเดาะพร้อมกัน การเดาะกฐินภายในสีมา เป็นต้น ถาม : การเดาะกฐินเท่าไร เดาะภายในสีมา การเดาะกฐินเท่าไร เดาะภายนอกสีมา การเดาะกฐินมีเท่าไร เดาะภายในสีมาก็มี เดาะภายนอกสีมาก็มี ตอบ : การเดาะกฐิน ๒ อย่าง เดาะภายในสีมา คือ ๑. เดาะในระหว่าง ๒. เดาะพร้อมกัน การเดาะกฐิน ๓ อย่าง เดาะภายนอกสีมา คือ ๑. เดาะกฐินกำหนดด้วยหลีกไป ๒. กำหนดด้วยได้ทราบข่าว ๓. กำหนดด้วยล่วงเขต การเดาะกฐิน ๔ อย่าง เดาะภายในสีมาก็มี เดาะภายนอกสีมาก็มี คือ ๑. เดาะกฐินกำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ ๒. กำหนดด้วยตกลงใจเป็นที่สุด ๓. เดาะกฐินกำหนดด้วยจีวรเสียหาย ๔. กำหนดด้วยสิ้นหวัง การเดาะกฐินเกิดขึ้นพร้อมกัน เป็นต้น ถาม : การเดาะกฐินเท่าไร เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน การเดาะกฐินเท่าไรเกิดด้วยกัน ดับต่างกัน ตอบ : การเดาะกฐิน ๒ อย่าง เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน คือ ๑. เดาะในระหว่าง ๒. เดาะพร้อมกัน การเดาะกฐินนอกนั้น เกิดด้วยกัน ดับต่างกัน กฐินเภท จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๘๗}

พระวินัยปิฎก ปริวาร [กฐินเภท] หัวข้อประจำเรื่อง หัวข้อประจำเรื่อง ใครไม่ได้กรานกฐิน ได้กรานกฐิน อย่างไรกฐินไม่เป็นอันกราน ธรรม ๑๕ อย่าง เกิดพร้อมกับการกรานกฐิน บุพพกรณ์มีอะไรเป็นนิทาน ประโยคมีเหตุเป็นนิทาน มีปัจจัยเป็นนิทาน บุพพกรณ์สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร กฐินมีมูลเท่าไร กฐินมีอะไรเป็นเบื้องต้น ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๘ ควรกรานกฐินและไม่ควรกรานกฐิน ภิกษุ ๓ จำพวกกรานกฐินไม่ขึ้นและกรานกฐินขึ้น การกรานกฐิน ๓ อย่างไม่ขึ้น พึงรู้การกรานกฐินกับการสวด พึงรู้ปลิโพธ พึงรู้การเดาะกฐินที่มีสงฆ์เป็นใหญ่ พึงรู้การเดาะกฐินภายในสีมา พึงรู้การเดาะกฐินที่เกิดขึ้นด้วยกันที่ดับด้วยกัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๘๘}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร การกรานกฐิน

ข้อ ๑๑๔๓

กตีนํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา น รูหนฺติ กตีนํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ กตเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ฯ นิสฺสีมฏฺโฐ อนุโมทติ อนุโมทนฺโต น วาจํ ภินฺทติ วาจํ ภินฺทนฺโต น ปรํ วิญฺญาเปติ ฯ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ฯ กตเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ สีมฏฺโฐ อนุโมทติ อนุโมทนฺโต วาจํ ภินฺทติ วาจํ ภินฺทนฺโต ปรํ วิญฺญาเปติ ฯ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ

ถามว่า บุคคลพวกไหนกรานกฐินไม่ขึ้น? บุคคลพวกไหนกรานกฐินขึ้น? ตอบว่า บุคคล ๓ พวกกรานกฐินไม่ขึ้น บุคคล ๓ พวกกรานกฐินขึ้น. ถ. บุคคล ๓ พวกเหล่าไหน กรานกฐินไม่ขึ้น. ต. บุคคลอยู่นอกสีมาอนุโมทนา ๑ เมื่ออนุโมทนาไม่เปล่งวาจา ๑ เมื่อเปล่งวาจาไม่ให้ผู้อื่นรู้ ๑ บุคคล ๓ พวกเหล่านี้ กรานกฐินไม่ขึ้น. ถ. บุคคล ๓ พวกเหล่าไหน กรานกฐินขึ้น? ต. บุคคลอยู่ในสีมาอนุโมทนา ๑ เมื่ออนุโมทนาเปล่งวาจา ๑ เมื่อเปล่งวาจาให้ผู้อื่นรู้ ๑ บุคคล ๓ พวกนี้กรานกฐินขึ้น. วัตถุวิบัติเป็นต้น

ข้อ ๑๑๔๔

กติ กฐินตฺถารา น รูหนฺติ กติ กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ ตโย กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ตโย กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ กตเม ตโย กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ฯ วตฺถุวิปนฺนญฺเจว โหติ กาลวิปนฺนญฺจ กรณวิปนฺนญฺจ ฯ อิเม ตโย กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ฯ กตเม ตโย กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ วตฺถุสมฺปนฺนญฺเจว โหติ กาลสมฺปนฺนญฺจ กรณสมฺปนฺนญฺจ ฯ อิเม ตโย กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ

ถามว่า การกรานกฐินเท่าไร ไม่ขึ้น? การกรานกฐินเท่าไร ขึ้น? ตอบว่า การกรานกฐิน ๓ อย่าง ไม่ขึ้น การกรานกฐิน ๓ อย่าง ขึ้น. ถ. การกรานกฐิน ๓ อย่างเหล่าไหน ไม่ขึ้น? ต. ผ้าเป็นของวิบัติโดยวัตถุ ๑ วิบัติโดยกาล ๑ วิบัติโดยการกระทำ ๑ การกรานกฐิน๓ อย่างนี้ ไม่ขึ้น. ถ. การกรานกฐิน ๓ อย่างเหล่าไหน ขึ้น? ต. ผ้าเป็นของถึงพร้อมด้วยวัตถุ ๑ ถึงพร้อมด้วยกาล ๑ ถึงพร้อมด้วยการกระทำ ๑การกรานกฐิน ๓ อย่างนี้ ขึ้น. ควรรู้กฐินเป็นต้น

ข้อ ๑๑๔๕

กฐินํ ชานิตพฺพํ กฐินตฺถาโร ชานิตพฺโพ กฐินสฺส อตฺถารมาโส ชานิตพฺโพ กฐินสฺส อตฺถารวิปตฺติ ชานิตพฺพา กฐินสฺส อตฺถารสมฺปตฺติ ชานิตพฺพา นิมิตฺตกมฺมํ ชานิตพฺพํ ปริกถา ชานิตพฺพา กุกฺกุกตํ ชานิตพฺพํ สนฺนิธิ ชานิตพฺพา นิสฺสคฺคิยํ ชานิตพฺพํ ฯ

พึงรู้จักกฐิน พึงรู้จักการกรานกฐิน พึงรู้จักเดือนที่กรานกฐิน พึงรู้จักวิบัติแห่งการกรานกฐิน พึงรู้จักสมบัติแห่งการกรานกฐิน พึงรู้จักการทำนิมิต พึงรู้จักการพูดเลียบเคียง พึงรู้จักผ้าที่ยืมเขามา พึงรู้จักผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน พึงรู้จักผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์. วิภาคคำว่าพึงรู้จักกฐินเป็นต้น

ข้อ ๑๑๔๖

กฐินํ ชานิตพฺพนฺติ เตสญฺเญว ธมฺมานํ สงฺคโห สมวาโย นามํ นามกมฺมํ นามเธยฺยํ นิรุตฺติ พฺยญฺชนํ อภิลาโป ยทิทํ กฐินนฺติ ฯ กฐินสฺส อตฺถารมาโส ชานิตพฺโพติ วสฺสานสฺส ปจฺฉิโม มาโส ชานิตพฺโพ ฯ กฐินสฺส อตฺถารวิปตฺติ ชานิตพฺพาติ จตุวีสติยา อากาเรหิ กฐินสฺส อตฺถารวิปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ กฐินสฺส อตฺถารสมฺปตฺติ ชานิตพฺพาติ สตฺตรสหิ อากาเรหิ กฐินสฺส อตฺถารสมฺปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ นิมิตฺตกมฺมํ ชานิตพฺพนฺติ นิมิตฺตํ กโรติ อิมินา ทุสฺเสน กฐินํ อตฺถริสฺสามีติ ฯ ปริกถา ชานิตพฺพาติ ปริกถํ กโรติ อิมาย ปริกถาย กฐินทุสฺสํ นิพฺพตฺเตสฺสามีติ ฯ กุกฺกุกตํ ชานิตพฺพนฺติ อนาทิยทานํ ชานิตพฺพํ ฯ สนฺนิธิ ชานิตพฺพาติ เทฺว สนฺนิธิโย ชานิตพฺพา กรณสนฺนิธิ จ นิจยสนฺนิธิ จ ฯ นิสฺสคฺคิยํ ชานิตพฺพนฺติ กยิรมาเน อรุณํ อุทฺริยติ ฯ

คำว่า พึงรู้จักกฐิน นั้น ความว่า การรวบรวม การประชุมชื่อ การตั้งชื่อการเรียกชื่อ ภาษา พยัญชนะ การกล่าวธรรมเหล่านั้น รวมเรียกว่า กฐิน. คำว่า พึงรู้จักเดือนที่กรานกฐิน คือ พึงรู้จักเดือนท้ายแห่งฤดูฝน. คำว่า พึงรู้จักวิบัติแห่งการกรานกฐิน ได้แก่ พึงรู้จักวิบัติแห่งการกรานกฐิน ด้วยอาการ ๒๔ อย่าง. คำว่า พึงรู้จักสมบัติแห่งการกรานกฐิน ได้แก่ พึงรู้จักสมบัติแห่งการกรานกฐินด้วยอาการ ๑๗ อย่าง. คำว่า พึงรู้จักการทำนิมิต คือ ทำนิมิตว่า จักกรานกฐิน ด้วยผ้าผืนนี้. คำว่า พึงรู้จักการพูดเลียบเคียง คือ ทำการพูดเลียบเคียงด้วยคิดว่า จักยังผ้ากฐินให้เกิด ด้วยการพูดเลียบเคียงนี้. คำว่า พึงรู้จักผ้าที่ยืมเขามา คือรู้จักผ้าที่ทายกมิได้หยิบยกให้. คำว่า พึงรู้จักผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน คือ พึงรู้จักผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน ๒ อย่าง คือทำค้างคืน ๑ เก็บไว้ค้างคืน ๑. คำว่า พึงรู้จักผ้าเป็นนิสสัคคีย์ นั้น คือ เมื่อภิกษุกำลังทำผ้าอยู่อรุณขึ้นมา. อธิบายการกรานกฐิน

ข้อ ๑๑๔๗

กฐินตฺถาโร ชานิตพฺโพติ สเจ สงฺฆสฺส กฐินทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ โหติ สงฺเฆน กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ อตฺถารเกน กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ อนุโมทเกน กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ ฯ สงฺเฆน ญตฺติทุติเยน กมฺเมน กฐินตฺถารกสฺส ภิกฺขุโน ทาตพฺพํ ฯ เตน กฐินตฺถารเกน ภิกฺขุนา ตทเหว โธวิตฺวา วิมชฺชิตฺวา วิจาเรตฺวา ฉินฺทิตฺวา สิพฺเพตฺวา รชิตฺวา กปฺปํ กตฺวา กฐินํ อตฺถริตพฺพํ ฯ สเจ สงฺฆาฏิยา กฐินํ อตฺถริตุกาโม โหติ โปราณิกา สงฺฆาฏิ ปจฺจุทฺธริตพฺพา นวา สงฺฆาฏิ อธิฏฺฐาตพฺพา อิมาย สงฺฆาฏิยา กฐินํ อตฺถรามีติ วาจา ภินฺทิตพฺพา ฯ สเจ อุตฺตราสงฺเคน กฐินํ อตฺถริตุกาโม โหติ โปราณโก อุตฺตราสงฺโค ปจฺจุทฺธริตพฺโพ นโว อุตฺตราสงฺโค อธิฏฺฐาตพฺโพ อิมินา อุตฺตราสงฺเคน กฐินํ อตฺถรามีติ วาจา ภินฺทิตพฺพา ฯ สเจ อนฺตรวาสเกน กฐินํ อตฺถริตุกาโม โหติ โปราณโก อนฺตรวาสโก ปจฺจุทฺธริตพฺโพ นโว อนฺตรวาสโก อธิฏฺฐาตพฺโพ อิมินา อนฺตรวาสเกน กฐินํ อตฺถรามีติ วาจา ภินฺทิตพฺพา ฯ เตน กฐินตฺถารเกน ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อตฺถตํ ภนฺเต สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทถาติ ฯ {๑๑๔๗.๑} เตหิ อนุโมทเกหิ ภิกฺขูหิ เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อตฺถตํ อาวุโส สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทามาติ ฯ เตน กฐินตฺถารเกน ภิกฺขุนา สมฺพหุเล ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนียา อตฺถตํ ภนฺเต สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทถาติ ฯ เตหิ อนุโมทเกหิ ภิกฺขูหิ เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อตฺถตํ อาวุโส สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทามาติ ฯ เตน กฐินตฺถารเกน ภิกฺขุนา เอกํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อตฺถตํ อาวุโส สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทาหีติ ฯ เตน อนุโมทเกน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อตฺถตํ อาวุโส สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทามีติ ฯ

คำว่า พึงรู้จักการกรานกฐิน นั้น มีอธิบายว่า ถ้าผ้ากฐินบังเกิดแก่สงฆ์ สงฆ์พึงปฏิบัติอย่างไร? ภิกษุผู้กรานพึงปฏิบัติอย่างไร? ภิกษุผู้อนุโมทนาพึงปฏิบัติอย่างไร? สงฆ์พึงให้ผ้ากฐินแก่ภิกษุผู้กรานกฐินด้วยญัตติทุติยกรรม. ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงซักขยำให้สะอาดแล้ว กะ ตัด เย็บ ย้อม ทำพินทุกัปปะแล้วกรานกฐินในวันนั้นเทียว ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าสังฆาฏิ พึงถอนผ้าสังฆาฏิผืนเก่าเสีย พึงอธิษฐานผ้าสังฆาฏิผืนใหม่ เปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้ากรานกฐินด้วยผ้าสังฆาฏิผืนนี้, ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าอุตราสงค์ พึงถอนผ้าอุตราสงค์ผืนเก่าเสีย พึงอธิษฐานผ้าอุตราสงค์ผืนใหม่ เปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้ากรานกฐินด้วยผ้าอุตราสงค์ผืนนี้, ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าอันตรวาสก พึงถอนผ้าอันตรวาสกผืนเก่าเสีย พึงอธิษฐานผ้าอันตรวาสกผืนใหม่ เปล่งวาจาว่าข้าพเจ้ากรานกฐินด้วยผ้าอันตรวาสกผืนนี้. อันภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนาเถิด. ภิกษุผู้อนุโมทนาเหล่านั้น พึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลี กล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม เราทั้งหลายอนุโมทนา. ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนาเถิด. ภิกษุผู้อนุโมทนาเหล่านั้น พึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่าผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม เราทั้งหลายอนุโมทนา. ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ขอท่านอนุโมทนาเถิด. ภิกษุผู้อนุโมทนานั้น พึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ข้าพเจ้าอนุโมทนา. กรานกฐิน

ข้อ ๑๑๔๘

สงฺโฆ กฐินํ อตฺถรติ คโณ กฐินํ อตฺถรติ ปุคฺคโล กฐินํ อตฺถรตีติ ฯ น สงฺโฆ กฐินํ อตฺถรติ น คโณ กฐินํ อตฺถรติ ปุคฺคโล กฐินํ อตฺถรตีติ ฯ หญฺจิ น สงฺโฆ กฐินํ อตฺถรติ น คโณ กฐินํ อตฺถรติ ปุคฺคโล กฐินํ อตฺถรติ สงฺฆสฺส อนตฺถตํ โหติ กฐินํ คณสฺส อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ปุคฺคลสฺส อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ สงฺโฆ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ คโณ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ ปุคฺคโล ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสฺสตีติ ฯ {๑๑๔๘.๑} น สงฺโฆ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ น คโณ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ ปุคฺคโล ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสตีติ ฯ หญฺจิ น สงฺโฆ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ น คโณ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ ปุคฺคโล ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ สงฺฆสฺส อนุทฺทิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ คณสฺส อนุทฺทิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ ปุคฺคลสฺส อุทฺทิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ ฯ สงฺฆสฺส สามคฺคิยา คณสฺส สามคฺคิยา ปุคฺคลสฺส อุทฺเทสา สงฺฆสฺส อุทฺทิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ คณสฺส อุททิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ ปุคฺคลสฺส อุทฺทิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ ฯ เอวเมว น สงฺโฆ กฐินํ อตฺถรติ น คโณ กฐินํ อตฺถรติ ปุคฺคโล กฐินํ อตฺถรติ สงฺฆสฺส อนุโมทนาย คณสฺส อนุโมทนาย ปุคฺคลสฺส อตฺถารา สงฺฆสฺส อตฺถตํ โหติ กฐินํ คณสฺส อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปุคฺคลสฺส อตฺถตํ โหติ กฐินนฺติ ฯ

ถามว่า สงฆ์กรานกฐิน คณะกรานกฐิน บุคคลกรานกฐิน หรือ? ตอบว่า สงฆ์หาได้กรานกฐินไม่ คณะหาได้กรานกฐินไม่ แต่บุคคลกรานกฐิน. ถ้าสงฆ์หาได้กรานกฐินไม่ คณะหาได้กรานกฐินไม่ แต่บุคคลกรานกฐิน ได้ชื่อว่า สงฆ์ไม่ได้กรานกฐิน คณะไม่ได้กรานกฐิน แต่บุคคลกรานกฐิน. ถ. สงฆ์สวดปาติโมกข์ คณะสวดปาติโมกข์ บุคคลสวดปาติโมกข์ หรือ? ต. สงฆ์หาได้สวดปาติโมกข์ไม่ คณะหาได้สวดปาติโมกข์ไม่ แต่บุคคลสวดปาติโมกข์,สงฆ์หาได้สวดปาติโมกข์ไม่ คณะหาได้สวดปาติโมกข์ไม่ แต่บุคคลสวดปาติโมกข์ ได้ชื่อว่าสงฆ์ไม่ได้สวดปาติโมกข์ คณะไม่ได้สวดปาติโมกข์ แต่บุคคลสวดปาติโมกข์. หรือ เพราะความสามัคคีแห่งสงฆ์ เพราะความสามัคคีแห่งคณะ เพราะบุคคลสวด ได้ชื่อว่า สงฆ์สวดปาติโมกข์ คณะสวดปาติโมกข์ บุคคลสวดปาติโมกข์ ฉันใด, สงฆ์หาได้กรานกฐินไม่ คณะหาได้กรานกฐินไม่ แต่บุคคลกรานกฐิน, เพราะสงฆ์อนุโมทนา เพราะคณะอนุโมทนา เพราะบุคคลกราน ได้ชื่อว่า สงฆ์กรานกฐิน คณะกรานกฐิน บุคคลกรานกฐิน ฉันนั้นเหมือนกัน. แก้ปัญหาปลิโพธในมาติกา ๘

ข้อ ๑๑๔๙

ปกฺกมนนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ ปกฺกมนนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ จีวรปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ตสฺส สห พหิสีมคมนา อาวาสปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ท่านมหากัสสปะถามว่า การเดาะกฐินมีการหลีกไปเป็นที่สุดอันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน? ท่านพระอุบาลีตอบว่า การเดาะกฐินมีการหลีกไปเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในจีวรขาดก่อน, ปลิโพธในอาวาสขาดพร้อมกับภิกษุนั้นไปนอกสีมา.

ข้อ ๑๑๕๐

นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ อาวาสปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ จีวเร นิฏฺฐิเต จีวรปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ม. การเดาะกฐินมีการทำเสร็จเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่าน ถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน? อุ. การเดาะกฐินมีการทำเสร็จเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในอาวาสขาดก่อน เมื่อจีวรสำเร็จ ปลิโพธในจีวรขาด.

ข้อ ๑๑๕๑

สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ เทฺว ปลิโพธา อปุพฺพํ อจริมํ ฉิชฺชนฺติ ฯ

ม. การเดาะกฐินมีการตกลงใจเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน? อุ. การเดาะกฐินมีการตกลงใจเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธ ๒ อย่าง ขาดพร้อมกัน.

ข้อ ๑๑๕๒

นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ อาวาสปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ จีวเร นฏฺเฐ จีวรปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ม. การเดาะกฐินมีความเสียเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน? อุ. การเดาะกฐินมีการเสียเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในอาวาสขาดก่อน ปลิโพธในจีวรขาดเมื่อจีวรเสียหาย.

ข้อ ๑๑๕๓

สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ จีวรปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ตสฺส สห สวเนน อาวาสปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ม. การเดาะกฐินมีการฟังเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็น เผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน อุ. การเดาะกฐินมีการฟังเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในจีวรขาดก่อน ปลิโพธในอาวาสขาดพร้อมกับการฟังของภิกษุนั้น.

ข้อ ๑๑๕๔

อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ อาวาสปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ จีวราสาย อุปจฺฉินฺนาย จีวรปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ม. การเดาะกฐินมีความสิ้นหวังเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่าน ถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน? อุ. การเดาะกฐินมีความสิ้นหวังเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในอาวาสขาดก่อน ปลิโพธในจีวรขาดต่อเมื่อสิ้นความหวังในจีวรแล้ว.

ข้อ ๑๑๕๕

สีมาติกฺกนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ สีมาติกฺกนฺติโก กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ จีวรปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ตสฺส พหิสีมคตสฺส อาวาสปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ม. การเดาะกฐินมีการก้าวล่วงสีมาเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่าน ถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน? อุ. การเดาะกฐินมีการก้าวล่วงสีมาเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในจีวรขาดก่อน ปลิโพธในอาวาสขาดเมื่อภิกษุนั้นไปนอกสีมา.

ข้อ ๑๑๕๖

สหุพฺภาโร กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ สหุพฺภาโร กฐินุทฺธาโร วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ เทฺว ปลิโพธา อปุพฺพํ อจริมํ ฉิชฺชนฺตีติ ฯ

ม. การเดาะกฐินมีการเดาะพร้อมกัน อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน? อุ. การเดาะกฐินมีการเดาะพร้อมกัน อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่า-พันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธทั้ง ๒ ขาดพร้อมกัน. การเดาะกฐิน

ข้อ ๑๑๕๗

กติ กฐินุทฺธารา สงฺฆาธีนา กติ กฐินุทฺธารา ปุคฺคลาธีนา กติ กฐินุทฺธารา เนว สงฺฆาธีนา น ปุคฺคลาธีนา ฯ เอโก กฐินุทฺธาโร สงฺฆาธีโน อนฺตรุพฺภาโร ฯ จตฺตาโร กฐินุทฺธารา ปุคฺคลาธีนา ปกฺกมนนฺติโก นิฏฺฐานนฺติโก สนฺนิฏฺฐานนฺติโก สีมาติกฺกนฺติโก ฯ จตฺตาโร กฐินุทฺธารา เนว สงฺฆาธีนา น ปุคฺคลาธีนา นาสนนฺติโก สวนนฺติโก อาสาวจฺเฉทิโก สหุพฺภาโร ฯ

ถามว่า การเดาะกฐินที่สงฆ์เป็นใหญ่มีเท่าไร? การเดาะกฐินที่บุคคลเป็นใหญ่มีเท่าไร? การเดาะกฐินที่สงฆ์ไม่เป็นใหญ่บุคคลไม่เป็นใหญ่มีเท่าไร? ตอบว่า การเดาะกฐินที่สงฆ์เป็นใหญ่มีอย่างเดียว คือ การเดาะในระหว่าง. การเดาะกฐินที่บุคคลเป็นใหญ่มี ๔ อย่าง คือ เดาะกฐินมีการหลีกไปเป็นที่สุด ๑ มีการทำเสร็จเป็นที่สุด ๑ มีความตกลงใจเป็นที่สุด ๑ มีความก้าวล่วงสีมาเป็นที่สุด ๑. การเดาะกฐินที่สงฆ์ไม่เป็นใหญ่ ที่บุคคลไม่เป็นใหญ่มี ๔ อย่าง คือการเดาะกฐินมีการเสียเป็นที่สุด ๑ มีการฟังเป็นที่สุด ๑ มีความสิ้นหวังเป็นที่สุด ๑ มีการเดาะกฐินพร้อมกัน ๑. การเดาะกฐินภายในสีมาเป็นต้น

ข้อ ๑๑๕๘

กติ กฐินุทฺธารา อนฺโตสีมาย อุทฺธริยนฺติ กติ กฐินุทฺธารา พหิสีมาย อุทฺธริยนฺติ กติ กฐินุทฺธารา สิยา อนฺโตสีมาย อุทฺธริยนฺติ สิยา พหิสีมาย อุทฺธริยนฺติ ฯ เทฺว กฐินุทฺธารา อนฺโตสีมาย อุทฺธริยนฺติ อนฺตรุพฺภาโร สหุพฺภาโร ฯ ตโย กฐินุทฺธารา พหิสีมาย อุทฺธริยนฺติ ปกฺกมนนฺติโก สวนนฺติโก สีมาติกฺกนฺติโก ฯ จตฺตาโร กฐินุทฺธารา สิยา อนฺโตสีมาย อุทฺธริยนฺติ สิยา พหิสีมาย อุทฺธริยนฺติ นิฏฺฐานนฺติโก สนฺนิฏฺฐานนฺติโก นาสนนฺติโก อาสาวจฺเฉทิโก ฯ

ถามว่า การเดาะกฐินเท่าไร เดาะภายในสีมา? การเดาะกฐินเท่าไร เดาะภายนอกสีมา? การเดาะกฐินเท่าไร บางอย่างเดาะภายในสีมา บางอย่างเดาะภายนอกสีมา? ตอบว่า การเดาะกฐิน ๒ อย่าง เดาะภายในสีมา คือ เดาะในระหว่าง ๑ เดาะพร้อมกัน ๑. การเดาะกฐิน ๓ อย่าง เดาะภายนอกสีมา คือ การเดาะกฐินมีความหลีกไปเป็นที่สุด๑ มีความฟังเป็นที่สุด ๑ มีความก้าวล่วงสีมาเป็นที่สุด ๑. การเดาะกฐิน ๔ อย่าง บางอย่างเดาะภายในสีมา บางอย่างเดาะภายนอกสีมา คือการเดาะกฐินมีการทำเสร็จเป็นที่สุด ๑ มีความตกลงใจเป็นที่สุด ๑ มีความเสียเป็นที่สุด ๑ มีความสิ้นหวังเป็นที่สุด ๑. การเดาะกฐินเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นต้น

ข้อ ๑๑๕๙

กติ กฐินุทฺธารา เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา กติ กฐินุทฺธารา เอกุปฺปาทา นานานิโรธา ฯ เทฺว กฐินุทฺธารา เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา อนฺตรุพฺภาโร สหุพฺภาโร ฯ อวเสสา กฐินุทฺธารา เอกุปฺปาทา นานานิโรธาติ ฯ กฐินเภทํ นิฏฺฐิตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ

ถามว่า การเดาะกฐินเท่าไร เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน? การเดาะกฐินเท่าไร เกิดด้วยกัน ดับต่างกัน? ตอบว่า การเดาะกฐิน ๒ อย่างที่เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน คือ เดาะในระหว่าง ๑เดาะพร้อมกัน ๑. การเดาะกฐินนอกนั้น เกิดด้วยกัน ดับต่างกัน. กฐินเภท จบ -----------------------------------------------------หัวข้อประจำเรื่อง

ข้อ ๑๑๖๐

กสฺส กินฺติ ปณฺณรส ธมฺมา นิทานเหตุปจฺจยา สงฺคหมูลมาทิ จ อฏฺฐปุคฺคลเภทา ติณฺณํ ตโย ชานิตพฺพา อตฺถารอุทฺเทเสน จ ปลิโพธาธินา สีมา จ อุปฺปาทนิโรเธน จาติ ฯ ปริวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ใคร ด้วยอย่างไร ธรรม ๑๕ อย่าง นิทาน เหตุ ปัจจัย สงเคราะห์ มูลเบื้องต้น ประเภท บุคคล ๘ บุคคล ๓ การเดาะกฐิน ๓ พึงรู้ การกราน การสวด ปลิโพธเป็นใหญ่ สีมา เกิดขึ้นและดับ. ปริวาร จบ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/